ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือโนโวรอสซีสก์
ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือโนโวรอสซีสก์ หลังถูกโจมตีด้วยโดรนยูเครน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% หลังท่าเรือโนโวรอสซีสก์ของรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันกว่า 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 2% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันทั่วโลก หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนของยูเครนไปยังคลังน้ำมันในศูนย์กลางพลังงานของรัสเซียในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยการโจมตีดังกล่าว ส่งผลให้ท่าเรือ อาคาร คลังน้ำมันในโนโวรอสซิสก์ และลูกเรือสามคนได้รับบาดเจ็บ
โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการโจมตีดังกล่าวนั้นรุนแรงมาก และอาจส่งผลกระทบมากกว่าการโจมตีครั้งก่อน ๆ และหากยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันรัสเซียในระยะยาว นอกจากนี้ ยูเครนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคซาราตอฟและคลังน้ำมันในเมืองเอนเกลส์ของรัสเซียในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 14 พ.ย. 2568 อยู่ที่ 60.09 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.40 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 64.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นักลงทุนจับตาผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกต่อการส่งออกน้ำมันและการค้าของรัสเซีย โดยสหรัฐเตรียมห้ามทำธุรกรรมกับบริษัทน้ำมันรัสเซีย Lukoil และ Rosneft หลังวันที่ 21 พ.ย. 68 เพื่อกดดันรัสเซียไปสู่การเจรจาสันติภาพกับยูเครน
ขณะที่ JPMorgan ระบุว่าน้ำมันรัสเซียราว 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันถูกเก็บในเรือบรรทุก เนื่องจากความล่าช้าในการขนถ่าย ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นหลังเส้นตายมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ดี สหราชอาณาจักรได้ออกใบอนุญาตพิเศษเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถทํางานร่วมกับบริษัทลูกในบัลแกเรียสองแห่งของ Lukoil ภายหลังรัฐบาลบัลแกเรียยึดทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าว
Baker Hughes เผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 พ.ย. 68 ปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่น สู่ระดับ 417 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 3 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 125 แท่น
