ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดกังวลต่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมอีก 10% กับสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, ฟินแลนด์, เดนมาร์ก, นอร์เวย์ และสวีเดน เพื่อตอบโต้ชาติในยุโรปซึ่งเห็นต่างกับสหรัฐในการเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์
โดยมาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 69 และอัตราภาษีจะปรับขึ้นสู่ระดับ 25% ในเดือน มิ.ย. 69 หากสหรัฐยังไม่สามารถเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์ได้ โดยล่าสุด นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า ความเปราะบางของชาติในยุโรปเป็นเหตุผลสำคัญที่สหรัฐจำเป็นต้องเข้ามาควบคุมเพื่อรักษาเสถียรภาพของโลก
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 ธ.ค. 68 อยู่ที่ 59.44 (ตลาดปิด) และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 63.94 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.19
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 4/68 อยู่ที่ระดับ 4.5% ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 3/68 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.8% โดยตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นอัตราการเติบที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่จีนยกเลิกมาตรการควบคุมโควิดในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจะยังคงเผชิญความท้าทายในปี 2569 หลังตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาคอสังริมทรัพย์และตลาดแรงงานที่ยังคงไม่ฟื้นตัว
ตลาดจับตาสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมายอมรับว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตหลายพันคนจากเหตุการณ์ประท้วงซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 68 และกล่าวว่าทางอิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากสหรัฐเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
