เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

“ไทยช่วยไทยพลัส” ทางรอดเศรษฐกิจ? สมาคมค้าปลีกไทย-นักวิชาการ หนุนทางออกปลดล็อกค้าปลีก–โมเดิร์นเทรด หนุนเศรษฐกิจโต

29 พ.ค. 2569 | 16:50น.
  • นักวิชาการและภาคค้าปลีกประสานเสียง หนุนรัฐบาลเปิดให้ “โมเดิร์นเทรด–ค้าปลีกในระบบภาษี” เข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัส เพื่อเร่งพายุหมุนเศรษฐกิจ
  • สมาคมค้าปลีกไทยระบุ โมเดิร์นเทรดคือช่องทางกระจายสินค้าเอสเอ็มอีไทยจำนวนมาก การเปิดเข้าร่วมจะช่วยทั้งผู้ผลิต การจ้างงาน และรายได้ภาษีรัฐ
  • ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศชี้ หากไม่ปลดล็อกเกณฑ์ มาตรการอาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ช่วงสั้น ก่อนแรงส่งสะดุดหลังไตรมาส 3
  • ภาคเอกชนเตือน รัฐต้องเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งต้นทุนพลังงาน สินค้านำเข้าราคาถูก เงินทุนเอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว ควบคู่มาตรการกระตุ้นระยะสั้น

มาตรการ ไทยช่วยไทยพลัสกำลังกลายเป็นเดิมพันสำคัญของรัฐบาลในการปลุกกำลังซื้อและประคองเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรง แม้มาตรการดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็น “ยาแก้ปวดระยะสั้น” ที่ช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แต่เสียงสะท้อนจากทั้งภาควิชาการและภาคค้าปลีกเริ่มชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า หากรัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินงบประมาณกว่าแสนล้านบาทสร้างผลลัพธ์ได้เต็มประสิทธิภาพ จำเป็นต้อง “ปลดล็อก ข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดทางให้กลุ่มค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดเข้าร่วมโครงการ

ค้าปลีกไทยหนุนเปิดโมเดิร์นเทรด เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเงิน 2 แสนล้าน

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมค้าปลีกไทย ให้ความเห็นว่า “ไทยช่วยไทยพลัสถือเป็นมาตรการที่ ‘มาถูกจังหวะ’ เพราะสามารถช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ทันที ผ่านประชาชนกว่า 30 ล้านคน รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกกว่า 13 ล้านราย ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สมาคมค้าปลีกไทยเสนอว่า หากรัฐบาลขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมโมเดิร์นเทรดเพิ่มเติม จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าได้สะดวกขึ้น ลดข้อจำกัดในการใช้สิทธิ และทำให้เม็ดเงินกระจายไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้กว้างกว่าเดิม เหตุผลสำคัญคือ สินค้าจำนวนมากที่วางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ล้วนผลิตโดยเอสเอ็มอีไทย ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ไปจนถึงสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชน”  

เอกชนเตือน รัฐต้องเร่งแก้ โรคเรื้อรังเศรษฐกิจไทย

แม้ภาคธุรกิจจะสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ย้ำตรงกันว่า ไทยช่วยไทยพลัสเป็นเพียง “ยาแก้ปวดระยะสั้น” หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจไทยก็อาจกลับมาเผชิญปัญหาเดิมอีกครั้งหลังมาตรการสิ้นสุด ดังนั้น ข้อเสนอสำคัญจากสมาคมค้าปลีกไทย ได้แก่ การควบคุมสินค้านำเข้าราคาถูกที่กระทบผู้ประกอบการไทย การลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ การช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ และการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านระบบคืนภาษีแบบทันที ณ จุดขาย (Instant Tax Refund) รวมถึงแนวคิด “Phuket Sandbox” เพื่อทดลองมาตรการปลอดภาษีในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ หวังดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าสู่ภาคค้าปลีกและเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เตือนเศรษฐกิจอาจ ขึ้นแล้วลงหากไร้แรงส่งต่อ

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดมุมมองว่า “แม้มาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยกระตุ้น GDP ได้ประมาณ 0.4-0.5% แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในช่วงไตรมาส 2 ถึงไตรมาส 3 เท่านั้น หากรัฐบาลยังคงจำกัดสิทธิ์ร้านค้านิติบุคคลและกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ไม่ให้เข้าร่วม  ทั้งนี้ หากเปิดให้ร้านค้านิติบุคคลที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท รวมถึงโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศเข้าร่วม จะช่วยเพิ่ม แรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ ได้มากกว่าเดิม เพราะธุรกิจค้าปลีกมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับผู้ผลิต วัตถุดิบ โลจิสติกส์ และการจ้างงานในวงกว้าง ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนได้ลึกและเร็วกว่าเดิม ที่สำคัญ ยังช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มระบบ ทั้ง VAT และภาษีนิติบุคคล ด้วย

“ถ้าไม่มีโครงการรับไม้ต่อ เศรษฐกิจจะขึ้นไปแล้วลงทันที” เป็น คำเตือนสำคัญจากนักเศรษฐศาสตร์รายนี้ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการระยะกลางเพื่อสร้างแรงส่งต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ การยกระดับภาคเกษตร และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

Advertisement

ปม กีดกันค้าปลีกจุดอ่อนสำคัญของมาตรการ

หนึ่งในประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้น คือ เหตุใดรัฐบาลจึงยังจำกัดร้านค้านิติบุคคลที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ทั้งที่ธุรกิจเหล่านี้ถือเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย การตัดกลุ่มดังกล่าวออกจากโครงการ เท่ากับเป็นการตัดโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมากที่อยู่ในระบบภาษี และมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานและการผลิตในประเทศ นอกจากนี้ ร้านค้าในระบบภาษียังสามารถออก e-Tax Invoice ได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้การใช้จ่ายโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสการรั่วไหลของงบประมาณ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่รัฐให้ความสำคัญมาโดยตลอด

เดิมพันสำคัญ อยู่ที่ ออกแบบมาตรการไม่ใช่แค่ อัดเม็ดเงิน

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ข้อเสนอจากทั้งภาควิชาการและภาคธุรกิจสะท้อนภาพชัดว่า ความสำเร็จของไทยช่วยไทยพลัส อาจไม่ได้อยู่ที่วงเงินงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบกลไกให้เม็ดเงินสามารถหมุนเวียนได้เต็มระบบ เพราะหากรัฐยังจำกัดช่องทางการใช้จ่าย และปล่อยให้กลุ่มค้าปลีกซึ่งเป็นหนึ่งใน ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจ’ ถูกกันออกจากมาตรการ ก็อาจทำให้โครงการขนาดใหญ่กลายเป็นเพียงแรงกระตุ้นระยะสั้น ที่ไม่สามารถสร้างแรงส่งต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง