เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สศก.ชี้ลำไยปี 69 ออกมาก ส.ค. ลิ้นจี่ยังมีต่อ มิ.ย. วางแผนรับผลผลิต

15 มิ.ย. 2569 | 14:12น.

สศก.เผยประมาณการลำไย-ลิ้นจี่ปี 2569 ผลผลิตลดลงจากอากาศหนาวไม่ต่อเนื่องสลับร้อน แล้งช่วงติดผล และเกษตรกรบางส่วนปรับพื้นที่ปลูก คาดลำไยทั้งประเทศ 1.40 ล้านตัน ลดลง 9% ผลผลิตออกมากสุดเดือน ส.ค. 3.4 แสนตัน ส่วนลิ้นจี่ 2.2 หมื่นตัน ลดลง 39% ออกมากสุดเดือน พ.ค. และยังมีผลผลิตต่อเนื่อง มิ.ย. อีก 8,000 ตัน ชูข้อมูลช่วยเกษตรกร-ผู้ประกอบการ-หน่วยงาน วางแผนผลิต ตลาด แปรรูป และโลจิสติกส์ล่วงหน้า

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. เปิดเผยว่า สศก.ได้จัดทำประมาณการสถานการณ์การผลิตและราคาลำไยและลิ้นจี่ ปี 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกร ผู้รวบรวม ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลผลิตลำไยและลิ้นจี่ในปีนี้ มาจากสภาพอากาศช่วงชักนำการออกดอก ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่มีความหนาวเย็นไม่ต่อเนื่อง สลับกับอุณหภูมิสูง ส่งผลให้การออกดอกไม่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากอากาศร้อนแล้งในช่วงติดผล รวมถึงเกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูก และโค่นต้นอายุมากที่ให้ผลผลิตต่ำ ส่งผลให้ผลผลิตโดยรวมของทั้งลำไยและลิ้นจี่ลดลงจากปีก่อน

สำหรับสถานการณ์ลำไย ปี 2569 คาดว่ามีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศประมาณ 1.61 ล้านไร่ ลดลง 1.27% ผลผลิตรวมประมาณ 1.40 ล้านตัน ลดลงราว 9% และผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 867 กิโลกรัม ลดลง 7.57%

ภาคเหนือยังเป็นแหล่งผลิตหลักของลำไย โดยผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดตลอดเดือนมกราคม-ธันวาคม และคาดว่าจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ประมาณ 340,000 ตัน หรือ 24.29% ของผลผลิตทั้งปี

ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนด้านการรับซื้อ การกระจายผลผลิต การแปรรูป และโลจิสติกส์ ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด

ขณะที่สถานการณ์ลิ้นจี่ ปี 2569 คาดว่ามีเนื้อที่ให้ผลรวมทั้งประเทศประมาณ 77,000 ไร่ ลดลง 1.51% ผลผลิตรวมประมาณ 22,000 ตัน ลดลงราว 39% และผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 285 กิโลกรัม ลดลง 37.91%

ผลผลิตลิ้นจี่ออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน โดยออกสูงสุดในเดือนพฤษภาคมประมาณ 12,800 ตัน หรือ 58.13% ของผลผลิตทั้งปี และยังมีผลผลิตออกต่อเนื่องในเดือนมิถุนายนอีกประมาณ 8,000 ตัน หรือ 36.36% โดยเฉพาะพันธุ์จักรพรรดิ

ทั้งนี้ พันธุ์สำคัญของลิ้นจี่ ได้แก่ ฮงฮวย จักรพรรดิ ค่อม และนครพนม 1

ด้านสถานการณ์ราคา ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าราคาที่เกษตรกรขายได้ที่สวนของลำไยสดทั้งช่ออยู่ที่ 21.50-25.75 บาทต่อกิโลกรัม ตามชั้นคุณภาพ ส่วนลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยอยู่ที่ 20.50-22.00 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิที่ทยอยออกสู่ตลาดช่วงปลายฤดู เดือนมิถุนายน สัปดาห์ที่ 1 ราคาอยู่ที่ 50-80 บาทต่อกิโลกรัม ตามชั้นคุณภาพ ซึ่งเป็นราคาที่ สศก.รายงานตามฤดูกาลในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของแหล่งผลิตสำคัญ

นายพีรพันธ์กล่าวว่า ข้อมูลประมาณการดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม โดยเกษตรกรสามารถใช้วางแผนการผลิตในรอบถัดไป การจัดการคุณภาพผลผลิต ต้นทุน และช่องทางจำหน่าย

ขณะที่ผู้รวบรวม ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก สามารถใช้ประกอบการวางแผนรับซื้อ การแปรรูป การกระจายผลผลิต และโลจิสติกส์ โดยเฉพาะลำไยที่คาดว่าจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม

ส่วนหน่วยงานภาคีสามารถใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนเชิงพื้นที่และการบริหารจัดการผลผลิตตามฤดูกาล ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับทราบช่วงเวลาที่ผลผลิตคุณภาพดีออกสู่ตลาดมาก โดยลิ้นจี่ออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และลำไยในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการผลไม้ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือ Fruit Board ผ่าน 3 แผนหลัก

แผนแรก คือ การป้องกัน ควบคุม และกำกับคุณภาพ มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ผ่านการติดตามอุปสงค์-อุปทาน การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและโลจิสติกส์

แผนที่สอง คือ การปรับเพิ่มผลิตภาพและพัฒนามาตรฐาน ผ่านการส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐาน GAP รวมถึงแปลงต้นแบบและแปลงเรียนรู้

แผนที่สาม คือ การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาด เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ โรงงานแปรรูป ห้างค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการกระจายผลผลิตรองรับสถานการณ์ตลาด

นายพีรพันธ์กล่าวว่า สศก.จะติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด เนื่องจากตัวเลขประมาณการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม หากฝนเอื้ออำนวย ผลผลิตปลายฤดูอาจเพิ่มขึ้น แต่หากเกิดภาวะแห้งแล้งอาจส่งผลให้ผลผลิตลดลงได้ ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลของ สศก.มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการวางแผน เพื่อให้ทุกฝ่ายนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมร่วมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผลผลิต ลำไย ลิ้นจี่ สศก.