ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่าน
ตลาดน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่าน หลังจากอิหร่านได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุก 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของกาตาร์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อีกทั้งยังส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลต่อความเสี่ยงที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญภาวะชะงักงันอีกครั้ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี กล่าวว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะไม่สามารถเริ่มต้นได้หากสหรัฐยังคงใช้ท่าทีข่มขู่อิหร่าน โดยคำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐต้องการให้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านบรรลุแล้วเสร็จ มิฉะนั้นจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่ออิหร่าน พร้อมทั้งขู่ว่าจะโจมตีสะพานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
กองทัพยูเครนเปิดเผยว่า ได้ส่งโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของกองเรือเงา (Shadow Fleet) ของรัสเซียรวม 12 ลำ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงเชื้อเพลิงไปยังคาบสมุทรไครเมีย โดยปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเพิ่มแรงกดดันเพื่อตัดเส้นทางสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียในพื้นที่ที่ถูกยึดครอง
ทั้งนี้ กองกำลังโดรนของยูเครนระบุว่า สามารถโจมตีเรือที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรได้ 8 ลำในทะเลอาซอฟ โดยเรือแต่ละลำมีระวางบรรทุกประมาณ 7,000 ตัน และต่อมาได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติมอีก 2 ลำ
สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.ค. 69 ปรับลดลง 0.4 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงถึง 2.4 ล้านบาร์เรล
