เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ

02 ส.ค. 2569 | 12:36น.

ความวุ่นวายบริเวณชายแดนสเปน-โมร็อกโก เมื่อชาวโมร็อกโกนับหมื่นคนแห่ทะลักข้ามแดนไปยัง “เซวตา” ดินแดนส่วนแยกของสเปน หลังมีกระแสข่าวลือบนโซเชียลมีเดียว่าชายแดนเปิด สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจและการขาดแคลนงานขั้นรุนแรงในโมร็อกโก โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝั่งโมร็อกโกอาจมีส่วนช่วยปล่อยผ่านและสนับสนุนให้เดินทาง ขณะที่ผู้อพยพต้องเผชิญกับความหิวโหย การถูกทำร้าย และการถูกผลักดันกลับอย่างหนักจากกองกำลังสเปน

เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงาน ผู้อพยพหลายรายเปิดเผยว่า พวกเขาตัดสินใจเดินทางมาหลังจากได้รับแรงจูงใจจากข้อความบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่า “พรมแดนสเปนเปิดให้เข้าได้แล้ว” แม้ว่าจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อความเหล่านั้นมีที่มาจากไหนก็ตาม

กลุ่มผู้อพยพได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบเพื่อเข้ามายัง “เซวตา” (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนขนาดเล็กของสเปน และทำการปีนข้ามกำแพงชายแดนเข้ามา โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ชาย และส่วนใหญ่เป็นชาวโมร็อกโก แรงจูงใจเบื้องลึกของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดี แต่นอกเหนือจากการยุยงส่งเสริมกันเองในกลุ่มชนแล้ว ยังคงไม่ทราบชัดเจนว่าอะไรเป็นชนวนเหตุที่ทำให้พวกเขาทะลักเข้ามายังเซวตาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเพียง 2 วัน

“ถ้าคุณถามว่าทำไมทุกคนถึงมาที่นี่ ก็เพราะว่ามันไม่มีงานทำในโมร็อกโกไงล่ะ”

Ajoub el-Arrot ชายชาวโมร็อกโกวัย 24 ปี สวมหมวก Gucci สภาพทรุดโทรม กล่าวขณะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายพันคนที่กำลังเดินเร่ร่อนอยู่บนชายหาดในเซวตาเมื่อวันศุกร์

เขากล่าวต่อว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางการโมร็อกโกปล่อยให้พวกเขาผ่านเข้ามาได้

“พวกเขาเปิดชายแดนและปล่อยให้ทุกคนเดินผ่านไป” เขากล่าว

ผู้อพยพหลายรายในเซวตาระบุตรงกันว่า พวกเขาถูกกระตุ้นให้เดินทางมาด้วยข้อความบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าชายแดนสเปนเปิดแล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งที่มาของข้อความบนโซเชียลมีเดียเหล่านั้นยังคงไม่ชัดเจนในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผู้อพยพบางคนสะพายกระเป๋าและถือถุงพลาสติก ขณะที่บางคนอาศัยฝักบัวอาบน้ำบริเวณชายหาดเพื่อทำความสะอาดร่างกายและใช้ดื่มกิน ทางการสเปนไม่ได้จัดหาอาหารหรือน้ำดื่มไว้ให้เลย

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้อพยพส่วนใหญ่จากจำนวนทั้งหมด 50,000 ถึง 60,000 คนที่เดินทางเข้ามา (ตามการรายงานของทางการท้องถิ่นและทางการสเปน) ตัดสินใจหันหลังกลับและเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกในช่วงเย็นวันศุกร์

“ทุกคนกำลังหิวโหยเพราะพวกเราไม่ได้กินอะไรเลยมาสองวันแล้ว”

Soufiane ez-Znafry วัย 26 ปีกล่าว โดยในตอนนั้นท้องของเขาก็กำลังส่งเสียงร้องด้วยความหิว ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่ต่างปิดทำการทั้งหมด

การเดินทางของ ez-Znafry ดูเหมือนจะไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามากนัก เขาเป็นผู้ช่วยเชฟ (Sous chef) ที่เพิ่งเดินทางออกจากเมืองแทนเจียร์ (Tangier) เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากเพื่อนๆ ของเขาบอกว่าจะมุ่งหน้าไปสเปน ในความเร่งรีบนั้น เขาไม่ได้บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำว่าจะเดินทางออกไป

“ผมไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง” เขากล่าว

เขาได้นำกระเป๋าที่บรรจุเสื้อผ้าและของรักของหวงมาด้วย รวมถึงนาฬิกาโรเลกซ์ปลอม แต่เขาเล่าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสเปนได้ยึดกระเป๋าใบนั้นไป ทำให้สิ่งที่เหลืออยู่กับตัวเขาคือรองเท้าแตะคนละข้างที่ไม่เข้ากันบนเท้าของเขา

กระทั่งดวงอาทิตย์ตกดิน ใจกลางเมืองเซวตาก็เริ่มกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง ชาวเมืองเริ่มทยอยเดินออกจากบ้านหลังจากซ่อนตัวอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ตลอดทั้งวัน

แม้ชาวโมร็อกโกหลายพันคนจะเดินทางออกจากเมืองไปแล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มชายหนุ่มจำนวนหนึ่งปักหลักอยู่ตามซอกมุมที่ซ่อนตาคน พร้อมกับขวดน้ำว่างเปล่าและสายตาที่ลุกลี้ลุกลน ทุกครั้งที่ทหารสเปนสังเกตเห็นคนกลุ่มนี้ ทหารจะตะโกนเป็นภาษาอาหรับและชี้มือไปทางชายแดน ซึ่งเด็กหนุ่มเหล่านั้นที่อยู่ในสภาพสับสนและหิวโหย มักจะยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี

บนท้องฟ้ามีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่รอบๆ ขณะที่ไกลออกไปสามารถมองเห็นเรือรบของกองทัพเรือสเปนจอดอยู่

Zakaria Lahmer วัย 23 ปี กล่าวว่าเขากำลังหิวเช่นกัน แต่เขายังคงมุ่งมั่นที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป

“ผมไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในโมร็อกโก”

เขากล่าว

“ผมต้องการไปใช้ชีวิตในยุโรป”

เขายังเล่าอีกว่าตำรวจโมร็อกโกได้ทำร้ายร่างกายเขาในขณะที่เขากำลังพยายามจะเดินทางออกจากประเทศ

ทางด้าน Morat El-Halloufi เด็กชายวัยเพียง 13 ปี นั่งร้องไห้อยู่บนม้านั่งบนถนนสายหลักสายหนึ่งของเซวตา ขณะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาถูกกลุ่มคนทำร้ายร่างกายเมื่อบ่ายวันศุกร์ ทหารสเปนคนหนึ่งได้ยื่นขนมปังแบบก้อนเล็กๆ และโยเกิร์ตให้ ซึ่ง El-Halloufi กัดกินอย่างหิวโหย เขากล่าวว่าไม่ได้กินอะไรเลยมาสามวันแล้ว และเดินทางเข้ามาในเซวตาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน

เด็กชาย El-Halloufi เอามือกุมซี่โครงด้วยความเจ็บปวด พร้อมเล่าให้ทหารสเปนฟังเป็นภาษาอาหรับว่า มีกลุ่มคนที่สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าตรงเข้ามาทำร้ายเขา ชกเข้าที่ท้อง และกระทืบเข้าที่หลังของเขา กลุ่มผู้ก่อเหตุเดินทางมาด้วยรถสกู๊ตเตอร์ โดยบางคนพูดภาษาสเปน และบางคนพูดภาษาอาหรับ นั่นคือทั้งหมดที่เขากำจำได้ก่อนจะหมดสติไป

“พวกเขาซ้อมผมโดยไม่มีเหตุผลเลย”

เด็กชาย El-Halloufi ซึ่งเดินทางมาจากเมืองแทนเจียร์บอกกับทหาร ก่อนที่รถพยาบาลจะมารับตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ผู้อพยพรายอื่นกล่าวว่า ทางการโมร็อกโกเป็นผู้สนับสนุนให้พวกเขามุ่งหน้าข้ามพรมแดนเข้าเซวตา Youssef Alaoui วัย 26 ปี เล่าว่า ขณะที่เขากำลังเข้าใกล้พรมแดนเมื่อวันพฤหัสบดีพร้อมกับกลุ่มผู้อพยพคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้บอกทิศทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา

“เอาแต่พูดว่า.. ไปทางนั้น ไปทางนั้น” Alaoui รื้อฟื้นความทรงจำ

เขากล่าวว่า เขาได้ว่ายน้ำข้ามพรมแดนทางทะเล โดยว่ายผ่านซากศพของผู้อพยพคนอื่นๆ ที่พยายามข้ามมาแล้วล้มเหลว

ขณะที่ Mohammed Ahmidho วัย 37 ปี กล่าวว่า เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทะลักเข้าสเปนเมื่อวันพฤหัสบดีผ่านทางโซเชียลมีเดีย และเมื่อเขาเข้าไปใกล้พรมแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจโมร็อกโกกลับเชียร์และให้กำลังใจเขา โดยพูดว่า

“ไปสเปนเลย”

แต่การเดินทางของเขานั้นสั้นนัก พอถึงวันศุกร์ เขาก็กำลังเดินทางกลับโมร็อกโก เนื่องจากไม่มีอะไรจะกินหรือดื่ม และไม่มีที่นอน เขาจึงตัดสินใจกลับบ้าน

ผู้ประกอบการรายหนึ่งในเมืองฟนิดีค (Fnideq) ของโมร็อกโก ซึ่งมีพรมแดนติดกับเซวตา เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ผู้คนที่ข้ามแดนไปในช่วงสองวันที่ผ่านมาหลายคนกำลังเดินทางกลับมา

“บางคนกลับมาเพราะหิวและกระหายน้ำ”

Nabil เจ้าของร้านค้าวัย 35 ปีกล่าว โดยขอให้ระบุเฉพาะชื่อแรกเนื่องจากเกรงว่าจะถูกแก้แค้นหรือส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาในภายหลัง

เมืองชายแดนแห่งนี้ร้านค้าต่างๆ เกือบจะปิดทำการทั้งหมด

“พวกเราพ่อค้าแม่ขายที่นี่ ต่างก็หวาดกลัวว่าจะถูกปล้นสะดมหรือถูกโจมตีเอา ถ้าเปิดร้าน”

Nabil กล่าวให้เหตุผลทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สเปน เซวตา โมร็อกโก