เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
World ‘จอช ทูเร็ก’ นักบาสเก้าอี้ล้อ คว้าเก้าอี้ สว.สหรัฐ สำเร็จ
สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
Finance สมาคมธนาคารไทยย้ำไม่ประมาทภัยไซเบอร์ ลงทุนต่อเนื่อง
‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
Biz Movement ‘รฤกวังหน้า…มหาสุรสิงหนาท’ น้อมรำลึก 223 ปี วังหน้าพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
Biz Movement รพ.นครธน สบช่องสังคมสูงวัย รุก Long-term Care ชิงเค้กโรคซับซ้อน 
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
Politics รื้อใหญ่สวัสดิการเกิดถึงตาย ส่องงบฯ 5 ปี จ่าย 1.5 ล้านล้าน 
‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
Economic ‘เอกนัฏ’ เตรียมดึงไฟสำรองป้อน Data Center ใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้า-ลดต้นทุนค่าพร้อมจ่าย
ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจภูมิภาค ธปท.เหนือ เผย “สินเชื่อ Q3 หดตัวลึก -1.3%” ฉุด SMEs – อสังหาฯ ซบเซาหนัก
เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี’70
เศรษฐกิจภูมิภาค เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี’70
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,900 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ

02 ส.ค. 2569 | 12:36น.

ความวุ่นวายบริเวณชายแดนสเปน-โมร็อกโก เมื่อชาวโมร็อกโกนับหมื่นคนแห่ทะลักข้ามแดนไปยัง “เซวตา” ดินแดนส่วนแยกของสเปน หลังมีกระแสข่าวลือบนโซเชียลมีเดียว่าชายแดนเปิด สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจและการขาดแคลนงานขั้นรุนแรงในโมร็อกโก โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝั่งโมร็อกโกอาจมีส่วนช่วยปล่อยผ่านและสนับสนุนให้เดินทาง ขณะที่ผู้อพยพต้องเผชิญกับความหิวโหย การถูกทำร้าย และการถูกผลักดันกลับอย่างหนักจากกองกำลังสเปน

เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) รายงาน ผู้อพยพหลายรายเปิดเผยว่า พวกเขาตัดสินใจเดินทางมาหลังจากได้รับแรงจูงใจจากข้อความบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่า “พรมแดนสเปนเปิดให้เข้าได้แล้ว” แม้ว่าจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อความเหล่านั้นมีที่มาจากไหนก็ตาม

กลุ่มผู้อพยพได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบเพื่อเข้ามายัง “เซวตา” (Ceuta) ซึ่งเป็นดินแดนขนาดเล็กของสเปน และทำการปีนข้ามกำแพงชายแดนเข้ามา โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ชาย และส่วนใหญ่เป็นชาวโมร็อกโก แรงจูงใจเบื้องลึกของพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันดี แต่นอกเหนือจากการยุยงส่งเสริมกันเองในกลุ่มชนแล้ว ยังคงไม่ทราบชัดเจนว่าอะไรเป็นชนวนเหตุที่ทำให้พวกเขาทะลักเข้ามายังเซวตาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเพียง 2 วัน

“ถ้าคุณถามว่าทำไมทุกคนถึงมาที่นี่ ก็เพราะว่ามันไม่มีงานทำในโมร็อกโกไงล่ะ”

Ajoub el-Arrot ชายชาวโมร็อกโกวัย 24 ปี สวมหมวก Gucci สภาพทรุดโทรม กล่าวขณะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายพันคนที่กำลังเดินเร่ร่อนอยู่บนชายหาดในเซวตาเมื่อวันศุกร์

เขากล่าวต่อว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางการโมร็อกโกปล่อยให้พวกเขาผ่านเข้ามาได้

“พวกเขาเปิดชายแดนและปล่อยให้ทุกคนเดินผ่านไป” เขากล่าว

ผู้อพยพหลายรายในเซวตาระบุตรงกันว่า พวกเขาถูกกระตุ้นให้เดินทางมาด้วยข้อความบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าชายแดนสเปนเปิดแล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งที่มาของข้อความบนโซเชียลมีเดียเหล่านั้นยังคงไม่ชัดเจนในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผู้อพยพบางคนสะพายกระเป๋าและถือถุงพลาสติก ขณะที่บางคนอาศัยฝักบัวอาบน้ำบริเวณชายหาดเพื่อทำความสะอาดร่างกายและใช้ดื่มกิน ทางการสเปนไม่ได้จัดหาอาหารหรือน้ำดื่มไว้ให้เลย

นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้อพยพส่วนใหญ่จากจำนวนทั้งหมด 50,000 ถึง 60,000 คนที่เดินทางเข้ามา (ตามการรายงานของทางการท้องถิ่นและทางการสเปน) ตัดสินใจหันหลังกลับและเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกในช่วงเย็นวันศุกร์

“ทุกคนกำลังหิวโหยเพราะพวกเราไม่ได้กินอะไรเลยมาสองวันแล้ว”

Soufiane ez-Znafry วัย 26 ปีกล่าว โดยในตอนนั้นท้องของเขาก็กำลังส่งเสียงร้องด้วยความหิว ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่ต่างปิดทำการทั้งหมด

การเดินทางของ ez-Znafry ดูเหมือนจะไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามากนัก เขาเป็นผู้ช่วยเชฟ (Sous chef) ที่เพิ่งเดินทางออกจากเมืองแทนเจียร์ (Tangier) เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากเพื่อนๆ ของเขาบอกว่าจะมุ่งหน้าไปสเปน ในความเร่งรีบนั้น เขาไม่ได้บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำว่าจะเดินทางออกไป

“ผมไม่อยากให้พวกท่านเป็นห่วง” เขากล่าว

เขาได้นำกระเป๋าที่บรรจุเสื้อผ้าและของรักของหวงมาด้วย รวมถึงนาฬิกาโรเลกซ์ปลอม แต่เขาเล่าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสเปนได้ยึดกระเป๋าใบนั้นไป ทำให้สิ่งที่เหลืออยู่กับตัวเขาคือรองเท้าแตะคนละข้างที่ไม่เข้ากันบนเท้าของเขา

กระทั่งดวงอาทิตย์ตกดิน ใจกลางเมืองเซวตาก็เริ่มกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง ชาวเมืองเริ่มทยอยเดินออกจากบ้านหลังจากซ่อนตัวอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ตลอดทั้งวัน

แม้ชาวโมร็อกโกหลายพันคนจะเดินทางออกจากเมืองไปแล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มชายหนุ่มจำนวนหนึ่งปักหลักอยู่ตามซอกมุมที่ซ่อนตาคน พร้อมกับขวดน้ำว่างเปล่าและสายตาที่ลุกลี้ลุกลน ทุกครั้งที่ทหารสเปนสังเกตเห็นคนกลุ่มนี้ ทหารจะตะโกนเป็นภาษาอาหรับและชี้มือไปทางชายแดน ซึ่งเด็กหนุ่มเหล่านั้นที่อยู่ในสภาพสับสนและหิวโหย มักจะยอมปฏิบัติตามแต่โดยดี

บนท้องฟ้ามีเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่รอบๆ ขณะที่ไกลออกไปสามารถมองเห็นเรือรบของกองทัพเรือสเปนจอดอยู่

Zakaria Lahmer วัย 23 ปี กล่าวว่าเขากำลังหิวเช่นกัน แต่เขายังคงมุ่งมั่นที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป

“ผมไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในโมร็อกโก”

เขากล่าว

“ผมต้องการไปใช้ชีวิตในยุโรป”

เขายังเล่าอีกว่าตำรวจโมร็อกโกได้ทำร้ายร่างกายเขาในขณะที่เขากำลังพยายามจะเดินทางออกจากประเทศ

ทางด้าน Morat El-Halloufi เด็กชายวัยเพียง 13 ปี นั่งร้องไห้อยู่บนม้านั่งบนถนนสายหลักสายหนึ่งของเซวตา ขณะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาถูกกลุ่มคนทำร้ายร่างกายเมื่อบ่ายวันศุกร์ ทหารสเปนคนหนึ่งได้ยื่นขนมปังแบบก้อนเล็กๆ และโยเกิร์ตให้ ซึ่ง El-Halloufi กัดกินอย่างหิวโหย เขากล่าวว่าไม่ได้กินอะไรเลยมาสามวันแล้ว และเดินทางเข้ามาในเซวตาตั้งแต่อาทิตย์ก่อน

เด็กชาย El-Halloufi เอามือกุมซี่โครงด้วยความเจ็บปวด พร้อมเล่าให้ทหารสเปนฟังเป็นภาษาอาหรับว่า มีกลุ่มคนที่สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าตรงเข้ามาทำร้ายเขา ชกเข้าที่ท้อง และกระทืบเข้าที่หลังของเขา กลุ่มผู้ก่อเหตุเดินทางมาด้วยรถสกู๊ตเตอร์ โดยบางคนพูดภาษาสเปน และบางคนพูดภาษาอาหรับ นั่นคือทั้งหมดที่เขากำจำได้ก่อนจะหมดสติไป

“พวกเขาซ้อมผมโดยไม่มีเหตุผลเลย”

เด็กชาย El-Halloufi ซึ่งเดินทางมาจากเมืองแทนเจียร์บอกกับทหาร ก่อนที่รถพยาบาลจะมารับตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ผู้อพยพรายอื่นกล่าวว่า ทางการโมร็อกโกเป็นผู้สนับสนุนให้พวกเขามุ่งหน้าข้ามพรมแดนเข้าเซวตา Youssef Alaoui วัย 26 ปี เล่าว่า ขณะที่เขากำลังเข้าใกล้พรมแดนเมื่อวันพฤหัสบดีพร้อมกับกลุ่มผู้อพยพคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้บอกทิศทางที่ถูกต้องให้แก่พวกเขา

“เอาแต่พูดว่า.. ไปทางนั้น ไปทางนั้น” Alaoui รื้อฟื้นความทรงจำ

เขากล่าวว่า เขาได้ว่ายน้ำข้ามพรมแดนทางทะเล โดยว่ายผ่านซากศพของผู้อพยพคนอื่นๆ ที่พยายามข้ามมาแล้วล้มเหลว

ขณะที่ Mohammed Ahmidho วัย 37 ปี กล่าวว่า เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับการทะลักเข้าสเปนเมื่อวันพฤหัสบดีผ่านทางโซเชียลมีเดีย และเมื่อเขาเข้าไปใกล้พรมแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจโมร็อกโกกลับเชียร์และให้กำลังใจเขา โดยพูดว่า

“ไปสเปนเลย”

แต่การเดินทางของเขานั้นสั้นนัก พอถึงวันศุกร์ เขาก็กำลังเดินทางกลับโมร็อกโก เนื่องจากไม่มีอะไรจะกินหรือดื่ม และไม่มีที่นอน เขาจึงตัดสินใจกลับบ้าน

ผู้ประกอบการรายหนึ่งในเมืองฟนิดีค (Fnideq) ของโมร็อกโก ซึ่งมีพรมแดนติดกับเซวตา เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ผู้คนที่ข้ามแดนไปในช่วงสองวันที่ผ่านมาหลายคนกำลังเดินทางกลับมา

“บางคนกลับมาเพราะหิวและกระหายน้ำ”

Nabil เจ้าของร้านค้าวัย 35 ปีกล่าว โดยขอให้ระบุเฉพาะชื่อแรกเนื่องจากเกรงว่าจะถูกแก้แค้นหรือส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาในภายหลัง

เมืองชายแดนแห่งนี้ร้านค้าต่างๆ เกือบจะปิดทำการทั้งหมด

“พวกเราพ่อค้าแม่ขายที่นี่ ต่างก็หวาดกลัวว่าจะถูกปล้นสะดมหรือถูกโจมตีเอา ถ้าเปิดร้าน”

Nabil กล่าวให้เหตุผลทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สเปน เซวตา โมร็อกโก