สมาคมคราฟท์เบียร์ จี้รัฐสกัดสุญญากาศกฎหมายโฆษณาเหล้า ชี้ปม ‘ลิซ่า’ ดักทางเจ้าหน้าที่มั่วตีความ
สมาคมคราฟท์เบียร์ไทย แถลงการณ์ส่งสัญญาณถึงภาครัฐ เร่งคลี่คลายความซ้ำซ้อนกฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังเกิดกระแสถกเถียงกรณี “ลิซ่า BLACKPINK” เสิร์ฟเบียร์ไทยในรายการระดับโลก ชี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ยังขาด “กฎหมายลูก” หวั่นเปิดช่องเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจตีความเกินขอบเขตจนคนแชร์คลิปเสี่ยงติดร่างแห วอนออกหลักเกณฑ์ที่สอดรับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
สมาคมคราฟท์เบียร์ โพสต์ข้อความระบุว่า จากกรณี ลิซ่า Blackpink ได้ไปร่วมรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งในรายการ สร้างกระแสฮือฮาใน Social และเกิดการพูดคุยถกเถียงเรื่องการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทางสมาคมฯ ขออธิบายรายละเอียดกฎหมายและแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้
1.ปัจจุบัน พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มีการแก้ไขปรับปรุงแล้ว โดยทางสมาคมฯ ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ และมีแนวทางชัดเจนว่า การสื่อสารข้อมูลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควรต้องทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และบุคคลทั่วไปไม่ควรต้องมีใครถูกจับจากการสื่อสาร แต่เนื่องจากการออกกฎหมายมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ หน่วยงานจากสาธารณสุข และกลุ่มรณรงค์ ทำให้กฎหมายหลายข้อยังมีเนื้อหาการควบคุมที่เข้มงวด
2.และที่ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีการประกาศกฎหมายลูก (หรือระเบียบการบังคับใช้) ออกมาให้ชัดเจน โดยเฉพาะกฎหมายโฆษณามาตรา 32/2 ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ เนื้อหากฎหมายมีดังนี้
“ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงหาประโยชน์ส่วนตน เพื่อสื่อสารต่อสาธารณชน ด้วยการแสดงชื่อหรือเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงให้ผู้อื่มบริโภค ยกเว้นเป็นการสื่อสารทางวิชาการในวงจำกัด โดยมีหลักเกณฑ์ตามรมต.ประกาศกำหนด”
เมื่อไม่มีความชัดเจน หน่วยงานก็อาจตีความไปได้หลายแนวทาง อย่างเช่น การใช้คำว่า “ผู้ใดใช้ชื่อเสียงหาประโยชน์…โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภค” อาจตีความได้กว้างมาก เช่น ถ้าคุณตัดคลิปรายการมาลงใน social media ของตน แล้วมีคนแชร์ต่อ คนกดไลก์ สามารถเข้าข่ายการกระทำความผิดได้ เพราะการตัดสินว่าผิดหรือถูกนั้นขึ้นอยู่กับ “ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่”
ทางสมาคมฯ ไม่ได้เห็นด้วยกับกฎหมายข้อนี้ แต่มีความเข้าใจได้ว่า กฎหมายมีเพื่อให้ผู้มีชื่อเสียงได้ระมัดระวังเนื้อหาในการสื่อสารหรือให้ข้อมูลของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจมีผลกระทบกับเยาวชนได้
3.สมาคมฯ จึงอยากชวนทุกท่าน ช่วยกันเรียกร้องให้ทางหน่วยงานออกระเบียบบังคับใช้ที่ชัดเจนมาโดยเร็วที่สุด และช่วยกันเฝ้าจับตาเนื้อหาของระเบียบนั้นให้สมเหตุสมผล เข้ากับยุคสมัย และไม่เป็นกฎหมายที่ออกมาใช้จับปรับประชาชนและผู้มีชื่อเสียงที่มีเจตนาดี สร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย
สุดท้ายนี้ สมาคมฯ คราฟท์เบียร์ขอชื่นชมลิซ่าและทุกท่านที่สนับสนุนและนำเสนอสินค้าไทย และขอยืนยันว่า ไม่ควรมีใครถูกฟ้องจากข้อกฎหมายนี้ แบรนด์ทุกแบรนด์มีสิทธิ์ได้รับการพูดถึง