เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2026 ดันสิทธิพื้นฐานผู้คน ไม่ใช่แค่กลุ่มทรานส์ฯ
Biz Movement มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2026 ดันสิทธิพื้นฐานผู้คน ไม่ใช่แค่กลุ่มทรานส์ฯ
บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
Finance บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน ช่วยลูกค้า-ลูกหนี้ ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม
สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
การศึกษา สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว.  สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
Politics ‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว. สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 สะท้อนพลังบันเทิงไทย แฟน 189 ประเทศร่วมโหวต
Biz Movement FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 สะท้อนพลังบันเทิงไทย แฟน 189 ประเทศร่วมโหวต
ครม.นัดพิเศษ เคาะ วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการ 4 จังหวัด พร้อมขยายทางด่วนฟรี
Politics ครม.นัดพิเศษ เคาะ วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการ 4 จังหวัด พร้อมขยายทางด่วนฟรี
ขยายเวลาขึ้นทางด่วนฟรี 8 สายทาง ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.
News ขยายเวลาขึ้นทางด่วนฟรี 8 สายทาง ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.
สนามบินภูเก็ตคึกคัก! ต้อนรับ “เนเน่รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 กลับถึงไทย ยายแก้วสุดดีใจ สวมกอดน้ำตาซึม
Biz Movement สนามบินภูเก็ตคึกคัก! ต้อนรับ “เนเน่รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 กลับถึงไทย ยายแก้วสุดดีใจ สวมกอดน้ำตาซึม
“ตลาดทุน-คริปโต” เปิดบริการปกติ 28 ก.ย.นี้ ระบบซื้อขายพร้อมรับมือน้ำท่วม
Finance “ตลาดทุน-คริปโต” เปิดบริการปกติ 28 ก.ย.นี้ ระบบซื้อขายพร้อมรับมือน้ำท่วม
คปภ.แนะน้ำท่วม “บ้าน–รถยนต์” ต้องทำอย่างไร? เช็กให้ครบก่อนเคลม!
Finance คปภ.แนะน้ำท่วม “บ้าน–รถยนต์” ต้องทำอย่างไร? เช็กให้ครบก่อนเคลม!
ดูทั้งหมด

“สุริยะ” เดินเกมการทูตเกษตร เปิดตลาดแอฟริกาใต้-อินเดีย-นิวซีแลนด์ ดันสินค้าไทย

12 ส.ค. 2569 | 10:09น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งขับเคลื่อน “การทูตเกษตร” ผ่านการหารือกับประเทศคู่ค้าสำคัญ 3 ประเทศ ได้แก่ แอฟริกาใต้ อินเดีย และนิวซีแลนด์ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรไทย ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร และการพัฒนาสินค้าเกษตรให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

การหารือของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับเอกอัครราชทูตทั้ง 3 ประเทศ สะท้อนทิศทางสำคัญของนโยบายเกษตรไทยที่ไม่ได้มุ่งเพียงการผลิต แต่ต้องเชื่อมโยงตลาด การค้า มาตรฐาน และความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ ทั้งลำไย มังคุด เนื้อโคแปรรูป ส้มโอสด และไก่ปรุงสุก

ไทย-แอฟริกาใต้ ดันลำไย-มังคุด-เนื้อโคแปรรูป

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายดาร์คีย์ อีเฟรอิม แอฟริกา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือด้านการเกษตร รวมถึงแนวทางการขยายโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและแอฟริกาใต้

โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ผ่านกลไกความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเห็นว่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองฝ่ายยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก

เป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายทางการค้าระหว่างไทย-แอฟริกาใต้ ที่ตั้งไว้ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันไทยมุ่งผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ได้แก่ ลำไย มังคุด และเนื้อโคแปรรูป ไปยังแอฟริกาใต้

พร้อมกันนี้ ไทยขอรับการสนับสนุนจากแอฟริกาใต้ในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

จ่อหารือคณะผู้แทนแอฟริกาใต้ ปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.

นายสุริยะกล่าวว่า ไทยได้ตอบรับการประชุมหารือกับคณะผู้แทนจากแอฟริกาใต้ ซึ่งมีกำหนดเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน เพื่อหารือประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน

การหารือดังกล่าวจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และพิจารณาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป โดยเฉพาะการประสานงานด้านกฎระเบียบและการเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

สำหรับการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-แอฟริกาใต้ หรือ JAWG ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปี 2570 โดยมีแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการประสานงานผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

ไทย-อินเดีย เตรียมต่อยอดสัมพันธ์ 80 ปี

อีกด้านหนึ่ง นายสุริยะหารือร่วมกับนายปุนีต อัครวาล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยมีนายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและอินเดีย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยในปี 2570 จะครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน

นายสุริยะกล่าวว่า วาระครบรอบ 80 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดีย นับเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์ และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น

ปัจจุบันไทยมีความร่วมมือกับอินเดียในหลายมิติ และได้ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” หรือ Strategic Partnership โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย หรือ ASEAN-India Trade in Goods Agreement : ATIGA

กรมประมงพิจารณา MOU ประมง-เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้รับข้อเสนอการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากฝ่ายอินเดียแล้ว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด และจัดส่งความเห็นทางวิชาการ รวมถึงข้อเสนอแนะกลับไปยังฝ่ายอินเดีย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย และเกิดประโยชน์ร่วมกันสูงสุด

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมถึงการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประสานงานเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะการเร่งรัดกระบวนการเปิดตลาดและการพิจารณามาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช หรือ SPS สำหรับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อส่งเสริมการค้าและเพิ่มโอกาสในการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศ

“ปัจจุบันรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยมุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการผลิตที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย” นายสุริยะกล่าว

ไทย-นิวซีแลนด์ ยกระดับเกษตรภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

อีกหนึ่งการหารือสำคัญ นายสุริยะอนุญาตให้นางเรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569

การหารือมีรองศาสตราจารย์ ดร.วีริศ อัมระปาล คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026-2030 ซึ่งถือเป็นวาระฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและนิวซีแลนด์

ความร่วมมือครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยอาหาร เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความยืดหยุ่นของอุปทานอาหาร การจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของไทย

เชิญเอกชนนิวซีแลนด์ร่วมพัฒนาเกษตรไทย

ในการหารือ ไทยได้นำเสนอความสำคัญของภาคการเกษตรไทย โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร และการยกระดับภาคการเกษตรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ไทยยังเชิญชวนภาคเอกชนนิวซีแลนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

นายสุริยะกล่าวว่า ปัจจุบันไทยผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานหารือถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะการเปิดตลาดส้มโอสดทั้งผล และผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุกจากไทย

“ไทยขอให้นิวซีแลนด์สนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยต่อไป” นายสุริยะกล่าว

เปิดตลาดสินค้าเกษตร ต้องเดินคู่มาตรฐานและเทคโนโลยี

ภาพรวมการหารือกับแอฟริกาใต้ อินเดีย และนิวซีแลนด์ สะท้อนบทบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการใช้กลไกความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย

ในกรณีแอฟริกาใต้ ไทยต้องการผลักดันลำไย มังคุด และเนื้อโคแปรรูปเข้าสู่ตลาด เพื่อเชื่อมกับเป้าหมายการค้า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2570

ในกรณีอินเดีย ไทยใช้วาระความสัมพันธ์ทางการทูต 80 ปี และสถานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เป็นฐานขยายความร่วมมือด้านเกษตร การเปิดตลาด และความร่วมมือด้านประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ส่วนกรณีนิวซีแลนด์ ไทยมุ่งยกระดับความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ค.ศ. 2026-2030 โดยเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม ความปลอดภัยอาหาร ความยืดหยุ่นของอุปทานอาหาร และการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของไทย

โจทย์ต่อไปของการทูตเกษตรไทยจึงอยู่ที่การทำให้การหารือระดับนโยบายแปลงเป็นผลเชิงปฏิบัติ ทั้งการลดอุปสรรค SPS การเปิดตลาดสินค้าใหม่ การพัฒนามาตรฐาน และการเชื่อมโยงภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม

หากผลักดันได้ต่อเนื่อง สินค้าเกษตรไทยจะมีช่องทางเข้าสู่ตลาดศักยภาพมากขึ้น ขณะที่เกษตรกรไทยจะมีโอกาสขยายตลาดปลายทาง เพิ่มมูลค่าสินค้า และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิมในระยะยาว