เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

“กฤษฎา” เปิดใจก่อนส่งไม้ต่อตำแหน่ง รมว. ดันราคายาง ส่งท้ายรัฐบาลลุงตู่

04 มิ.ย. 2562 | 15:19น.

เมื่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศในปี 2557 ราคายางพาราต่ำเตี้ยเรี่ยดิน โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ประมาณกิโลกรัมละ 30 กว่าบาท จนเกษตรกรร้องว่า “ยางพารา 3 โล 100 ไม่สามารถอยู่ได้” แม้ว่า คสช.จะใช้อำนาจยุบหน่วยงานองค์กรยางจาก 3 หน่วยเดิม ได้แก่ องค์กรสวนยาง สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตรเป็น “การยางแห่งประเทศไทย” (กยท.) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งหวังให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ถึงกระนั้นราคายางก็ยังไม่มีท่าทีที่จะขยับขึ้น กระทั่งใช้วิธีพยุงราคายางโดยร่วมกับประเทศผู้ส่งออกยางพาราอินโดนีเซียและมาเลเซียในเวทีสภาไตรภาคียาง ใช้มาตรการจำกัดการส่งออก (AETS) หวังผลลดปริมาณยางในตลาดโลกเหมือนโอเปกลดการผลิตน้ำมัน ก็ไม่สามารถทำให้ราคายางปรับสูงขึ้นได้


จวบจนนายกรัฐมนตรีตัดสินใจปรับ ครม.ครั้งสุดท้ายเมื่อพฤศจิกายน 2560 ได้เสนอชื่อ “นายกฤษฎา บุญราช” มาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านายกฤษฎา บุญราชนั้น ตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอจนถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็น “ผู้บริหารขาบู๊ สู้ไม่ถอย” จึงไม่รอช้าลงมือแก้ปัญหาทันที เริ่มแรกมีแนวคิดลดปริมาณยางด้วยการสั่งตัดต้นยางออก 2 ล้านไร่ปรากฏว่า มีทั้งเสียงเชียร์และค้าน

ดังนั้นจึงเปลี่ยนวิธีการใหม่โดยใช้นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” แล้วเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดตรังในโครงการสร้างเสริมศักยภาพเพื่อขยายตลาดคู่ค้ายางพาราไทย ระหว่างผู้ประกอบกิจการยางพาราจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดใหม่ ได้แก่ เม็กซิโก เกาหลีใต้ ศรีลังกา อินเดีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน เป็นต้น กับกลุ่มสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 30 สถาบันส่งผลให้มีการสั่งซื้อยางจากกลุ่มสถาบันเกษตรกรและกยท. คิดเป็น 57% ของจำนวนบริษัททั้งหมดที่เข้าร่วมการจับคู่เจรจาธุรกิจ สั่งจองยางหลายประเภท ได้แก่ น้ำยางข้น ยางเครปขาว ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง เป็นต้น รวมปริมาณกว่าเดือนละ 58,000 ตัน หรือ 696,000 ตันต่อปี นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง แล้วสั่งการให้ทูตเกษตรในต่างประเทศติดตามสถานการณ์ยางโลกโดยใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาาราคายางพาราทุกระยะ

หลายปีมานี้ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรที่ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ผลผลิตยางพาราเฉลี่ย 4.5 ล้านตันต่อปี ใช้ในประเทศเพียงปีละ 500,000 ตันเท่านั้น ที่เหลือส่งออกโดยไทยเป็นผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก แต่ในปี 2556 ประเทศผู้ปลูกยางพารารายใหม่เริ่มส่งออกมากขึ้น จนสต๊อกยางในตลาดโลกมีปริมาณมากส่งผลให้ราคาตกต่ำ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง ประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงหันไปใช้ยางสังเคราะห์ที่ทำจากน้ำมันแทนการใช้ยางธรรมชาติ เพราะราคาถูกกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยังพบว่ายางที่ส่งออกประมาณ 4 ล้านตันต่อปีนำรายได้เข้าประเทศ 500,000 ล้านบาทนั้น ส่งออกโดยแปรรูปเป็นยางวัตถุดิบได้แก่ ยางแท่ง ยางก้อน และน้ำยางข้นถึง 85% มูลค่า 250,000 บาท ส่วนอีก 15% แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ได้มูลค่า 250,000 เท่ากันกับยางวัตถุดิบจึงนำไปสู่แนวคิดที่ว่า หากส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมากขึ้นโดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ลดปริมาณการส่งออกยางวัตถุดิบ แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จะเพิ่มมูลค่าแก่ยางพาราได้หลายเท่าตัว

สำหรับแนวทางที่นายกฤษฎาดำเนินการส่งเสริมให้มีการแปรรูปยางภายในประเทศหรือเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศ ไม่ได้พึ่งการส่งออกเพียงอย่างเดียวคือ ในปี 2561-2562 เริ่มด้วยการขอความร่วมมือกระทรวงการคลังจัดแคมเปญส่งเสริมการใช้ยางล้อที่ผลิตด้วยยางพาราในประเทศเพื่อนำไปลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งประชาชนสนใจนำรถไปเปลี่ยนยางล้อจากผู้ผลิตที่ร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ควบคู่กับนโยบายส่งเสริมการนำยางพาราไปแปรรูป นอกจากยางล้อแล้ว ยังมีถุงมือยาง รองเท้าเครื่องนอน สายพานลำเลียง แผ่นรองรางรถไฟ ท่อยาง อุปกรณ์จราจร บล็อกตัวหนอนสำหรับปูพื้นสนามกีฬา สนามเด็กเล่น และทางเท้า เป็นต้น โดยจูงใจทั้งบริษัทสัญชาติไทยและบริษัทจากต่างประเทศให้ลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งรัฐจะมอบสิทธิประโยชน์ให้ในลักษณะเดียวกับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

โครงการสร้างทำถนนพาราซอยซีเมนต์นั้นมีความก้าวหน้าอย่างชัดเจน ขณะนี้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศได้อนุมัติเทศบัญญัติและข้อบัญญัติจังหวัดงบประมาณปี 2562 เพิ่มเติมให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาลสามารถใช้งบท้องถิ่นทำถนนพาราซอยซีเมนต์ในพื้นที่ชนบทได้แล้ว ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินมาตรการระยะกลางและระยะยาวเพื่อกระตุ้นราคายางโดยเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางภายในประเทศ ที่สำคัญคือ โครงการสร้างถนนผสมยางพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ความยาวถนนดินลูกรังที่อยู่ในแผนปรับเป็นถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางพาราไร้ฝุ่นระยะทางยาง 300,000 กิโลเมตร ซึ่งแต่ละท้องถิ่นจะทยอยจัดทำถนนผสมยางแทนถนนลูกรังปีละ50,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ถนน 1 กิโลเมตรใช้ยางพารา 1.3 ตัน จึงคาดว่า ปริมาณการใช้ในโครงการสร้างถนนจะไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านตัน นอกจากนี้ อปท. ยังนำยางพาราไปสร้างสนามกีฬาและสนามเด็กเล่นอีกด้วย โดยเป็นมาตรการระยะกลางและระยะยาวที่จะทำให้ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นอีกและมีเสถียรภาพอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยสรุปว่า โครงการสร้างถนนผสมยางพาราทั้งในปีงบประมาณ 2561 – 2562 ที่ดำเนินการแล้วมี 2,565 โครงการ ใช้น้ำยางข้น 29,554 ตันและน้ำยางสด 3,078.87 ตัน นอกจากนี้ อปท.ยังนำยางพาราไปสร้างสนามกีฬาและสนามเด็กเล่นอีกด้วย สำหรับสนามกีฬาจัดทำแล้ว 72 โครงการ ส่วนสนามเด็กเล่น 29 โครงการ รวมปริมาณน้ำยางที่ข้นใช้ไปแล้ว 29,929.45 ตันและปริมาณน้ำยางสดที่ใช้ไปแล้ว 3,114.47 ตัน

มาตรการที่กล่าวมานั้นทำให้ราคายางพาราปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำยางสดล่าสุด (วันที่ 4 มิถุนายน 2562) อยู่ที่ 50.90 บาทต่อกิโลกรัม โดยเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2561 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 42.91 บาท ส่วนยางแผ่นรมควันชั้น 3 ล่าสุด (วันที่ 4 มิถุนายน 2562) อยู่ที่ 55.89 บาทต่อกิโลกรัม โดยเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2561 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 42.91 บาท

จุดมุ่งหมายปลายทางในการรักษาเสถียรภาพราคายางของนายกฤษฎาคือ หากมาตรการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมากขึ้นทั้งการนำยางพารามาผสมดินทำถนนในชนบทและการสนับสนุนให้เอกชนแปรรูปยางพาราในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าควบคู่กับการลดทั้งพื้นที่สวนยางแล้ว จึงมั่นใจว่า ราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอนเนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญคือ จีน ตลอดจนประเทศผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพาราอื่นๆ จะต้องวางแผนสั่งซื้อยางวัตถุดิบจากตลาดล่วงหน้าที่สำคัญได้แก่ ตลาดไซคอม (สิงคโปร์) ตลาดโตคอม (ญี่ปุ่น) หากทราบว่า ปริมาณยางวัตถุดิบในตลาดโลกจะลดลง ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องซื้อไปเก็บสต็อกไว้ เป็นปัจจัยให้ราคาซื้อขายทั้งในตลาดล่วงหน้าสูงขึ้น ส่งผลให้ราคารับซื้อในประเทศสูงตามไปด้วย แผนงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่วางไว้ทั้งหมดมุ่งหวังที่จะลดผลผลิตยางในอนาคต ให้ไม่เกิน 4 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะทำให้ราคายางพาราของไทยมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน