เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ดูทั้งหมด

โควิดทุบความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกวูบ 1.5 ล้านล้าน

09 เม.ย. 2563 | 14:05น.
ศูนย์พยากรณ์ฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 50.3 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยปัญหาหลักมาจากโควิด-19 กระทบต่อความเชื่อมั่นทั้งรายได้ การหางานทำ และเศรษฐกิจโดยรวม พร้อมยังประเมินครึ่งปีแรกของปี คาดเม็ดเงินจะหายออกจากระบบเศรษฐกิจถึง 1.5 ล้านล้านบาท
 
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม 2563 ยอมรับว่าต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นการต่ำสุดเทียบเคียงได้กับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2541 และเมื่อประเมินเศรษฐกิจไทยขณะนี้ กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย จากภาวะเศรษฐกิจหดตัว การว่างงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อรายได้ของผู้บริโภค กำลังซื้อลดลงในช่วงไตรมาส 2 และเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 กำลังซื้อจะชะลอตัว ดังนั้น ในช่วง 3 เดือนจากนี้ (เมษายน ถึง มิถุนายน) จะเป็นตัวประเมินว่าการควบคุมปัญหาจะคลี่คลายได้เร็วหรือไม่ ซึ่งจะสะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกันนี้ สัปดาห์ ศูนย์พยากรณ์ฯ จะประเมินเศรษฐกิจไทยอีกครั้งซึ่งคาดว่าจะติดลบ
 
“จากภาวะปัจจุบันผู้บริโภค WFH กันมากขึ้นส่งผลให้กำลังซื้อจากภาวะปกติอยู่ที่ 20,000 ล้านบาทต่อวัน ลดลงคงเหลือ 5,000 ล้านบาทต่อวัน ทั้งมาจากรายได้ผู้บริโภคลดลง ระวังการจ่ายมากขึ้นเนื่องจากความไม่มั่นใจเศรษฐกิจในอนาคต นักท่องเที่ยวลดลง ไตรมาส 1 หายไปประมาณ 40% และเชื่อว่าไตรมาส 2 จะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทย จากปกติเข้ามาประมาณ 9 ล้านคน พร้อมกันนี้ จากการประเมินปัญหาทั้งภาคการท่องเที่ยว การบริโภค เศรษฐกิจ คาดการณ์ว่าครึ่งปีแรกของปี 2563 เม็ดเงินจะหายออกไปจากระบบเศรษฐกิจประมาณ 7 แสนล้านบาท และหากดูทั้งปีประกอบจากปัจจัยของการลงทุนลดลง ค้าชายแดนชขะลอตัว การส่งออก คาดว่าเม็ดเงินจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจถึง 1-1.5 ล้านล้านบาท”
 
อย่างไรก็ดี ยังคงประเมินให้สถานการณ์ของปัญหาโควิ-19 คลี่คลายได้ภายในไตรมาส 2 แม้เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในทางเทคนิคใน 2 ไตรมาส แต่เชื่อว่าไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะฟื้นและขยายตัวเป็นบวก โดยอาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีโอกาสติดลบ แต่ก็ยังทำให้เศรษฐกิจ กำลังซื้อ กลับมาดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ ภาครัฐก็อยู่ระหว่างการออกนโยบายดูแลทุกภาคส่วน แม้อาจจะไม่ชัดเชนบ้างในกรอบระยะเวลาในการดูแล แต่นโยบายของรัฐบาลนั้นต้องการที่จะประคองสถานการณ์และแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น ซึ่งออกนโยบายทั้งด้านการเงินและการคลัง เพื่อที่จะดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
 
นายปรีดา โพธิ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลของการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2563 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการโดยส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมอยู่ในระดับ 64.8 อยู่ที่ระดับ 50.3 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ทำการสำรวจในรอบ 258 เดือนหรือ 21 ปี 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542 เป็นต้นมา ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 41.6 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 49.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 59.9 โดยปรับตัวลดลงทุกรายการเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่อยู่ในระดับ 52.2 61.4 และ 80.4 ตามลำดับ
 
 
ทั้งนี้ ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่าผู้บริโภคยังขาดความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคตอย่างมาก เนื่องจากการปรับตัวของดัชนีความเชื่อมั่นในแต่ละรายการปรับตัวลดลงมากกว่า 10 จุดภายในเดือนเดียว โดยปัญหาหลักมาจากความกังวลในวิกฤต COVID19 ทั่วโลก ซึ่งการปรับตัวลดลงอย่างมากภายในเดือนเดียวทุกรายการเช่นนี้ ยอมรับว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอด 21 ปี 6 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2542 ที่ศูนย์พยากรณ์ฯ สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมา ดังนั้น จากการติดตามยังคงมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะยังไม่ฟื้น และคาดว่าผู้บริโภคจะชะลอการใช้จ่ายอย่างมากไปอย่างน้อย 3-6 เดือนนับจากนี้เป็นต้นไป
 
ส่วนปัจจัยบวกที่กระทบ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.75% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มติดลบ รัฐบาลดำเนินมาตรการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง ส่วนปัจจัยลบ ความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว การประกาศประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลต่อการประกอบธุรกิจ การประมาณการทางเศรษฐกิจของประเทศลดลง ซึ่งแต่ละปัจจัยล้วนกระทบต่อเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศ