“จุรินทร์” ลุยหารือเอกชนกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง-แปรรูป ตั้งรับส่งออก
“จุรินทร์” ลุยหารือกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง-แปรรูป หวังตั้งรับแผนส่งออก ช่วงโควิด-19 ด้านเอกชน มองยังมีโอกาสที่ตลาดส่งออกโตเป็นบวกในปีนี้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมสมาคมแช่เยือกแข็งไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยง สมาคมบรรจุภัณฑ์โลหะไทย สมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมกุ้งภาคตะวันออก หอการค้าสมุทรสาคร รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ บริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรสาคร ว่า เพื่อวางแผนรับมือการส่งออกหลังโควิด-19 คลี่คลายโดยกำหนดเป้าหมาย ไตรมาส 3และ4 จะเร่งดันส่งออกกลุ่มสินค้าดังกล่าวให้เป็นบวก

โดยมี 4 มาตรการ เป้าหมายร่วมกันผลักดัน เช่น 1.ลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะกระป๋อง ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องรับซื้อจากในประเทศซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูง กรมการค้าต่างประเทศจะเป็นตัวกลางในการช่วยนัดผู้ผลิตเหล็กผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋องและผู้แปรรูปและผู้ส่งออกในเรื่องอาหารทะเลมาพบเพื่อหาทางร่วมกันในการที่จะลดต้นทุน 2.จะเร่งรัดในการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรหรือ อังกฤษ ถ้าเป็นไปได้จะเดินหน้าทำ FTA กับแอฟริกาและกลุ่มประเทศยูเรเซียรวมทั้งการดำเนินหน้าที่จะผลักดันให้เกิดการลงนามในข้อตกลงRCEPให้ได้ในปีนี้
3.กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับภาคเอกชนในการเดินหน้าหาส่วนแบ่งเพิ่มเติมใน 4 ตลาด เช่น จีน รัสเซีย แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะไปทำแผนงานในการทำตลาดเหล่านี้ และ4.รัฐกับเอกชนช่วยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับของชาวโลกมากขึ้น และนอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย จะร่วมกันทำ MOUในการไปให้หนังสือรับรอง ว่าผลิตภัณฑ์จากโรงงานปลอดจากเชื้อโควิดได้ 100% เพื่อที่จะใช้เป็นเอกสารในการโฆษณาอาหารไทยกับตลาดโลกต่อไป
ภาพรวมของการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูปของไทย มีมูลค่าการตลาดทั้งหมดในภาพรวมของปี 2562 ประมาณ 172,235 ล้านบาท ผลผลิตทั้งหมด 1,188,523 ตัน บริโภคในประเทศ 22% ส่งออก 78% โดยประมาณการส่งออกปี 2562 ทั้งหมด 173,961.78 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.28% ของการส่งออกของไทยทั้งหมด สำหรับไตรมาสแรกยอดส่งออกทั้งหมด 37,910 ล้านบาท ติดลบ 9.77% จากปัญหาล็อคดาวน์ ของประเทศคู่ค้า จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออก อย่างไรก็ตามเอกชนเห็นว่ายังโอกาสที่จะพลิกฟื้นตัวเลขกลับมาเป็นบวกได้ ในไตรมาส 3และ4
สำหรับตลาดหลัก ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีนและออสเตรเลีย สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา สัดส่วนส่งออก 21.4% ญี่ปุ่น 20.7 % จีน 6.3 % และออสเตรเลีย 5.4% ผลิตภัณฑ์สำคัญที่ส่งออก 5 ชนิดได้แด่ 1. ปลาทูน่ากระป๋องปลาซาร์ดีนกระป๋อง 2.อาหารสัตว์เลี้ยงที่ทำจากทูน่า3.กุ้ง 4.ปลาหมึก 5.ปลา สำหรับส่งออกปีนี้ คาดส่งออกโต 3% ที่เป็นเป้าหมาย
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากโควิดทำให้ กลุ่มภาคบริการ เช่น ภัตตาคาร โรงแรม การบินการบินมีปัญหาหมดแต่ซุปเปอร์มาร์เก็ตขายดีมาก เพราะคนซื้อของกลับบ้านกิน จึงเป็นโอกาสทางการตลาดของอาหารแช่แข็ง ดังนั้น ไม่มีปัญหาลูกค้าสั่งซื้อเยอะ ในส่วนวัตถุดิบค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพในแง่ของจำนวนกับราคา แต่กุ้งยังมีปัญหาอยู่ในแง่จำนวน ที่ผ่านมาทางรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯได้ทำงานอย่างเคร่งเครียดเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายขึ้นมาก คิดว่าอาหารทะเลโดยเฉพาะปลาสามารถมีวัตถุดิบเพียงพอในการป้อนตลาดต่างประเทศ มั่นใจว่าปีนี้ตัวเลขจะโตเป็นบวก