เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ประชาชน 55% ใช้จ่ายลดลงช่วงปีใหม่ หลังพบติดเชื้อโควิดในสมุทรสาคร

26 ธ.ค. 2563 | 13:58น.
เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์

หอการค้าชี้ จากข่าวติดเชื้อโควิดในพื้นที่สมุทรสาคร ประชาชนกว่า 55.3% ใช้จ่ายน้อยลงช่วงปีใหม่ ยกเลิกท่องเที่ยว บริโภคอาหารทะเลลดลง หากล็อคดาวน์ทั้งจังหวัดสมุทรสาคร คาดเม็ดเงินหายจากระบบเศรษฐกิจกว่า 64,340 ล้านบาทใน 1 เดือน

วันที่ 26 ธันวาคม 2563 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยและ ประธานโครงการ Harbour.space@utcc เปิดเผยถึงผลสำรวจโดยการเปรียบเทียบกรณีที่มีข่าวการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ต่อการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 14-23 ธันวาคม 2563 จำนวนตัวอย่าง1,223 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่หลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดกว่า 55.3% ประชาชนใช้จ่ายน้อยลงกว่าที่วางแผนไว้ มีเพียง 16.9% ที่ยังใช้จ่ายมากกว่าที่วางแผนไว้ และ 75.9% ได้ยกเลิกการท่องเที่ยวออกไป 15.2% ยังคงออกไปเที่ยว แต่มีการป้องกันมากขึ้น และ 8.9% เปลี่ยนไปเที่ยวจังหวัดอื่นที่ไม่มีการแพร่ระบาด

และจากข่าวดังกล่าวมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารทะเล พบว่า 46.4% เลี่ยง งดการบริโภค 31.1% บริโภคเหมือนเดิมแต่ทำให้สุก และ15.5% บริโภคลดลง ส่วนการใช้จ่ายในชีวิตประจำเป็น 44.3% ใช้จ่ายลดลง ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว ซื้อสินค้าฟุ่มเฟื่อย สันทนาการและสถานบังเทิง เป็นต้น มีเพียง 19.8% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยใช้ไปกับ การซื้ออุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ป้องกันโควิด อาหารและเครื่องดื่ม และ35.9% ที่ยังใช้จ่ายเท่าเดิม

และเมื่อดูมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ กรณีปกติคาดว่ามีเงินสะพัดอยู่ที่ 91,467 ล้านบาท กรณีมีการล็อคดาวน์เฉพาะสมุทรสาคร คาดว่ามีเงินสะพัดอยู่ที่ 80,937 ล้านบาท กรณีที่มีการปิดพื้นที่ใกล้เคียง คาดว่ามีเงินสะพัดอยู่ที่ 65,143 ล้านบาท กรณีที่มีการล็อคดาวน์ทั่วประเทศ คาดว่ามีเงินสะพัดอยู่ที่ 38,819 ล้านบาท

ส่วนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทย กรณี Full Lockdown 1 จังหวัดสมุทสาคร จะส่งผลให้จังหวัดอื่น ๆ 76 จังหวัด ได้รับผลกระทบในการยกเลิก เลื่อน กิจกรรม Event การเดินทางท่องเที่ยว ยอดการขายปลีกลดลง จะทำให้เม็ดเงินหายออกจากระบบเศรษฐกิจ 64,340 ล้านบาทต่อ 1 เดือน หรือ ต่อวันอยู่ที่ 2,145 ล้านบาท โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือภาคการขนส่ง

กรณี Lockdown 5 จังหวัด เช่น สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ จะทำให้จังหวัดอื่น 72 จังหวัดได้รับผลกระทบในการยกเลิก เลื่อน กิจกรรม การเดินทางท่องเที่ยว ยอดขายปลีกลดลง จะทำให้เม็ดเงินหายออกจากระบบเศรษฐกิจ 121,779 ล้านบาทต่อ 1 เดือน หรือ ต่อวันอยู่ที่ 4,059 ล้านบาท โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือภาคการขนส่ง เช่นกัน กรณีแย่ที่สุด คือ Lockdown ทุกจังหวัด จะทำให้เม็ดเงินหายออกจากระบบเศรษฐกิจ 205,692 ล้านบาทต่อ 1 เดือน หรือ ต่อวันอยู่ที่ 6,856 ล้านบาท โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือภาคอุตสาหกรรม รองลงมาคือภาคการท่องเที่ยว

นางเสาวณีย์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสำรวจถึงทัศนะทั่วไปเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ พบว่า มาตรการคนละครึ่ง ประชาชนกว่า 62% มีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก รองลงมา มาตรการเราเที่ยวด้วยกัน 28.4% และช้อปดีมีคืน 9.2% ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลออกมานั้นส่วนใหญ่ประชาชนมองว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากมีการต่อมาตรการออกไปถึงไตรมาส 1 ของปี 2564 โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่ง ประชาชนเห็นว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมากและเป็นผลดีต่อการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่ของประชาชนที่จะทำให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่ามาตรการของรัฐทั้ง 3 มาตรการล้วนมีผลต่อประชาชนวางแผนการใช้จ่ายในช่วงปีใหม่และมีผลต่อการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่น โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่า การเข้าโครงการรัฐทำให้ประชาชนประหยัดเงิน 60.9% รองลงมาประชาชนมีการใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบมีการวางแผน 28.1% และสถานการโควิด 4.3% รายได้ไม่เพียงพอ 4.3% เก็บเงินไว้เพราะไม่แน่ใจกับสถานการณ์ 2.7% ขณะที่จำนวนเงินที่ใช้ต่อคนกับมาตรการของรัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกันอยู่ที่ 13,806 บาท มาตรการคนละครึ่ง 3,490 บาท และช้อปดีมีคืน 12,170 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ม.หอการค้าไทย