เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีไอเอ็มบี ไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก Q4 เผชิญ 6 ความเสี่ยง แนะเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที
Finance ‘ซีไอเอ็มบี ไทย’ เตือนเศรษฐกิจโลก Q4 เผชิญ 6 ความเสี่ยง แนะเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที
เบทาโกรเร่งเกม Pet Food โลก ดัน OEM-พรีเมี่ยม เจาะสหรัฐ-อินเดีย
Economic เบทาโกรเร่งเกม Pet Food โลก ดัน OEM-พรีเมี่ยม เจาะสหรัฐ-อินเดีย
ขนมสัตว์เลี้ยงไอ-เทลโตแรง 53.9% เดินหน้าซื้อ Phelps 
Economic ขนมสัตว์เลี้ยงไอ-เทลโตแรง 53.9% เดินหน้าซื้อ Phelps 
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
Economic GC-SCGC ดีลปิโตรเคมีใหญ่สุดในไทย ดันธุรกิจโพลิโอเลฟินส์ติด TOP 10 โลก
ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
Economic ส.ผู้เลี้ยงสุกร ขอบคุณ ‘กรมปศุสัตว์-ศุลกากร-CIB’ เข้มปราบหมูเถื่อน หลังพบลักลอบรอบใหม่
ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
Finance ธนาคารกรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 2-3% แรงหนุนธุรกิจใหญ่
หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
Economic หอการค้าจังหวัดเลยชงแผนพัฒนาเมือง ดันกระเช้าภูกระดึง-เชื่อมการค้าจีน
ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดตัว CIMB PRIVATE WEALTH เจาะลูกค้ามั่งคั่ง AUM เกิน 30 ล้าน
อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
Politics อนุทิน แจ้งความ ‘ไอซ์’ เจ้าของเพจ Godd Dam แชร์สลิปปลอม 7 ล้าน
ดูทั้งหมด

โควิดรอบ 3 ดึงดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเมษายน 64 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

06 พ.ค. 2564 | 16:07น.

หอการค้าไทย เผย โควิดรอบ 3 ดึงดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเมษายน 2564 อยู่ระดับ 46.0 ลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ มาตรการภาครัฐเห็นด้วยแต่มองว่าอัดฉีดเงินน้อยไป ยังกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้เต็มที่จากเม็ดเงินที่หายถึง 4 แสนล้านบาท

วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน อยู่ที่ 46.0 ลดลงจากเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งอยู่ที่ 48.5 โดยลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 7 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 40.3 จาก 42.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำ อยู่ที่ 42.9 จาก 45.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 54.7 จาก 57.7

ปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ ความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังมีการระบาดอยู่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน การทำธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการต่างๆ, รัฐบาลออกมาตรการควบคุมการระบาดของโรคให้เข้มข้นและมาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามเขตพื้นที่ ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เช่น การปิดสถานบันเทิง ควบคุมเวลาการเปิดปิดห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เป็นต้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกเคหสถานในยามค่ำคืน, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยเหลือโต 2.3% จากเดิมคาด 2.8%

ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ ภาครัฐดำเนินการออกมาตรการเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ ประกอบด้วย โครงการ “เราชนะ” “ม33เรารักกัน” “คนละครึ่ง” “เราเที่ยวด้วยกัน” ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อให้ปรับดีขึ้นทั่วประเทศ, การส่งออกเดือนมี.ค. ขยายตัว 8.47% ทำให้ช่วง 3 เดือนแรกส่งออกโต 2.27%, ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น หรือทรงตัวในระดับที่ดี โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดเริ่มปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ดี จากดัชนีความเชื่อมั่นชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง จากผลกระทบโควิดรอบที่ 3 ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นในระดับหลักพันคน และยอดผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ในระดับตัวเลขสองหลักต่อเนื่องกัน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด และลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมาในเดือนตุลาคม 2541

อีกทั้ง มองว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม 2564 ยังมีโอกาสจะปรับลดลงได้ต่อเนื่อง ถ้าสถานการณ์โควิดในประเทศยังไม่ดีขึ้น การฉีดวัคซีนโควิดยังไม่สามารถทำได้ครอบคลุม และยอดผู้ติดเชื้อรายวันยังอยู่ในระดับสูง โดยมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังเป็นขาลง และยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้นได้ในระยะสั้นนี้

“สถานการณ์รอบนี้มาจากโควิดอย่างชัดเจน มีการงดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กึ่งล็อกดาวน์ ปิดสถานบริการต่างๆ ร้านอาหาร สถานบันเทิง ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจึงบ่งชี้ว่าคนจับจ่ายใช้สอยลดลงต่อเนื่อง และใช้จ่ายน้อยลงกว่าโควิดในปี 63”

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า จากผลกระทบที่เกิดขึ้นยังประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าความเสียหายในช่วงไตรมาส 2 จะอยู่ที่ราว 3-4.5 แสนล้านบาท หรือตกเดือนละ 1-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลยอดค้าปลีกในเบื้องต้นพบว่ายอดขายหายไปจากปกติ เหลือเพียงไม่เกิน 30% และหากสถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นก็จะยิ่งสร้างโอกาสความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

สำหรับมาตรการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลอยู่ในช่วงไตรมาส 2 ประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท ที่มาจากโครงการเราชนะ, เรารักกัน, มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำ-ค่าไฟ และมาตรการสินเชื่อต่างๆ นั้น มองว่า เม็ดเงินดังกล่าวยังน้อยเกินไปสำหรับการลงไปช่วยระบบเศรษฐกิจในไตรมาส 2 นี้ ที่ประเมินว่า ความเสียหายจะมีมากถึง 3-4.5 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากนัก ดังนั้นจึงทำให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 มีโอกาสจะเติบโตได้เพียง 3-5% จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะเติบโตได้ 8-9%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไตรมาส 2 คาดว่าจะเสียหายอย่างน้อยราว 3-4.5 แสนล้านบาท การอัดฉีดเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบ น่าจะมีการพิจารณาเพิ่มเติมให้ได้อย่างน้อย 2-3 แสนล้านบาท เพื่อประคองสถานการณ์ เพราะตอนนี้เม็ดเงินที่เหลืออยู่ในระบบเศรษฐกิจ จะมีแค่ soft loan และเราชนะ กับเรารักกัน ที่ขยายต่อให้ โดย หอการค้าไทย ยังต้องขอติดตามสถานการณ์ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ก่อนที่จะพิจารณาว่าต้องทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยของปีนี้ใหม่หรือไม่

จากปัจจุบันที่คาดว่า GDP ปี 64 จะเติบโตได้ราว 2.5-3% แต่มองว่า หากเศรษฐกิจไทยไม่ได้รับมาตรการการกระตุ้นที่เหมาะสม รวมทั้งไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศได้ ก็มีโอกาสที่ GDP ปีนี้จะเติบโตเหลือเพียง 0-1.5% สิ่งที่สำคัญมากคือ การควบคุมโควิด และการบริหารจัดการวัคซีน 2 ตัวนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นในระยะสั้นปรับตัวในทิศทางบวก หรือลบ

ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกจังหวะ จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาฟื้นขึ้นได้หลังโควิดคลี่คลาย แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังประเมินยาก ต้องรอสิ้นเดือนพ.ค. รอมาตรการของรัฐที่ชัดเจนทั้งหมด จึงจะค่อยปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้อีกครั้ง