TGE กางโรดแมปโรงไฟฟ้า อัพกำลังการผลิตสู่เป้าหมาย 200 MW หลังเทรดวันแรก

TGE

“ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่” หรือ TGE เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ขายหุ้น IPO จำนวน 600 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย 2 บาทต่อหุ้น ปูทางสู่เป้าหมายขยายกำลังการผลิตรวมเป็น 200 MW ภายในปี 2575

วันที่ 19 สิงหาคม 2565 นายพงศ์นรินทร์ วนสุวรรณกุล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE ผู้นำด้านอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันนี้ (19 สิงหาคม 2565) บริษัทได้นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หมวดกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร

โดยใช้ชื่อย่อ “TGE” ในการซื้อขายหลักทรัพย์ หลังจากระดมทุนเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 600 ล้านหุ้น ซึ่งได้รับการตอบรับดี และเชื่อว่าจะได้รับความสนใจที่ดีต่อเนื่องจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ TGE จะนำเงินไปใช้ลงทุนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อผลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายระยะยาวที่จะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งรวมโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เป็นมากกว่า 100 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2570 และเพิ่มเป็นมากกว่า 200 MW ภายในปี 2575 เน้นการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ พลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และพลังงานจากขยะ

พร้อมต่อยอดธุรกิจไปยังพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ โดยแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืน ตลอดจนนำเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่เปิด COD แล้ว 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.7 MW และมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่อยู่ระหว่างพัฒนา 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 22 MW

ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES SKW จ.สระแก้ว จำนวน 8 MW โรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES RBR จ.ราชบุรี จำนวน 8 MW และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES CPN จ.ชุมพร จำนวน 6 MW โดยทั้งหมดได้รับคัดเลือกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าแล้ว คาดว่าจะ COD ภายในปี 2567 ทำให้บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเพิ่มเป็น 51.7 MW

อีกทั้งมีแผนเตรียมเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกับ อปท. อีก 4 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES PRI จ.ปราจีนบุรี, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES CNT จ.ชัยนาท, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES UBN จ.อุบลราชธานี และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES TCN จ.สมุทรสาคร คาดว่าหากได้รับคัดเลือก จะสามารถเปิด COD ได้ในปี 2568 ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานที่ตั้งเป้าไว้จะทำให้มีกำลังผลิตติดตั้งรวมในอีก 3 ปีข้างหน้า เพิ่มเป็นประมาณ 90 MW และบริษัทยังคงแสวงหาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังผลิตให้ได้มากกว่า 200 MW

นางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ หรือ TGE เป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานทดแทนชั้นนำที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว จากกลยุทธ์ขยายธุรกิจที่ชัดเจน โดยมุ่งมั่นพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสในธุรกิจพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ประกอบกับรากฐานธุรกิจอันแข็งแกร่ง

ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความมั่นคงทางด้านวัตถุดิบที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า จึงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด รายได้รวมนับจากปี 2562-2564 เพิ่มขึ้นจาก 347.5 ล้านบาท เป็น 807.5 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยราว 50% ต่อปี เช่นเดียวกับกำไรสุทธิปี 2562-2564 ที่เพิ่มขึ้นจาก 94.3 ล้านบาท เป็น 202.1 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

นางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า TGE เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 600 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย 2 บาทต่อหุ้น สามารถระดมทุนได้ทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง

รวมถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจในอนาคตของ TGE ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ที่พร้อมเติบโตตามเมกะเทรนด์ของโลกด้าน Green Energy และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศ