CEO บางจากตอบทุกคำถาม ดีลเอสโซ่ 55,000 ล้าน ขอ 2 ปี ปรับโฉมปั๊ม

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
สัมภาษณ์

แวดวงพลังงานร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี เมื่อ “บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผ่องถ่ายสินทรัพย์บริษัทพลังงานข้ามชาติมาเป็นของประเทศไทย” ด้วยเข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วนร้อยละ 65.99 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“เอสโซ่”) จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. (ExxonMobil) มูลค่า 55,500 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้เอสโซ่ปฏิเสธความคิดเห็น

ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร การลงทุนธุรกิจน้ำมันจะสวนกระเเสเทรนด์ EV หรือไม่ สูตรน้ำมันของปั๊มเอสโซ่ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และบิ๊กดีลครั้งนี้ ถือเป็นการผูกขาดธุรกิจ หรือไม่

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” สรุปสัมภาษณ์คำต่อคำ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ผู้บริหารบริษัทบางจากฯ

เปิดที่มาดีลเอสโซ่ 55,000 ล้านบาท

กว่าจะเกิดเป็นดีลนี้ มาจากจุดเริ่มต้นเมื่อ 4 ก่อน ที่ทางทีมบริหารบางจาก ได้พูดคุยกันว่า “ควรจะต้องมีโรงกลั่น แห่งที่ 2 ที่ไม่ใช่การสร้างใหม่ เพราะการสร้างแห่งใหม่ใช้เงินลงทุนสูง งบฯบานปลาย ไม่คุ้มค่า” ดังนั้นจึงเริ่มมองหาโรงกลั่นฯที่ดำเนินการอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็มีโรงกลั่น เข้ามาพูดคุยหรือเสนอขายให้กับบางจาก

“มากกว่า 2 โรงกลั่น และเอสโซ่ ก็เป็น 1 ใน 3 ที่มีการพูดคุย” ซึ่งก็สามารถจบดีลกับเอสโซ่ได้ก่อน และดีลนี้ ใช้เวลาในการเจรจาร่วม 1 ปี กระทั่ง ดีลล่าสุดเกิดขึ้นช่วงบ่ายสองเมื่อวาน (11 มกราคม 2566) ใช้เวลาคุยสักพักและเซ็นสัญญาตอนสามทุ่ม (21.00 น.) เพราะฉะนั้น ก็ต้องบอกว่า ดีลไม่ได้นิ่งและจบไปง่าย ๆ ก็มีการคุยกัน พูดจากัน ทำกันมานานพอสมควร

ย้อนไปเราเริ่มคุยกันอย่างเป็นทางการช่วงโควิดต้นปีที่แล้ว เดือนเมษายน 2565 ตอนนั้นคนที่คุยด้วยก็ติดโควิดมาไม่ได้ สุดท้ายก็ซูมคุยกัน ไป ๆ มา ๆ ดอกเบี้ยขึ้น คนที่คุยกันบอกว่า ถ้าอยู่ต่อ เสี่ยงจะหาย ลาออก เปลี่ยนคนคุย ดังนั้นเมื่อคุยกันเสร็จเเล้ว พอสองเดือนสุดท้าย คุยกันผ่านซูมกันที 11 ชั่วโมง ผมโชคดีผมเริ่มประชุม 8.00 น. เลิก 18.00 น. ส่วนเขาอยู่ Houston (รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา) เริ่มประชุมตีห้า “ถือว่าก็คุยกันเยอะกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้”

หลัก ๆ ที่คุยง่าย ๆ เมื่อคืนที่ตกลงกันสามทุ่มกว่า คือ เราจะเข้าซื้อหุ้นที่ ExxonMobil คือบริษัทแม่ของ Esso Thailand ผมจะใช้คำว่า ETL นั่นคือ ExxonMobil (Thailand) Public Company Limited เราก็ตกลงเข้าไปซื้อหุ้น 65.99% ซึ่งถ้าเข้าซื้อเรียบร้อยแล้ว รวมกันก็จะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีการกลั่นตามสเป็ก จะสามารถดำเนินธุรกิจโรงกลั่นฯได้ครบวงจรมากขึ้น จัดหาน้ำมันดิบได้หลากหลายขึ้น สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยที่เราได้ “ผ่องถ่ายสินทรัพย์ด้านพลังงาน บริษัทข้ามชาติมาเป็นของคนไทย”

ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับคนไทยด้วยกัน อีกทั้งเป็นการเสริมศักยภาพ กำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน ที่มีทั้งเครือข่ายคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศของเอสโซ่กว่า 700 แห่ง จะส่งผลให้บางจากมีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน และเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,100 แห่ง สามารถดำเนินธุรกิจโรงกลั่นได้ครบวงจรมากขึ้น ดังนั้นบางจากเองก็ถือว่า Transition (จุดเปลี่ยนผ่าน) นี้เป็น Transition ที่ใหญ่

โดยมี มูลค่าตั้งต้นการเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ 55,500 ล้านบาท ส่วนกลไกการปรับราคาซื้อขายหุ้นตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายหุ้น จากวันที่เซนจนกระทั่งซื้อขายจริงก็มีมูลค่าเงื่อนไขพอสมควร เพราะฉะนั้น วันจ่ายเงินเราต้องไปปรับราคาซื้อขาย ตามงบการเงินฉบับล่าสุด สมมติว่าไปชำระเงินเดือนสิงหาคม ก็ต้องใช้งบการเงินไตรมาส 2 ของ ETL ซึ่งจะไปเสร็จเมื่อไหร่จะเป็นสิงหาคม หรือพฤศจิกายน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบังคับก่อน

กล่าวคือ ทาง ETL ต้องไปขอเเก้ไข สัญญาสร้าง ขยายโรงกลั่น ซึ่งเป็นสัญญาระหว่าง ETL กับกระทรวงอุตสาหกรรม 15-20 ปีที่แล้ว วันนี้ภาระนี้ก็จะถูกโอนไปที่กระทรวงพลังงาน ที่ระบุว่า ถ้ามีการเปลี่ยนเจ้าของ ต้องขอกระทรวงเป็นคนอนุมัติ ซึ่ง ETL ก็ต้องทำหน้าที่นั้น เมื่อเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วน เราจะมาคุยกลไกลเงื่อนไขราคากัน เราก็จะมาตกลงกันว่า ราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายจะต้องอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่

โดยคาดว่า เบื้องต้น ดีลครั้งนี้ ผลจากการ Synergy ร่วมกันกับเอสโซ่ จะสามารถประหยัดต้นใช้จ่ายประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาทต่อปี และย้ำว่าต้องผ่านเงื่อนไขข้างต้นก่อน

จากนั้น บางจากจึงจะสามารถนำเรื่องเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ภายในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ โดยคาดว่าจะดำเนินการซื้อขายแล้วเสร็จภายใน 25-45 วัน เมื่อถึงจุดนั้นก็จะเเจ้งให้นักลงทุนทราบ

“เร็วสุด อยู่ที่สิงหาคม-กันยายน ช้าที่สุดคือ พฤศจิกายน 2566” จึงจะสามารถเจรจาซื้อขายหุ้นครั้งสุดท้ายต่อไป

“ผมมองว่า การลงทุนครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางพลังงานที่มากขึ้นของบางจาก และประเทศไทย เป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่เพิ่มความยั่งยืนและเพิ่มการเข้าถึงพลังงานได้ง่ายขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าการทำธุรกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมสู่บริบทใหม่ของบางจาก และดีลนี้ เป็นอะไรที่ค่อนข้างสมเหตุ สมผล ในแง่ของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นแง่ของประโยชน์ประเทศ ที่เรามีสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ในเรื่องของพลังงานมาอยู่กับเรา เป็นสินทรัพย์ที่ผมคิดว่า มีผลค่อนข้างสำคัญก็คิดว่าเป็น Very good acquisition (การเข้าซื้อกิจการ) สำหรับทั้งบริษัทและทั้งประเทศด้วย เพราะทำให้มีสินทรัพย์ยุทธศาสตร์มาอยู่กับบางจากและประเทศเพิ่มขึ้น ถือเป็นการผ่องถ่ายสินทรัพย์บริษัทพลังงานข้ามชาติมาเป็นของประเทศไทย”

บางจากซื้อหุ้นเอสดซ่ประเทศไทย

ยันทุนหนา วาง 6 หมื่นล้านบาท ปิดดีลซื้อกิจการ

สถานการณ์เงินเราแข็งแกร่ง มั่นใจว่า บางจากมีสถานภาพทางการเงินพร้อมรองรับการปิดดีลในครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบัน บางจากมีกระแสเงินสดราว 40,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินกู้จากสถาบันการเงินที่อนุมัติครอบคลุมดีลซื้อกิจการครั้งนี้ที่วงเงินราว 30,000 ล้านบาทแล้ว โดยดีลครั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เงินรวมทั้งหมดกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งบางจากฯ มีความพร้อมในการใช้เงิน ขณะเดียวกัน หลังเข้าซื้อกิจการแล้ว คาดว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ของบางจากฯ จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.6 เท่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 เท่า แต่ไม่ถึง 2 เท่า

“ส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบางจากฯ จะเปลี่ยนไปอย่างไรนั้น ยังต้องรอประเมินหลังปิดดีลซื้อกิจการเสร็จสิ้นในช่วงปลายไตรมาส 4 หรือต้นปีหน้าอีกครั้ง ซึ่งเดิม บางจากฯตั้งเป้ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แตะ 1 แสนล้านบาทในปี 2573 ซึ่งดีลซื้อกิจการเอสโซ่ครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายดังกล่าวด้วย” นายชัยวัฒน์กล่าว

ย้ำดีลไม่ผูกขาดธุรกิจ ครองมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 2

หากมีกรณีที่มีประเด็นคำถามจาก คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ต้องขอย้ำว่า “การซื้อกิจการของเอสโซ่ ครั้งนี้ จะไม่เป็นการผูกขาดธุรกิจ เพราะหากพิจารณาจากจำนวนปั๊มน้ำมันในประเทศไทย ที่มีอยู่ราว 20,000 แห่งทั่วประเทศนั้น บางจากฯ รวมกับเอสโซ่แล้ว ก็มีปั๊มในส่วนส่วน 7.5% เท่านั้น ขณะที่มาร์เก็ตแชร์ ก็อยู่ที่ราว 29.1% ถือว่าไม่ได้เป็นตัวเลขที่สูงมาก และยังเป็นเบอร์ 2 ของประเทศ

เอสโซ่

น้ำมันสวนกระเเสเทรนด์ EV หรือไม่ ?

จริง ๆ แล้ว แม้ว่ากระแสของรถ EV จะเริ่มเข้ามา แต่หากดูจากยอดขายรถในประเทศไทย ปีละ 8-9 แสนคัน เป็นรถ EV บวกกับปลั๊ก-อิน ไฮบริด อยู่ที่ 2-3 หมื่นคันต่อปี ซึ่ง 90% ยังคงเป็นรถเติมน้ำมัน ยังไม่นับประชากรรถที่มีอยู่แล้ว

ผมเข้าใจว่า ประเทศไทยมีประชากรที่ใช้รถอยู่ที่ 10 ล้านคัน ไม่รวมมอเตอร์ไซค์อีก 10 ล้านคัน ก็ 99.9% ยังเป็นน้ำมันอยู่ และถ้าดูในหลายๆประเทศน้ำมันเริ่มขาดแคลน ไม่มีใช้แล้ว เรายังต้องพึ่งพาน้ำมันเพื่อความมั่นคง และภาวะนี้คงจะตึงตัวไปอีกสักพัก ผมต้องเรียกว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นการช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และช่วยให้พวกเราเข้าถึงน้ำมันได้ในคุณภาพที่ดี และราคาที่สมเหตุผลได้มากขึ้น

ขอเวลา 2 ปี ทยอยปรับโฉมสถานีบริการ

ส่วนหนึ่งที่หารือกันไว้ ExxonMobil ก็จะเก็บแบรนด์ไว้ ซึ่งจะรวมไปทั้ง นั้นมันเครื่อง เคมีภัณฑ์ต่าง ๆ ของ ExxonMobil ซึ่งการที่เราซื้อนั้น “เป็นการซื้อสินทรัพย์ ไม่ใช่ยี่ห้อ” แต่หลังปิดดีลซื้อกิจการเสร็จสิ้นแล้ว ปั๊มน้ำมันของเอสโซ่ 700 ปั๊ม จะทยอยเปลี่ยนมาเป็นปั๊มภายใต้แบรนด์ของบางจากทั้งหมด โดยมีระยะเวลาดำเนินการปรับเปลี่ยนให้เสร็จภายใน 2 ปี

ขณะที่สูตรน้ำมันของปั๊มเอสโซ่ ก็จะเปลี่ยนมาเป็นสูตรน้ำมันของบางจากฯทั้งหมด โดยขอให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น และมั่นใจในคุณภาพน้ำมันของบางจากฯ ที่มีมาตรฐานสูง

“เราจะขอเวลา 2 ปี ในการเปลี่ยนแปลง ก็อาจจะเห็นปั๊มยี่ห้อเอสโซ่ยังอยู่ เพราะว่าต้องค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง และเราจะใช้บริการให้เอสโซ่ จัดหาน้ำมันดิบด้วย เพื่อจะเอามากลั่นในโรงกลั่นฯที่ศรีราชา ส่วนจะมีความร่วมมือกับไทยออยล์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของอนาคต”

ปั๊มเอสโซ่

เอสโซ่เสริมทัพ National Staff

3 ด้านที่วางไว้ แน่นอนเราทราบกันดีว่า เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ถังที่จะเก็บน้ำมันได้ถึง 15 ล้านบาร์เรล เเล้วเราก็เข้าถึงน้ำมันบางจากง่ายขึ้น มากขึ้น ถ้าจำได้ที่ซื้อน้ำมันแพง ๆ ปั๊มบางจากถือว่าขายถูกที่สุด อีกทั้งยังมีเเคมเปญเรื่อย ๆ ทั้งการลดราคาลิตรละ 1 บาท หรือ 1.50 บาท/ลิตร

ดังนั้น เราพยายามที่จะหาทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้าถึงพลังงานให้มากขึ้น และเป็นการเตรียมตัวสร้างความมั่นคง เปลี่ยนผ่านด้ายพลังงาน สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ส่วน “พนักงานของเอสโซ่ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ยังเป็นสัญญาจ้างเดิม ยังอยู่กับบริษัทแต่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบางจาก เราจะได้ทีมงานที่เป็น National Staff มาอยู่กับเรา จะมีการผสมผสานความรู้ พัฒนาให้กับกลุ่มบางจากมากขึ้น” นายชัยวัฒน์กล่าวในตอนท้าย


ผู้บริหารบางจากฯ