เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

มะกันซื้อคาร์บอนเครดิตชาวนา จ.สุพรรณขายไร่ละ 500 บาท

11 มี.ค. 2566 | 08:53น.
ชาวนา
อัพเดตล่าสุด 11 มีนาคม 2566 เวลา 08.51 น.

เดินหน้าลดโลกร้อน “วราวุธ” เผยข่าวดีบริษัทสหรัฐประเดิมซื้อคาร์บอนเครดิตชาวนาไทยไร่ละ 500 บาท/ปี ภายใต้โครงการ Thai Rice NAMA หรือปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง พร้อมประสาน GISTDA จัดทำโครงการ “ฟลัดทาวเวอร์” ด้วยระบบประเมินคาร์บอนเครดิตโดยใช้ดาวเทียม แต่ต้องใช้เงินตั้งเสา 8,000 ล้านบาท ประเดิมเปลี่ยนชื่อ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยกเครื่องเป็น กรม Climate Change

ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไทยเป็นประเทศชั้นนำในกลุ่มอาเซียนได้ที่ประกาศเป้าหมายจะต้องปรับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ 40% ภายในปี 2030 (2573) จากปัจจุบันที่ไทยเป็นประเทศมีการปล่อยคาร์บอน 0.8% ของโลก หรือคิดเป็นอันดับที่ 19 ของโลก โดยมีภาคพลังงานเป็นภาคที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด

รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2050 และก้าวสู่การเป็น Net Zero ในปี 2065 หรือเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ (เป็นกลางทางคาร์บอนปี 2065 และเป็น Net Zero ในปี 2090)

โครงการ Thai Rice NAMA

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ทางกระทรวงดำเนินนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาตลอดและมีความคืบหน้าไปมาก โดยได้มีการทบทวนแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายสาขาในอีก 2 ปีข้างหน้า

ประกอบด้วย สาขาพลังงานและภาคขนส่ง ตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซเพิ่มจาก 153 ล้านตัน เป็น 216 ล้านตัน, ภาคอุตสาหกรรมคงที่ 2.25 ล้านตัน, ภาคของเสีย 1.5 ล้านตัน ลดเพิ่มเป็น 2.6 ล้านตัน และภาคเกษตรที่เดิมไม่เคยตั้งเป้าหมายเลย ล่าสุดก็ได้มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตัน เนื่องจากภาคเกษตรมีการปล่อยมีเทนจำนวนมาก

ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต

จากการส่งเสริมให้มีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA) โดยเป็นการนำร่องทดลองปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง สำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้ทำนาแปลงใหญ่ ปรากฏกลุ่มนาแปลงใหญ่เกษตรกรรุ่นใหม่เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี พื้นที่รวม 5,000 ไร่นั้น ขณะนี้โครงการดังกล่าวสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้แล้ว

“โครงการ Thai Rice NAMA ผมรู้ดีที่สุด เพราะ 1 ในแปลงทดลองปลูกอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และยังมีอีก 4 จังหวัด คือ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ใช้วิธีปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง คือตอนข้าวตั้งท้อง เอาน้ำออกจากนาให้หมด นอกจากข้าวไม่ตายแล้ว ตรงกันข้ามยังให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 20-30% และใช้ปริมาณน้ำน้อยลงครึ่งหนึ่ง ลดพลังงานสูบน้ำทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกหรือมีเทนที่เกิดขึ้นหายไป 70% ตอนนี้มีบริษัทอเมริกันมาซื้อคาร์บอนเครดิตแล้วจากชาวนาเดิมบางนางบวช ขายได้ 250 บาทต่อไร่ ปลูกปีละ 2 รอบ ชาวนาได้เงิน 500 บาทต่อไร่ เรื่องนี้ไม่ใช่ความฝัน ต่อไปเรากำลังจะอัพเกรด Thai Rice ECF ด้วยการขอสนับสนุนเงินจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ขยายไปเป็น 21 จังหวัด ตั้งเป้าลดก๊าซมีเทนให้ได้ 2.4 ล้านตันคาร์บอน” นายวราวุธกล่าว

ตั้งเสาประเมินคาร์บอน

สำหรับภาพรวมของตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของประเทศไทย ตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (TVER) ซึ่งได้มีการวางกลไกการประเมินและซื้อขายคาร์บอนไว้ ขณะนี้ได้มีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วเป็นจำนวน 141 โครงการ คิดเป็นปริมาณ 13.9 ล้านตันคาร์บอน และได้มีการโอนคาร์บอนจริงแล้วประมาณ 3,000 ตันคาร์บอน และตอนนี้กำลังยกระดับการพัฒนาสู่ Premiun TVER เพื่อทำให้มาตรฐานของประเทศไทยเท่ากับมาตรฐานสากล

“เรื่องการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้วางเสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2565 เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี และล่าสุดปลายปี 2565 ได้มีการร่วมลงนามกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดตั้ง คณะกรรมการซื้อขายคาร์บอนเครดิต จัดทำแพลตฟอร์ม Carbon Credit Exchange Platform”

พร้อมประสานกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ในการจัดทำระบบประเมินคาร์บอนเครดิตโดยใช้ดาวเทียม ซึ่งพบว่ามีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกกว่า “ฟลัดทาวเวอร์” ที่จะสามารถมอนิเตอร์การเกิดคาร์บอนได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเท่าที่ประเมินคร่าว ๆ หากต้องการมอนิเตอร์พื้นที่ทั่วประเทศ 323 ล้านไร่ จะต้องมีการลงทุนติดตั้งเสาจำนวน 1,000 กว่าต้น ต้นทุนต้นละ 7-8 ล้านบาท เท่ากับจะใช้เงินลงทุน 7,000-8,000 ล้านบาท ก็จะสามารถมอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ ว่าเกิดการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์มาจากไหน ปริมาณเท่าไหร่

ตั้งกรม Climate Change

นายวราวุธกล่าวว่า อีกด้านหนึ่งพบว่ามีภาคเอกชนที่เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีสำหรับกักเก็บคาร์บอน (Carbon Captuer Storage : CCS) และการใช้ประโยชน์จากคาร์บอนที่กักเก็บไว้ (Carbon Capture Utilization : CCU) ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะมีส่วนสำคัญในการดำเนินการตลาดในแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

หลักการสำคัญจะต้องเริ่มจากการสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพในการกักเก็บก่อน จากนั้นต้องจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเริ่มลงทุน ซึ่งในงาน PTT GROUP Tech & Innovation Day ทำให้ทราบว่า ทาง ปตท.สผ.อยู่ระหว่างศึกษาศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในแหล่งอาทิตย์ คาดว่าจะสามารเก็บได้ 1 ล้านตัน ทางกระทรวงได้ประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพิจารณาออกมาตรการเพื่อสนับสนุนเอกชนในด้านนี้

สำหรับเอกชนที่สนใจจะลงทุนพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน ได้มีการเตรียมกองทุนที่จะสนับสนุนชื่อว่า ThaiCi มีงบประมาณ 4.4 ล้านยูโร ซึ่งประเทศที่พัฒนาต่าง ๆ ได้หารือกันถึงข้อสรุปการสร้างกองทุนลอสแอลดาเมจฟันด์ เพื่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาในการปรับตัว

สำหรับกลไกระยะยาวนั้น นายวราวุธได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างกฎหมายพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ซึ่งร่างเบื้องต้นเสร็จแล้ว แต่เนื้อหาสาระจะเป็น “ภาคสมัครใจ” ซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะไม่ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควร ดังนั้นทางกระทรวงจึงได้นำกลับมาแก้ไขใหม่ ให้เป็น “ภาคบังคับ” ซึ่งเดิมวางแผนจะให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ แต่ตอนนี้คงต้องรอรัฐบาลชุดต่อไปนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงปลายปี 2566

ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ปรับบทบาทหน้าที่ของ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” หรือกรม Climate Change ในเดือนเมษายนนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการปรับเปลี่ยนบทบาทการทำงานของหน่วยงานให้เข้ากับภารกิจ โดยกรม Climate Change ยังคงใช้งบประมาณที่มีอยู่เดิม 460 ล้านบาท ไม่มีการเพิ่มบุคลากร ใช้เจ้าหน้าที่เดิมจำนวน 545 คน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าว คาร์บอนเครดิต ชาวนา