Skip to content

จุดความร้อนไทยวานนี้ 1,956 จุด เชียงใหม่พีก 382 จุด เมียนมา 14,004 จุด

12 เม.ย. 2566 | 11:04น.
จุดความร้อนไทยวานนี้ 1,956 จุด เชียงใหม่พีก 382 จุด เมียนมา 14,004 จุด

ดาวเทียม GISTDA พบจุดความร้อนไทยวานนี้ 1,956 จุด เชียงใหม่มากที่สุด 382 จุด เมียนมา  14,004 จุด ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 เช้านี้ยังคงเกินค่ามาตรฐานกว่า 30 จังหวัด

วันที่ 12 เมษายน 2566 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยว่าข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 11 เมษายน 2566 ไทยพบจุดความร้อน 1,956 จุด ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเมียนมายังครองแชมป์อยู่ที่ 14,004 จุด, สปป.ลาว 6,878 จุด, เวียดนาม 679 จุด ,กัมพูชา 303 จุด และมาเลเซีย 48 จุด

จุดความร้อนในประเทศไทย ยังคงพบในพื้นป่าอนุรักษ์มากที่สุด 930 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 682 จุด, พื้นที่เกษตร 158 จุด, พื้นที่เขต สปก. 90 จุด, พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 90 จุด , และพื้นที่ริมทางหลวง 6 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ เชียงใหม่ 382 จุด, เชียงราย 216 จุด , น่าน 197 จุด

ในขณะที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่รวมกว่า 30 จังหวัด กระจายกันไปตามภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานการณ์ดังกล่าวประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัย และงดกิจกรรมภายนอกอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา ในขณะที่ทุกเขตของกรุงเทพมหานคร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี-ดีมาก

จุดความร้อนไทย

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ประกอบกับภูมิประเทศทางภาคเหนือของไทยมีลักษณะเป็นหุบเขาแอ่งกระทะ จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการพัดและการเคลื่อนตัวของกระแสลมในพื้นที่เป็นสำคัญ

ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือ ติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น”

จุดความร้อนไทย