ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดกังวลเศรษฐกิจจีนและเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย
วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ซึ่งคาดจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ในภาคการผลิตปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.2 ในเดือน เม.ย. ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.9 ขณะที่ ดัชนี PMI ภาคบริการปรับลดลงมาอยู่ที่ 56.4 ในเดือน เม.ย. ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 58.2
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 1 พ.ค. 2566 อยู่ที่ 75.66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -1.12 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 79.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.23 เหรียญสหรัฐ
ตลาดจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 2-3 พ.ค. 66 ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับเท่าใด โดยตลาดคาดว่า FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% สู่ระดับ 5.0-5.25%
เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 47.1 ในเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 46.3 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
สหรัฐเข้ายึดธนาคาร First Republic Bank ก่อนจะดำเนินการขายให้กับ JPMorgan หลังธนาคารดังกล่าวประสบกับปัญหาการถอนฝากออกมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปี ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะล้มละลาย
ราคาน้ำมันเบนซิน
ตลาดปิดเนื่องในวันแรงงาน
ราคาน้ำมันดีเซล
ตลาดปิดเนื่องในวันแรงงาน
