ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในเดือน มิ.ย. 66 ยังคงซบเซา
วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในเดือน มิ.ย. 66 ยังคงซบเซา จากอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอในจีนและยุโรป ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและสร้างความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งอาจส่งผลกดดันความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ก.ค. 2566 อยู่ที่ 69.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.85 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.25 เหรียญสหรัฐ
อุปทานยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังรัสเซียวางแผนลดการส่งออกน้ำมันลง 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และซาอุดีอาระเบียวางแผนลดการส่งออกน้ำมัน 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ออีก 1 เดือน ในเดือน ส.ค. 66 ซึ่งรวมคิดเป็นร้อยละ 1.5 ของอุปทานน้ำมันดิบโลก หลังจากที่ทางกลุ่มโอเปกพลัสต้องการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันดิบจากภาพเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ
ตลาดยังคงจับตาครึ่งหลังของปี’66 ที่คาดว่าจะมีทิศทางดีขึ้นจากความสมดุลของน้ำมันที่ตึงตัวขึ้น และสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันในครึ่งหลังของปี
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับดี ขณะที่จีนยังคงส่งออกน้ำมันเบนซินอย่างต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังยังคงได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันดีเซลของจีนในเดือน ก.ค. ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 0.8-0.9 ล้านตัน ขณะที่มีการส่งออกไปยังตะวันตกต่อเนื่อง
