กระทรวงอุตฯตั้งกรรมการ 3 คณะ ฟื้นการทำงานกับ ส.อ.ท. ดันศักยภาพอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม ฟื้นการทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ หลังจากที่เว้นว่างไปกว่า 3 ปี วาง 6 แนวทางช่วยดันอุตสาหกรรม

วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางการทำงานของคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เพื่อรื้อฟื้นการทำงานร่วมกัน หลังจากที่เว้นว่างไปกว่า 3 ปี

โดยที่ประชุมได้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน คือการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน การส่งเสริม
การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และการปรับไปสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน ที่คำนึงถึงกติกาสากล ผ่านการดำเนินการของ 3 คณะกรรมการ ประกอบด้วย

  1. คณะทำงานยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต
  2. คณะทำงานการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
  3. คณะทำงานอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในการประกอบกิจการและมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีตัวแทนระหว่างทั้ง 2 หน่วยงานดำเนินการร่วมกัน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้บรรลุแนวทางการยกระดับภาคอุตสาหกรรมผ่าน 6 แนวทางคือ 1.การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่าน One Stop Service บูรณาการด้านกฎหมายให้เกิดความชัดเจนและความรวดเร็วในการดำเนินงาน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตฯ รง.4 การส่งเสริมระบบการกำกับรายงานด้วยตนเองและการปรับการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพด้วยระบบดิจิทัล เป็นต้น

2.การส่งเสริมการส่งออก การค้า และการสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve สนับสนุนการเจรจากับประเทศคู่ค้า การปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากสินค้านำเข้าที่ไม่ได้คุณภาพ ตลอดจนสร้างกลไกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายต่าง ๆ เพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ถูกขับเคลื่อนอย่างชัดเจนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้มีการลงทุนและผลิตในประเทศ และได้ประโยชน์จากนโยบาย Made in Thailand (MIT) เพิ่มเติมมากขึ้น

3.การยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัล ผ่านการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพิ่มผลิตภาพทางการผลิต (Manufacturing Productivity) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนพัฒนาแรงงานให้มีทักษะฝีมือพร้อมค่าแรงสูงรองรับเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0

4.การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (BCG & ESG) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ผลักดันภาคอุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านการใช้วัสดุหมุนเวียน (Circular Materials) ร่วมมือในภารกิจ “End of Waste” ส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวและสร้างระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

5.การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีความเข้มแข็งและมีสภาพคล่องทางการเงิน ผ่านมาตรการทางการเงิน การเพิ่มเติมองค์ความรู้ทางการเงิน และการส่งเสริมการตลาดผ่านกลไกการจัดซื้อของภาครัฐต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีสามารถใช้เครื่องจักรกลอัตโนมัติ (Automation & Robotic) มาลดต้นทุนในการผลิต และแก้ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน

6.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรม ผ่านการขับเคลื่อนการปรับปรุงผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้พื้นที่เกษตรสามารถรองรับอุตสาหกรรม โดยร่วมกันพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบ เพื่อให้เห็นแนวทางของการยกระดับรายได้ของภาคการเกษตรด้วยหลักบริหารจัดการแบบอุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงเครือข่ายกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในพื้นที่ สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร


ทางด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้มอบรายงานข้อเสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม ในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดรูปธรรมของการดำเนินการโดยเร็ว