รวยด้วย “กล้วยตัดใบแปลงใหญ่” ลงทุนครั้งเดียว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี

กล้วยตัดใบ-ขายใบกล้วยตัดใบ

รวยด้วยกล้วยตัดใบ แปลงใหญ่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ต้นแบบผลิตใบกล้วยคุณภาพ ลงทุนครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี

วันที่ 17 มกราคม 2567 นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จังหวัดนครสวรรค์นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยน้ำว้าดง (น้ำว้าเขียว) ที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากพื้นที่สามารถปลูกกล้วยได้ตลอดทั้งปี เกษตรกรในพื้นที่จึงเกิดแนวคิดรวมกลุ่ม แปลงใหญ่กล้วยตัดใบ หมู่ที่ 5 ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

ชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์
ชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์

ซึ่งเป็นแปลงใหญ่กล้วยตัดใบแห่งเดียวในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อจัดหาและขยายตลาดโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยตัดใบในพื้นที่

จากการติดตามของ สศท.12 พบว่า กลุ่มแปลงใหญ่กล้วยตัดใบเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่ เริ่มดำเนินการปี 2565 ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 374 ไร่ มีสมาชิก 32 ราย โดยมีนางนารี ลอยบัณฑิต เป็นประธานแปลงใหญ่ เกษตรกรนิยมปลูกกล้วยพันธุ์น้ำว้าเขียว เนื่องจากสามารถตัดใบได้ตลอดทั้งปี สีสวยกว่ากล้วยพันธุ์อื่น เมื่อนำไปห่อหุ้มอาหารหรือขนมจะไม่มีรสขมของใบกล้วยปะปนกับอาหาร

กล้วยติดใบ

เกษตรกรที่ปลูกกล้วยตัดใบลงทุนในปีแรก (ต้นทุนก่อนให้ผล) 9,875 บาท/ไร่ ประกอบด้วย ค่าหน่อพันธุ์กล้วย ค่าเตรียมพื้นที่ ค่าแรงงานปลูก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต (ต้นกล้วยอายุ 6-8 เดือน) จะมีต้นทุนเฉลี่ย 13,933.75 บาท/ไร่/ปี ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ คือ การเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากเกษตรกรให้ความสำคัญในกระบวนการเก็บเกี่ยวและการรักษาใบกล้วยให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาดซึ่งต้องใช้ความพิถีพิถัน

โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 10-20 ปี ผลผลิตเฉลี่ย 3,360 กิโลกรัม/ไร่/ปี ราคาขายได้ ณ เดือนธันวาคม 2566 เฉลี่ย 8-10 บาท/กิโลกรัม แต่หากเป็นช่วงฤดูแล้งที่ใบกล้วยขาดแคลน (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566) ราคาจะสูงถึง 11-14 บาท/กิโลกรัม ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 26,880 บาท/ไร่/ปี คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) 12,946.25 บาท/ไร่/ปี

ด้านสถานการณ์ตลาด ผลผลิตส่วนใหญ่ ร้อยละ 85 พ่อค้าคนกลางในพื้นที่ที่เข้ามารับสินค้าเพื่อนำไปส่งต่อตลาดขายส่ง และผลผลิตร้อยละ 15 จำหน่ายเองโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง โดยส่วนใหญ่ส่งไปขายที่ตลาด สี่มุมเมือง ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าที่จำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลางประมาณ 3-4 บาท/กิโลกรัม

ด้านกระบวนการผลิตกล้วยตัดใบของกลุ่ม พบว่า เมื่อเกษตรกรนำหน่อพันธุ์กล้วยมาปลูกจนได้อายุ 7-8 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นกล้วยเจริญเติบโตเต็มที่ เกษตรกรจะทำการเก็บเกี่ยวใบกล้วยโดยจะตัดใบแล้วนำก้านใบมาซอย แยกใบออกจากก้าน พับใบเป็นมัด (ใบกล้วยหนึ่งมัดมี 10 พับ หรือน้ำหนัก 10 กิโลกรัม)

โดยจะเก็บเกี่ยวในช่วงที่ไม่มีน้ำค้าง เพราะหากเก็บเกี่ยวช่วงมีความชื้น ผลผลิตใบกล้วยจะแตก/ฉีกขาด นิยมเก็บเกี่ยวในช่วงเช้า 06.00-08.00 น. และช่วงเย็น 17.00-18.00 น. สำหรับการดูแลรักษา เกษตรกรจะให้น้ำสปริงเกลอร์แบบท่อนในสวนกล้วย หรือสูบแบบเทราด เฉลี่ย 2-4 ครั้ง/เดือน

ทั้งนี้ เมื่อกล้วยต้นแม่ออกลูกแล้วจะตัดต้นแม่ทิ้ง เนื่องจากเป็นกล้วยตัดใบเพื่อให้หน่อใหม่เจริญเติบโต สำหรับการดูแลรักษา เกษตรกรให้น้ำสปริงเกลอร์แบบท่อนในสวนกล้วยหรือสูบแบบเทราด เฉลี่ย 2-4 ครั้ง/เดือน

สำหรับหน่อกล้วยที่สมบูรณ์ เกษตรกรสามารถตัดขายพันธุ์หน่อกล้วยจำหน่ายได้ราคาเฉลี่ย 10-15 บาท ปริมาณที่จำหน่ายได้ขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง (มีต้นทุนค่าแรงงานขุดหน่อกล้วย 5 บาท/หน่อ)

ส่วน “ปลีกล้วย” เกษตรกรจำหน่ายให้แก่ร้านอาหารในพื้นที่เพื่อนำไปประกอบเมนูอาหารปลีกล้วยครั้งละ 10-20 กิโลกรัม (ราคาเฉลี่ยปลีกล้วย 5 บาท/กิโลกรัม) ขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อ โดยเฉลี่ยเกษตรกรมีรายได้จากการขายหัวปลี 500-2,000 บาท/เดือน


ทั้งนี้ การปลูกกล้วยตัดใบสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในกลุ่มได้เป็นอย่างมาก หากมีตลาดที่กลุ่มสามารถขายตรงได้ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง กลุ่มสามารถผลิตได้ตามความต้องการเนื่องจากมีพื้นที่ปลูกกล้วยตัดใบในตำบลอย่างเพียงพอ ทั้งกลุ่มมีการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ใบกล้วยที่มีคุณภาพ สำหรับผู้สนใจข้อมูลสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นางนารี ลอยบัณฑิต โทร. 08-5730-9552 หรือ สศท.12 โทร. 056-803-525 อีเมล์ [email protected]