จดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ 2566 กว่า 85,300 ราย สูงสุดในรอบ 10 ปี

จดทะเบียนธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 จำนวน 85,300 ราย เพิ่มขึ้น 12% สูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ชี้ธุรกิจก่อสร้าง-อสังหาฯ-ร้านอาหาร จดธุรกิจมากสุด เทรนด์ปี 2567 ท่องเที่ยว การลงทุนเอกชนฟื้นคาดตั้งธุรกิจใหม่ 95,000 ราย

วันที่ 23 มกราคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนธันวาคม 2566 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 4,009 ราย เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง 32.95% เมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม) 2567 มีจำนวน 85,300 ราย เพิ่มขึ้น 12% ทั้งนี้เป็นยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่สูงสุดในรอบ 10 นับตั้งแต่ปี 2557-2566

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

ทั้งนี้ หากจำแนกการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลในแต่ละรูปแบบได้เป็นบริษัทจำกัด 72,139 ราย คิดเป็น 84.57% ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 13,086 ราย คิดเป็น 15.34% และบริษัทมหาชนจำกัด 75 ราย คิดเป็น 0.09% และขนาดธุรกิจที่มีการจดทะเบียนมากสุด คือ ธุรกิจขนาดเล็ก SMEs จำนวน 85,233 ราย คิดเป็น 99.92% และขนาดใหญ่ L จำนวน 67 ราย คิดเป็น 0.08%

ประเภทธุรกิจตั้งใหม่

ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด ได้แก่

  1. ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 6,524 ราย (7.65%)
  2. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 6,393 ราย (7.49%)
  3. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 4,001 ราย (4.69%)
  4. ธุรกิจให้คำปรึกษา ด้านการบริหารจัดการอื่น ๆ จำนวน 2,046 ราย (2.40%)
  5. ธุรกิจตัวแทนนายหน้า อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,943 ราย (2.28%)

นอกจากนี้ การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลจากแนวโน้มสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก ที่สนับสนุนภาคธุรกิจไทยในหลาย ๆ ด้าน ตั้งแต่แรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคภาคเอกชนที่กลับมาขยายตัว ภาคการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีแนวโน้มดีขึ้น และโครงการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐขนาดใหญ่ (Mega projects) ที่กลับมาเดินหน้าก่อสร้างโครงการอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ล่าช้าและหยุดชะงักในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมไปถึงนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจตามโมเดลเศรษฐกิจใหม่ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้มีการเติบโตตามไปด้วย

ขณะที่การจดทะเบียนเลิกธุรกิจในเดือนธันวาคม 2566 มีจำนวน 5,522 ราย ลดลง 4.53% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 111.73% เมื่อเทียบในเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ การจดทะเบียนเลิก 12 เดือน (มกราคม-ธันวาคม) 2567 มีจำนวน 23,380 ราย เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ประเภทธุรกิจเลิก

ประเภทธุรกิจที่มีการเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 2,166 ราย (9.26%) 2.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1,146 ราย (4.90%) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 154 ราย และ 123 ราย ตามลำดับ

2 ประเภทนี้เป็นธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งสูง และจดทะเบียนเลิกกิจการสูงทั้งคู่ เนื่องจากรูปแบบของธุรกิจที่มักจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลตามการก่อสร้าง หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อโครงการสำเร็จปิดตัวลงเรียบร้อย ก็จะเลิกกิจการเพื่อไม่ให้เป็นภาระในการทำบัญชีหรือส่งงบการเงินให้กับส่วนราชการ

3.ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร เลิกประกอบธุรกิจ 699 ราย (2.99%) เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 76 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สอดคล้องไปทิศทางเดียวกันกับจำนวนการจัดตั้งธุรกิจในปี 2566 ที่มีธุรกิจจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร

ธุรกิจยังคงดำเนินกิจการอยู่

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการรับจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ตั้งแต่ปี 2466 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 101 ปี มีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจทั้งสิ้น 1,877,236 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 29.41 ล้านล้านบาท โดยปัจจุบันมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 890,317 ราย แบ่งออกเป็น บริษัทจำกัด 689,917 ราย (77.49%) ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 198,955 ราย (22.35%) และบริษัทมหาชนจำกัด 1,445 ราย (0.16%)

ทิศทางจดทะเบียนธุรกิจ 2567

นางอรมนกล่าวอีกว่า คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2567 ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยไว้ที่ 2.7-3.7% และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 2.7% จากการเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ น่าจะมาจากภาคการท่องเที่ยว การบริโภคที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนที่เร่งฟื้นตัว และนโยบายสนับสนุนของรัฐบาล

ขณะที่ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจยังคงปรากฎในหลาย ๆ ด้าน ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า การเมือง ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ประกอบกับจำนวนการจัดตั้งในปีที่ผ่านมา มีการเติบโตในระดับที่สูงอยู่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ฐานในการเปรียบเทียบค่อนข้างสูง และในหลายภาคส่วนธุรกิจก็เน้นให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาล เพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คาดการณ์จำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2567 น่าจะมีแนวโน้มเติบโตได้ดีขึ้นจากปี 2566 ซึ่งมีจำนวนการจัดตั้งทั้งสิ้น 85,300 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 12% ซึ่งส่งผลให้ในปี 2567 คาดการณ์ตัวเลขการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่อยู่ที่ 90,000-95,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากปี 2566