นาปรังทะลุเป้า 180% เขย่าแผนจัดการน้ำ เล็งผันแม่กลองช่วยเจ้าพระยา

เตือนแล้วไม่เชื่อ นาปรังทะลุเป้า 180% กนช.จ่อเขย่าแผนบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานเล็ง ผันน้ำ 1,000 ล้าน ลบ.ม. จากแม่กลองช่วยลุ่มเจ้าพระยา

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 แหล่งข่าวข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่จะมีขึ้นครั้งต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์นี้ กรมชลประทานจะเสนอการปรับแผนบริหารจัดการน้ำ หลังจากติดตามข้อมูลพบว่ามีการทำนาปรังมากเกินกว่าแผนที่กำหนด โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งภาพรวมกำหนดไว้ 3 ล้านไร่ แต่ตอนนี้เกินไปถึง 5.4 ล้านไร่ 186% ของแผน อาจจะเพิ่มขึ้นไปถึง 6 ล้านไร่

ดังนั้น จำเป็นต้องปรับแผนการใช้น้ำ จาก 6,100 ล้าน ลบ.ม.ที่ใช้ในช่วงฤดูแล้งทั้งหมด ขยับเพิ่มขึ้นเป็น 8,700 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ปลูกข้าวที่เพิ่มขึ้น

โดยการจัดหาน้ำปริมาณ 8,700 ล้าน ลบ.ม.จะใช้น้ำจากเขื่อน 4 เขื่อนหลัก คือ จากเจ้าพระยา 7,700 ล้าน ลบ.ม. และส่วนที่เหลือ 1,000 ล้าน ลบ.ม. จะผันมาจากแม่กลอง

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่เตรียมไว้ในช่วงแรก 4,800 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอใช้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้ ประกอบกับทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าว่าในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2567 จะมีฝนพายุเข้า และมีปริมาณฝนสูงมากกว่าปกติ หรือค่าเฉลี่ย

ชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน
ชูชาติ รักจิตร

ก่อนหน้านี้ นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (15 ก.พ. 67) ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 52,974 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุอ่างรวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 14,867 ล้าน ลบ.ม. (60% ของความจุอ่างรวมกัน) จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 13,216 ล้าน ลบ.ม. (53%) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 4,743 ล้าน ลบ.ม. (55%)

ขณะที่สถานการณ์การเพาะปลูกข้าวนาปรัง พบว่าทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 8.41 ล้านไร่ คิดเป็น 145% ของแผน เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการทำนาปรังไปแล้วประมาณ 5.64 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 186% ของแผน จะเห็นได้ว่ามีการทำนาปรังเกินกว่าแผนที่วางไว้ไปมาก ทำให้ต้องปรับแผนการส่งน้ำเพิ่มมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหาย

พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร หากเก็บเกี่ยวนาปรังแล้ว “ไม่ทำนาปรังรอบ 2”  เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากต้องสำรองน้ำไว้สำหรับอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศอย่างเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้าตามแผนที่ได้วางไว้ พร้อมร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ