อีอีซี ขีดเดดไลน์ การบินไทย พ.ค. 67 เดินหน้า MRO ต่อหรือพอแค่นี้

จุฬา สุขมานพ

เลขาฯ อีอีซี เผยโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) ต้องไปต่อ ขีดเส้นให้ “การบินไทย” พ.ค. 2567 นี้ต้องชัดเจน ก่อนปล่อยพื้นที่ 200 ไร่ ให้รายอื่นลงทุนแทน จับตารายที่เคยเจรจา ทั้งบางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ เอ็มเจ็ท FORT เชียงรายเอวิชั่น เตรียมให้สิทธิประโยชน์เฉพาะ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (เลขาฯ อีอีซี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่จะเกิดขึ้นในสนามบินอู่ตะเภานั้น เป้าหมายส่วนหนึ่งคือการกันพื้นที่ 200 ไร่ ให้กับการบินไทย เพื่อลงทุนทำศูนย์ซ่อมเครื่องบินในประเทศ และได้ทราบถึงแผนการลงทุนของการบินไทยว่ายังคงต้องการที่จะลงทุน MRO เช่นเดิม ตามเป้าหมายตั้งแต่แรกมาตลอด แต่ด้วยโครงการถือว่าล่าช้ามาก จะทำให้ไทยสูญเสียโอกาส

ดังนั้น จึงมีความเห็นว่าการบินไทยจะต้องตัดสินใจในการลงทุน MRO นี้ ซึ่งจะให้เวลาถึงเดือน พ.ค. 2567 หากการบินไทยยังตัดสินใจไม่ได้ ทางอีอีซีจำเป็นที่จะต้องเปิดโอกาสนี้ให้นักลงทุนรายอื่นเข้ามาลงทุน และจะแบ่งพื้นที่ 200 ไร่ แยกย่อยออกมาเพื่อให้หลาย ๆ รายเข้ามาใช้พื้นที่

“การบินไทยอยากทําแต่ผมจะรอให้เขาจนถึงเดือน พ.ค. 2567 พื้นที่ที่เรากันไว้ให้ก็ต้องปล่อยให้รายอื่น ให้คนอื่นมาแข่งกัน ถามว่าการบินไทยไม่มีศูนย์ซ่อมที่อู่ตะเภาก็ได้ เขาก็ไปใช้บริการของรายอื่นได้ แต่เขาต้องมีการลงทุนจริงจัง ต้องชัดเจน เพราะเราไม่อยากให้ถึงเวลาสนามบินเปิดแล้วการบินไทยเพิ่งมาตัดสินใจภายหลัง เราต้องการให้ MRO มันเกิด มีโอกาสที่คิดว่าน่าจะมีคนมาแทนที่นี่ แล้วเราก็จะประกาศเชิญ การบินไทยไม่ทําอาจจะมีการแบ่งหลาย ๆ คนมาทําก็ได้ พื้นที่ 200 กว่าไร่ ไม่จําเป็นที่จะมีแค่นักลงทุนคนเดียว

เพราะมันมีการซ่อมระดับใหญ่ระดับเล็กอะไรต่าง ๆ ในเรื่องนี้มันทําได้เยอะ เราไม่โฟกัสแล้วว่าต้องเป็นลำใหญ่ แต่เราจะบอกว่าผมมีพื้นที่ขนาดนี้ เวลาแบบนี้ใครสนใจมาเลย ผมไม่เอาเฉพาะซ่อมเครื่องบินลําตัวกว้างอย่างเดียว ขนาดใหญ่ ๆ พวกที่ทําโลว์คอสต์อย่างเดียวก็ทำได้”

สำหรับโครงการ MRO บริการในลักษณะนี้ ทางอีอีซีจะมีสิทธิประโยชน์เฉพาะไว้ให้ โดยมีกรอบไว้ให้ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งแน่นอนว่าสิทธิประโยชน์ในอีอีซีนี้ จะพิเศษในเรื่องของการเจรจาแบบเฉพาะราย เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สําหรับกําไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการระยะเวลา 1-15 ปี ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราไม่เกิน 50% ของอัตราปกติ ระยะเวลา 1-10 ปี (กรณีที่ผู้ประกอบกิจการไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล)

ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ได้รับทั้งการยกเว้นหรือการลดหย่อนภาษี อาจได้สิทธิในการนําเงินที่ใช้ไปในการลงทุนหักออกจากกําไรสุทธิรวมทั้งสิ้นจํานวน 1-70% ของเงินที่ลงทุนแล้วในกิจการนั้น นอกเหนือไปจากการหักค่าเสื่อมราคาตามปกติ โดยจะเลือกหักจากกําไรสุทธิของปีใดปีหนึ่ง หรือหลายปีก็ได้ ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่มีรายได้ หรือสามารถหักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาได้ 2 เท่า ของจํานวนเงินที่เสียไป เป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เป็นต้น

ทั้งนี้ โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) พื้นที่ประมาณ 500 ไร่ จะประกอบไปด้วย 1.การซ่อมใหญ่อากาศยาน (Heavy Maintenance) รองรับอากาศยานลำตัวกว้างได้พร้อมกัน 3 ลำ รองรับอากาศยานลำตัวกว้างได้ 110 ลำต่อปี รองรับอากาศยานลำตัวแคบ 130 ลำต่อปี

2.การซ่อมบำรุงระดับลานจอด (Line Maintenance) รองรับอากาศยานลำตัวกว้างและแคบได้ 70 เที่ยวบินต่อวัน 3.การพ่นสีอากาศยานทั้งลำตัวแคบและลำตัวกว้าง รองรับอากาศยานได้ราว 22 ลำต่อปี ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นโรงซ่อมอากาศยานอัจฉริยะ (Smart-Hanger) สามารถรองรับการให้บริการซ่อมเครื่องบินทั้งของแอร์บัสและโบอิ้ง

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 2561 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินการลงทุน และได้มีการเจรจากับทางบริษัทแอร์บัสเพื่อร่วมทุน แต่ไม่มีความคืบหน้า จากนั้นได้มีเอกชนรายอื่นให้ความสนใจเข้ามาเจรจา เช่น บางกอกแอร์เวย์ส บริษัทสายการบินนกแอร์ เอ็มเจ็ท FORT เชียงรายเอวิชั่น เป็นต้น