เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
โรงแรมกระบี่จี้โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก
เศรษฐกิจภูมิภาค โรงแรมกระบี่จี้โอดต่อใบอนุญาตล่าช้า คู่ค้าทยอยยกเลิกจองห้องพัก
‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Business ‘ทายาทฟู้ดแลนด์’ แจงปิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ หมดสัญญาเช่า ปีหน้าลุยเปิดคลองสามวา
Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
Tech Microsoft เปิดตัวโครงการ ‘ปั้นคน’ เสิร์ฟตลาดแรงงานยุค AI หนุนเป้าหมาย ‘ไทย’ เข้าร่วม OECD
‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
Politics ‘เลขาฯ OECD’ ชี้ไทยมาถูกทาง การขอร่วมเป็นสมาชิก ‘อนุทิน’ มั่นใจทันเป้าปี 71
ExMBA – MBA DPU เปิดประสบการณ์เรียนรู้การเงินเชิงกลยุทธ์
Uncategorized ExMBA – MBA DPU เปิดประสบการณ์เรียนรู้การเงินเชิงกลยุทธ์
นายกฯ เปิดเวที IMF – World Bank ปลุกทุกชาติร่วมรับมือการเปลี่ยนแปลง เชื่อมภูมิภาค
Politics นายกฯ เปิดเวที IMF – World Bank ปลุกทุกชาติร่วมรับมือการเปลี่ยนแปลง เชื่อมภูมิภาค
SC เร่งเกม ESG อสังหาฯดัน Green Mark รับมาตรฐานสากล
Real Estate SC เร่งเกม ESG อสังหาฯดัน Green Mark รับมาตรฐานสากล
ธุรกิจ 4 เซ็กเตอร์ชะลอออกหุ้นกู้ยอดคงค้าง 3 ปีลดฮวบ
Finance ธุรกิจ 4 เซ็กเตอร์ชะลอออกหุ้นกู้ยอดคงค้าง 3 ปีลดฮวบ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลดมากกว่าคาด
Economic ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่ม หลังน้ำมันคงคลังสหรัฐปรับลดมากกว่าคาด
ดูทั้งหมด

“เทพรัตน์ เทพพิทักษ์” กับ 5 ภารกิจ สร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้าไทย

20 มี.ค. 2567 | 17:14น.
เทพรัตน์ เทพพิทักษ์

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16 นำทัพ กฟผ. ลุยเดินหน้า 5 ภารกิจใหญ่ให้ระบบไฟฟ้าไทยมั่นคงพร้อมรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน มุ่งแสวงหาเชื้อเพลิงทางเลือก ภายใต้ราคาค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้ เป็นธรรม

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. และแนวทางการบริหารงานหลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16 ว่า ตนจะมีระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน ในฐานะผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมเร่งเดินหน้า 5 ภารกิจสำคัญ คือ การรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า ซึ่งต้องเผชิญความท้าทายทั้งจากการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง

รวมถึงปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ กฟผ. จำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อรองรับการบริหารจัดการปริมาณไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าหลัก อาทิ ปรับปรุงโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ให้มีความยืดหยุ่น (Flexible Power Plant) การพัฒนาศูนย์การพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center)

และศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Control Center) เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้ไฟฟ้าที่สมัครใจในช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเพื่อสร้างความสมดุลให้ระบบไฟฟ้า และเตรียมพร้อมต่อยอดสู่โรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant) ในการบริหารจัดการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง

บริหารจัดการค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมและแข่งขันได้ โดยเร่งรัดการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติทั้งในประเทศและพื้นที่ทับซ้อนมาใช้ประโยชน์โดยเร็ว พิจารณาการนำเข้า LNG เพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำที่สุด สนับสนุนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมตามนโยบายกระทรวงพลังงาน พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย No Net Metering Support Net Billing เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์ควรจ่ายค่าไฟฟ้ามากกว่า ส่วนประชาชนที่เสียประโยชน์ควรได้รับการชดเชย

นอกจากนี้ กฟผ. ยังสนับสนุนนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป.ลาว เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่มได้รับความเป็นธรรม สามารถเข้าถึงราคาค่าไฟฟ้าได้

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า กฟผ. ยังให้ความสำคัญในการออกแบบระบบไฟฟ้าของประเทศเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Carbon Neutrality ของประเทศ ทั้งการเดินหน้าพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อนของ กฟผ. และศึกษาพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกอื่น ๆ โดยเฉพาะไฮโดรเจนซึ่งเป็นได้ทั้งเชื้อเพลิงเผาไหม้เหมือนก๊าซธรรมชาติ

และเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) รวมถึงมีแนวโน้มราคาที่ถูกลง โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดยังสามารถนำไฮโดรเจนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่มีอยู่เดิมโดยไม่ต้องปรับปรุงโรงไฟฟ้า รวมถึงศึกษาและนำเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนมาใช้ด้วย

สำหรับกรณีนโยบายแยกศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (System Operator) ให้โปร่งใส เป็นธรรม กฟผ. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงานต้องดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ ในเบื้องต้นจำเป็นต้องพัฒนาปรับปรุงการควบคุมระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ทันสมัย พร้อมรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน สามารถควบคุมสั่งการระบบผลิต ระบบส่ง ให้ตอบสนองความผันผวนและเหตุสุดวิสัยแบบอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ส่วนการจัดทำระบบเปิดเผยข้อมูลศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าให้มีความเป็นธรรม ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และการจัดทำสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (Internal PPA) ให้ครอบคลุมโรงไฟฟ้าทุกประเภท สามารถดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจแทนรัฐ จำเป็นต้องมีกำไรเพื่อให้เป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐ สำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศและรักษาเสถียรภาพด้านการเงินการคลังของประเทศ โดยควบคุมผลตอบแทนการลงทุน (Return of Invested Capital : ROIC) ของ กฟผ. ให้เพียงพอต่อการดำเนินกิจการและการลงทุนพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความมั่นคง

“กฟผ. เป็นกลไกของรัฐเพื่อดำเนินนโยบายด้านพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศ โดยในช่วงที่ประเทศไทยเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด้วยการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ระบบไฟฟ้าต้องมีประสิทธิภาพและความมั่นคงสูง พร้อมส่งต่อไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ไฟไม่ตก ไม่ดับ ควบคู่กับการดูแลค่าไฟฟ้าให้สามารถแข่งขันได้และเป็นธรรม เพื่อเป็นปัจจัยดึงดูดนักลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ”