เปิดค่าพีกไฟฟ้า ปี’60-66 เท่าไร หลังไทยเข้าสู่หน้าร้อนค่าพีกแรกทะลุ 3 หมื่น MW แล้ว

ค่าไฟ

เปิดค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (ค่าพีกไฟฟ้า) ปี’60-66 หลังจากค่าพีกไฟฟ้า ปี 2567 พุ่งรับหน้าร้อนประเทศไทย ครั้งแรก  22 ก.พ. 2567 เวลา 19.29 น. ทะลุ 3 หมื่นเมกะวัตต์ โอกาสเกิดพีกได้ต่อเนื่อง จากปัจจัยอากาศร้อน ชาร์จรถอีวี ติดโซลาร์กลางวัน ดันยอดใช้กลางคืนพุ่ง

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีกไฟฟ้า) จาก 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ., การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ (PEA) พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 30,989.3 เมกะวัตต์ทันที เมื่อเวลา 19.29 น. ซึ่งนับเป็นยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ที่เริ่มต้นของปี 2567 นี้เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งมียอดใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 29,051.3 เมกะวัตต์ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของปี หลังจากที่ไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา

โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 นี้สภาพอากาศจะร้อนกว่าปี 2566 ขึ้นอีก 1-2 องศา โดยอุณหภูมิจะสูงสุดประมาณ 43-44.5 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้ประชาชนเกิดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นทันที

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ระหว่างปี 2560-2566 ดังนี้

  • 4 พ.ค. 2560 เวลา 14.02 น. 30,303 MW
  • 24 เม.ย. 2561 เวลา 13.51 น. 29,968 MW
  • 3 พ.ค. 2562 เวลา 14.27 น. 32,273 MW
  • 13 มี.ค. 2563 เวลา 14.14 น. 30,342 MW
  • 31 มี.ค. 2564 เวลา 14.49 น. 31,023 MW
  • 28 เม.ย. 2565 เวลา 14.30 น. 33,177 MW
  • 6 พ.ค. 2566 เวลา 21.41 น. 34,827 MW

โดยจะเห็นว่าค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด ปรับเปลี่ยนจากเวลาบ่าย มาเป็นกลางคืนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจาก 2 ปัจจัย คือ

1) จำนวนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในปี 2566 มีตัวเลขการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 100,219 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากปีก่อน เนื่องจากนโยบายสนับสนุนอีวี 30@30 ตลอดจนมาตรการอีวี 3.0 ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถอีวีกัน

ซึ่งพฤติกรรมของผู้ใช้รถอีวีส่วนใหญ่ จะนิยมจอดชาร์จไฟฟ้าในตอนกลางคืนหลังกลับจากที่ทำงาน จึงทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืนเพิ่มสูงขึ้น

2) จำนวนผู้ติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของภาคประชาชน และภาคเอกชน โรงงาน ซึ่งการดึงไฟฟ้าจากแผงโซลาร์มาใช้ในเวลากลางวันแทนการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากการไฟฟ้า เป้าหมาย เพื่อลดภาระในการจ่ายค่าไฟฟ้าในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีอัตราค่าไฟสูง

แล้วหลังจากนั้น โรงงานจึงเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าจากสายส่งในเวลากลางคืน เพราะระบบแผงโซลาร์ที่ติดไม่ได้มีระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage) ไว้สำหรับใช้ในเวลากลางคืน จึงต้องหันกลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแบบเดิม

ซึ่งข้อสังเกตนี้ สะท้อนมาจากปัจจุบันมีการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เพิ่มขึ้นมากจากก่อนหน้านี้ที่เดิมที่มีผู้ขอติดตั้งปีละ 100 กว่าราย แต่ปัจจุบันเฉลี่ยเดือนละกว่า 100 ราย ซึ่งในปี 2567 ก็คาดว่าน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นผลจากกระทรวงอุตสาหกรรมปลดล็อกการขอใบอนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์จากเดิมที่กำลังผลิตมากกว่า 1,000 หน่วยขึ้นไปต้องขอใบอนุญาต ซึ่งซับซ้อนและใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันไม่มีการจำกัดกำลังผลิตไฟฟ้าแล้ว

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่าพีกไฟฟ้าในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น เป็นตัวเลขค่าพีกรายวัน แต่ยังไม่ใช่ของทั้งปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าถ้าเทียบระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ปีนี้ สูงกว่าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ประมาณ 16-17%