เปิดผลวิเคราะห์ สถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอล ต่อการค้าไทย

อิสราเอล
ภาพจาก : freepik

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มั่นใจสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-อิหร่าน ยังไม่กระทบต่อภาคการส่งออกไทย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ทูตพาณิชย์รายงานสถานการณ์การสู้รบ ตัวเลขการค้าการส่งออกไทย-อิสราเอล

วันที่ 20 เมษายน 2567 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์สงครามในอิสราเอล ว่า กรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันพบว่ายังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทย หรือแม้แต่สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ

อีกทั้ง กรมยังหารือกับผู้ส่งออก ภาคขนส่ง พบว่าผู้ส่งออกได้มีการศึกษาและพิจารณาเส้นทางในการขนส่งสินค้าเพื่อเลี่ยงเส้นทางปัญหา โดยต้องยอมรับว่าผู้ส่งออกมีการปรับตัวตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น จึงไม่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น อย่างไรก็ดี กรมมีแผนของการส่งเสริมการค้าและการส่งออกไทยต่อเนื่อง และยังคงดำเนินการได้ปกติ พร้อมที่จะผลักดันการส่งออกของไทยในปี 2567 อย่างเต็มที่

รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล (ทูตพาณิชย์อิสราเอล) ระบุ สถานการณ์สงครามในอิสราเอล  ดังนี้

ลำดับเหตุการณ์

1) เมื่อเช้าวันที่ 14 เมษายน อิหร่านได้ตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีสถานทูตของตนซีเรียเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 โดยอิหร่านได้ยิงโดรนและจรวดประมาณ 300 ลูกยิงข้ามซีเรีย ซึ่ง IDF สามารถ Intercept ได้ 99% ก่อนที่จะเข้ามาในเขตอาณาของอิสราเอล

Advertisment

2) ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แจ้งแก่เยรูซาเลมว่าวอชิงตันจะไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการรุกใดๆ ต่อเตหะราน

3) ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า ต้องให้บทเรียนกับศัตรู และจะมีการโจมตีที่รูนแรงมากขึ้น และฮามาสก็ยินดีในการโจมตีของอิหร่าน

4) ทางการอิสราเอลได้เตือนประชาชนเฝ้าระวังขั้นสุด หยุดโรงเรียน และอาจปิดสนามบิน

5) สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ เตือนคนไทยในอิสราเอลให้อยุ่ในที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามทางการท้องถิ่นอิสราเอลอย่างเคร่งครัด และสำรองน้ำ อาหาร และอุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีพ

Advertisment

เศรษฐกิจของประเทศอิสราเอลในภาวะสงคราม

1 สถานการณ์ในกรุงเทลอาววีฟ เช้าวันที่ 14 เมษายน 2567 ยังเป็นปกติ ผู้คนสามารถยังสามารถเดินทางไปทำงานได้ แต่ต้องใช้ชีวิตประจำวันอย่างระมัดระวัง

2 สงครามอิสราเอล-ฮามาส ยืดเยื้อมาร่วมหกเดือน ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของอิสราเอล จากข้อมูลสถิติมูลค่าการค้าในเดือนตุลาคม 2566 ที่สงครามเริ่มต้น มีตัวเลขการค้าลดลง และอัตราการเติบโตของ GDP ของอิสราเอลในปี 2566  ลดลงเหลือ 2% โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ปี 2566 จะลดลงจากที่เคยคาดการไว้ตอนก่อนเกิดสงครามว่า GDP จะเติบโต 3-4%

แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 ที่ภาคกลางอิสราเอลค่อนข้างปกติ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รัฐบาลอิสราเอลก็ได้ออกมาเตือนประชาชนติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวัง โดยประชาชนควรจะสำรองน้าดื่มอาหารเครื่องสำรองไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉินด้วย ในขณะที่ยังมีการร้องเรียนการประท้วงให้ช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกฮามาสจับตัวไปอย่างเร็วที่สุดด้วย

3 .การตัดสินใจของตุรกีที่จะห้ามส่งออกสินค้า 54 รายการไปยังอิสราเอล รัฐบาลตุรกีกำลังชะลอหรือไม่อนุมัติการส่งออกจากตุรกีไปยังอิสราเอล ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ผู้นำเข้าของอิสราเอลกล่าวว่าสาเหตุของความล่าช้าคือทางการรัฐบาลตุรกีห้ามการส่งออกมายังอิสราเอล และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะห้ามต่อไปอีกนานหรือไม่ ซึ่งรายการสินค้าที่ห้ามส่งออกเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง เครื่องจักร เคมี เช่น

เหล็ก กระจกสำหรับการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์กันซึม หินอ่อน กระเบื้อง ท่อพลาสติก สีตัวทำละลาย เครื่องเดินสายไฟ Lightening Products รถเครน สารเคมี กำมะถัน น้ำมันแร่ เครื่องจักรแปรรูปโลหะ และปุ๋ยเคมี เป็นต้น

4 .การส่งออกจากตุรกียังอิสราเอล ปี 2023 5.42 พันล้านUSD ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2022 ที่มูลค่า 7 พันล้าน USD

5.ค่าเชคเกลอ่อนตัวลงท่ามกลางความกังวลเรื่องการโจมตีของอิหร่าน การซื้อขายระหว่างธนาคารช่วงก่อนการโจมตี เงินเชคเกลสูงขึ้น 1.30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ NIS 3.762/$ และสูงขึ้น 0.30% เมื่อเทียบกับยูโรที่ NIS 4.044/€ เมื่อวานนี้ ธนาคารแห่งอิสราเอลกำหนดอัตราเชคเกล-ดอลลาร์ตัวแทน เพิ่มขึ้น 0.732% จากวันอังคาร ที่ NIS 3.714/$ และอัตราเชคเกล-ยูโรตัวแทน สูงขึ้น 0.599% ที่ NIS 4.032/€

การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล

1 ปัจจุบัน 2567 (ม.ค.-กพ.) อิสราเอล เป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทย และอันดับ 6 ของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง

2 ในปี 2567 (ม.ค.-ก.พ.) การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล ดุลการค้า +1,352 ล้านบาท โดยไทยส่งออก มีมูลค่า 3,961 ล้านบาท  (ลดลง ร้อยละ 146) และนำเข้าจากอิสราเอล 2,608 ล้านบาท (ขยายตัว ร้อยละ 8.70)

3 ในปี 2566 การค้าระหว่างไทย-อิสราเอล ดุลการค้า +2,399 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปอิสราเอล 26,704 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 10.17) และนำเข้าจากอิสราเอล 15,385 ล้านบาท (ลดลง ร้อยละ 292)

สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปอิสราเอล 5 อันดับแรก ปี 2567 (ม.ค.-กพ.)  เรียงลำดับ ดังนี้ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว รถยนต์และส่วนประกอบ และตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ

สินค้านำเข้าสำคัญจากอิสราเอล 5 อันดับแรก ปี 2567 (ม.ค.-กพ.)  ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและอัญมณี ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้แผงวงจรไฟฟ้า

ผลกระทบต่อไทย

ผลกระทบเชิงลบ

1 มูลค่าการส่งออกจากไทยลดลง ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส เมื่อเดือนตุลาคม 2566

2 สินค้าส่งออกสำคัญจากไทยไปอิสราเอล 5 อันดับแรก ปัจจุบัน 2567 (ม.ค.-กพ.)  ได้เปลียนแปลงอันดับจากปี 2566 มีข้อสังเกตว่ามูลค่าการส่งออก รถยนต์และส่วนประกอบ (ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งมาหลายปีติดต่อกัน) ลดลง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2566 ซึ่งหากสงครามยุติและเศรษฐกิจอิสราเอลฟื้นตัว การส่งออกรถยนต์จากไทยน่าจะมีมูลค่าเพิ่มมากขี้นเช่นเดียวกับในช่วงเวลาภาวะปกติก่อนเกิดสงครามกับฮามาส

3 แม้ส่าตุรกีจะbanการส่งออกวัสดุก่อสร้างมาอิสราเอล แต่อิสราเอลนำเข้าวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ข้ามพรมแดน เช่น จากอียิปต์ จอร์แดน และที่นำเข้าจากประเทศอื่น เช่น สหรัฐฯ อิตาลี และอินเดีย เป็นต้น ซึ่งสินค้าวัสดุก่อสร้างจากไทยอาจจะแข่งขันได้ยากเพราะเสียเปรียบด้านราคาและค่าขนส่งที่ระยะทางไกลมากกว่า

ผลกระทบเชิงบวก

1 สินค้าอาหารที่ส่งออกจากไทย เช่น อาหารกระป๋อง มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 119% ปี 2567 (ม.ค.-กพ.) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ข้าว เพิ่มขึ้น 1.62% เครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 21%

2 ผู้นำเข้าสินค้าอาหารมายังอิสราเอลแจ้งว่าตนเองได้นำเข้าสินค้าตามปกติ ไม่ได้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นในช่วงภาวะสงคราม แต่วิกฤตทะเลแดงทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้นมากถึง 5 เท่า แม้ว่าในปัจจุบันจะลดลงบ้างแต่ก็ยังแพงกว่าปกติ 2-3 เท่า

แนวทางการรับมือ

1 ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าที่เกี่ยวข้องทุกวัน และวิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึงแนวทางการแก้ไขให้ทันต่อเหตุการณ์

2 หารือกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข

3 ศึกษาโอกาสส่งออกสินค้าศักยภาพของไทย เพื่อทดแทนตลาดอิสราเอล หากสงครามยืดเยื้อรุนแรง

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ

ทูตพาณิชย์อิสลาเอง ระบุ ผลกระทบจากการที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อเช้าวันที่ 14 เมษายน 2567 ซึ่งอิสราเอลสามารถป้องกันและไม่ได้รับความเสียหาย แต่อิหร่านยังขู่โจมตีที่รุนแรงมากขึ้นอีก ทำให้ภาวะสงครามแผ่ขยายในภูมิภาคตะวันออกกลางย่อมกระทบเศรษฐกิจของอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างแน่นอน และขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาของสงครามจะยืดเยื้อออกไปนานเท่าไร ถ้ารุนแรงมากและระยะเวลายืดเยื้อนานมากก็จะเสียหายรุนแรงมากกับเศรษฐกิจของอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลาง