เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EUDR เปิดแต้มต่อยางไทย EU จัด “Low Risk” ตรวจเพียง 1% เหนือคู่แข่งอาเซียน
Economic EUDR เปิดแต้มต่อยางไทย EU จัด “Low Risk” ตรวจเพียง 1% เหนือคู่แข่งอาเซียน
ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
Economic ลุยล้าง ‘ทุนเทา-นอมินี’ พาณิชย์ผนึก กอ.รมน. สกัดตั้งแต่จดบริษัท บังคับโชว์ Bank Statement
รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
Economic รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
Politics รัฐผุดแนวคิด “ประกันภัยพิบัติ” ดึงเอกชนร่วมจ่าย เบี้ยประกันอิงความเสี่ยงพื้นที่
ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
Automotive ปอร์เช่ เปิดประสบการณ์ Raceborn สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
Finance ประเมิน SET Index วันนี้ (15 ก.ค.) กรอบ 1,620 – 1,640 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง
ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (15 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.48 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
Politics พลพีร์ มิดฟิลด์ตัวรับ รัฐบาล มือปราบผู้มีอิทธิพล ‘ทำผิดกฎหมายเจอกัน’
รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
Politics รมว.พลังงาน ยันน้ำมันในประเทศจะไม่ขึ้นแรงตามตลาดโลก ชี้สำรองไว้พอ
ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
Economic ส่งออกโตกระจุกบริษัทต่างชาติ ไทยไม่ได้อานิสงส์-SMEs เจ๊ง
ดูทั้งหมด

การค้าโลกซมพิษเทรดวอร์ กกร. ทุบเป้าส่งออกไม่ถึง 1% ระส่ำ 1.7 พันโรงงานปิดตัว

05 มิ.ย. 2567 | 15:46น.

การค้าโลกซมพิษเทรดวอร์ กกร. ทุบเป้าส่งออกไม่ถึง 1% ส.อ.ท.ชี้ระส่ำ 1.7 พันโรงงานปิดตัว จับตาผลเลือกตั้งสหรัฐ “ไบเดน” ได้ไปต่อ เร่งชง 3 ข้อเสนอถึงรัฐ พยุงจีดีพีโต 2.7% เท่าเดิม

วันที่ 5 มิถุนายน 2567 นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมด้วย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวกรอบประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2567

โดยยังคง GDP ไทย ขยายตัว 2.2-2.7% แต่ได้มีการปรับลด ประมาณการเป้าหมายตัวเลขส่งออกปี 2567 เติบโตเพียง 0.5-1.5% ลดลงจากรอบก่อนหน้าที่เคยประมาณการไว้ว่าจะขยายตัว 2.2-2.7%

นายผยง ศรีวณิช

เทรดวอร์ทุบ การค้าโลกชะลอตัว

“สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน มีแนวโน้มกลับมารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการขึ้นภาษีรอบล่าสุดของสหรัฐ ต่อสินค้ากลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ เซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น โดยมีกำหนดบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อการค้าโลกชะลอตัวชัดขึ้น ปริมาณการส่งออกของโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ถูกสหรัฐมองว่า จีนใช้เป็นฐานการผลิต” นายผยงกล่าว

นายเกรียงไกรกล่าวเสริมว่า หากต้องการรักษาการเติบโตของตัวเลขส่งออกที่เป้า 0.5-1.0% ให้ได้นั้น จะต้องรักษาการส่งออกไม่ต่ำกว่าเดือนละ 23,964 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนการปรับเป้าลดลงคงต้องทบทวนเป็นเดือนต่อเดือน เพราะต้องจับตาอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต้นทุนโลจิสติกส์จากปัญหาสงครามและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นสูง 2 เท่า ปัจจัยสงครามการค้ารอบใหม่ของสหรัฐ-จีน ที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่มอัตราภาษีสินค้ายานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อย่างกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มภาษีจากเดิมที่ 27.5% เป็น 102.5%

และยังต้องจับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ว่าจะเป็นใครระหว่าง โจ ไบเดน หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากเป็นทรัมป์ก็มีแนวโน้มที่ภาษีอีวีอาจจะปรับขึ้นเป็น 200% ทำให้จีนก็ต้องเร่งหาตลาดใหม่ ซึ่งอาจจะย้อนกลับมาที่ตลาดเอเชียมากขึ้น หรืออาจขยายฐานการผลิตไปประเทศในภูมิภาคเดียวกับสหรัฐ อาทิ ประเทศเม็กซิโก ตลอดจนขยายฐานการผลิตในประเทศฮังการี เพื่อตั้งเป็นศูนย์กลางการผลิตอีวีของยุโรปโดยเฉพาะ

นายเกรียงไกร

“อีกปัจจัยที่ทำให้การส่งออกของประเทศไทยลดลง เนื่องจากสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยเป็นสินค้าล้าสมัยและไม่ได้เป็นที่นิยมของตลาดโลกอีกต่อไป อาทิ รถยนต์สันดาป ที่ปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรถกระบะยอดขายลดลงถึง 42% จนยอดขายแพ้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และไทยกำลังจะเสียตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกให้กับประเทศอินโดนีเซีย จากการเข้ามาของอุตสาหกรรมอีวี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการปฏิรูปและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมทั้งประเทศอย่างอย่างจริงจังให้ทันเทรนด์อุตสาหกรรมใหม่ของโลก ซึ่งขณะภาคเอกชนก็ได้เตรียมแผนงานเพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหวังว่าภาครัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องกฎหมายและให้เงินทุนสนับสนุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้”

ระส่ำปิดโรงงาน 1,700 แห่งทั่วไทย

ขณะนี้พบว่า มีโรงงานปิดตัวแล้วมากกว่า 1,600-1,700 โรงงาน โดยเป็นทั้งโรงงานและสายการผลิต ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าลดลง เนื่องจากสินค้าไม่เป็นที่นิยมของตลาด ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้กำลังการบริโภคในประเทศลดลง ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ซึ่งทาง กกร.กำลังจะทบทวนสมุดปกขาวที่เคยเสนอรัฐบาลเมื่อไตรมาส 4 ปี’66

“การปิดโรงงานมากกว่า 1,600-1,700 แห่ง เกิดขึ้นจากการย้ายฐานการผลิต หรือรวมการผลิตกับส่วนอื่น เรียกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนของแต่ละประเทศ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค ซึ่งเป็นการประหยัดเนื่องจากขนาด (Economy of Scale) ขณะที่ยอดการส่งออกและการลงทุนในประเทศ (Foreign Direct Investment) เราก็แพ้ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ดังนั้นตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือ การปรับโครงสร้างให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Smart Electronics เป็นการปรับพอร์ตการลงทุนทั้งหมด เพื่อกระตุ้นขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ซึ่งขณะนี้ดัชนีอุตสาหกรรมติดลบต่อเนื่องถึง 18 เดือน“ นายเกรียงไกรกล่าว

นอกจากนี้ เสถียรภาพการเมืองยังเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนอยู่แล้ว เพราะอาจจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย เวียดนาม หรือมาเลเซีย ที่มีเสถียรภาพทางเมืองมากกว่า รวมถึงมีแรงงานที่มีทักษะ และต้นทุนพลังงานที่ถูกกว่า

3 ข้อเสนอเตรียมเสนอรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม กกร.ยังคงรักษาระดับประมาณการตัวเลข GDP ไว้ที่ 2.2 ถึง 2.7% แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า โดยเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1/2567 เติบโต 1.5% ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสก่อนจากการหดตัวของการส่งออกและการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้จำกัด เนื่องจากการส่งออกฟื้นตัวได้ช้าตามการค้าโลกที่ชะลอตัว และปัญหาเอลนีโญ (ฝนแล้ง) ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรลดลง ส่วนการใช้จ่ายของครัวเรือนได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนในระดับสูง

ซึ่งที่ประชุม กกร.ได้มีการหารือในประเด็นสำคัญเพิ่มเติม ดังนี้

1) กกร.เห็นด้วยและขอบคุณรัฐบาลที่ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จากการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ทั้งมาตรการเพิ่มการท่องเที่ยวช่วง Low-season ที่เชื่อว่าจะช่วยกระจายรายได้ไปทั่วประเทศ รวมถึงการเสนอมาตรการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. วงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ที่เตรียมนำเสนอ ครม.นั้น จะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังการลงทุน การจ้างงาน และการบริโภค และคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประมาณ 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ กกร.พร้อมเข้าไปมีส่วนช่วยคัดกรองและรับรอง SMEs ที่มีศักยภาพ ให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุม กกร.ได้เสนอให้ภาครัฐมีมาตรการเพิ่มเติมในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs รวมถึงมาตรการสนับสนุนให้ SMEs เข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นระยะเวลา 5-7 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวและเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น

2) กกร.อยู่ระหว่างหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับแนวทางการปรับค่าแรงขั้นต่ำให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) และดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ตามข้อเสนอของภาคเอกชนในประเด็นที่ได้นำเสนอรัฐบาลไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยแต่ละพื้นที่จะประสานผ่าน กกร.จังหวัด ให้มีการหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัด (ไตรภาคี) ต่อไป

3) ที่ประชุม กกร.มีความกังวลต่อภาคการส่งออกสินค้าที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่มีแนวโน้มกลับมารุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกสินค้าของจีนไปยังสหรัฐ ทำให้จีนต้องหาตลาดใหม่ทดแทนเพื่อส่งออกสินค้า ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมต่อการส่งออกสินค้าของไทยที่อยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ภาคการส่งออกยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่หมุนเวียนไม่ทันเนื่องจากระยะเวลาขนส่งที่นานขึ้น ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคส่งออก และส่งเสริมสินค้าที่มีศักยภาพ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดเพื่อเพิ่มมูลค่าในการส่งออกของประเทศ

การค้าโลกซมพิษเทรดวอร์ กกร. ทุบเป้าส่งออกไม่ถึง 1% ระส่ำ 1.7 พันโรงงานปิดตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกร. การค้าโลก เทรดวอร์