Skip to content

พลังงานยัน “โรงไฟฟ้าสุราษฎร์” 1,400 MW ยังอยู่ใน PDP 2024 แต่มีทางเลือกใหม่

12 มิ.ย. 2567 | 16:33น.
พลังงานยัน “โรงไฟฟ้าสุราษฎร์” 1,400 MW ยังอยู่ใน PDP 2024 แต่มีทางเลือกใหม่

พลังงานยัน “โรงไฟฟ้าสุราษฎร์” 1,400 MW ยังอยู่ใน PDP 2024 แต่เสี่ยงไม่คุ้ม ต้องลงทุนท่อก๊าซใหม่ 100 กม. ชูทางเลือก ขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้า-เทคโนโลยีใหม่ รองรับความมั่นคงพลังงานภาคใต้ฝั่งอันดามัน

วันที่ 12 มิถุนายน 2567 ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เผยถึง “โรงไฟฟ้าสุราษฎร์” ว่า ไฟฟ้าภาคใต้ ความจริงแล้วมีหลายทางเลือก ซึ่งโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการผลิตไฟฟ้าเพิ่มในช่วง 20 ปี ซึ่งความจริงแล้วเราไม่ได้ตัดโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ เพียงแต่โรงไฟฟ้าสุราษฎร์มีจุดอ่อนเรื่องท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดอีก 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งการลงทุนค่อนข้างสูงจนอาจจะแพงกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าก็ได้

เราจึงมีทางเลือกอื่น เช่น การขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าจะนะ หรือโรงไฟฟ้าขนอม หรืออาจจะไปติดพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเพิ่ม เพราะฉะนั้นเรื่องไฟฟ้าภาคใต้ก็เป็นอีกโจทย์ที่เราก็จำตามองกันอย่างเข้มข้น เราจะมีระบบอย่างไรที่ทำให้เกิดความมั่นคงด้านไฟฟ้าในภาคใต้ แต่อีกส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจคือ ระบบส่งไฟฟ้าจากภาคกลางและภาคตะวันตกไปภาคใต้ค่อนข้างจะแข็งแรงทำให้สามารถจ่ายไฟฟ้าลงมาภาคใต้ได้ ขนาด 500 เควี

“หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือรอเทคโนโลยีอื่น แต่ต้องรออีก 3-5 ปี เรื่องความมั่นคงและต้นทุนแบตเตอรี่ เพราะปัจจุบันเราขาดประมาณ 5-600 เมกะวัตต์ ถ้าทำพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมแล้วมีแบตเตอรี่ก็สามารถทำที่ฝั่งอันดามันได้เลย จุดอ่อนของภาคใต้คือ ฝั่งทะลอันดามัน เพราะโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งอ่าวไทยเนื่องจากแหล่งก๊าซธรรมชาติอยู่ในอ่าวไทย แม้สุราษฎร์ธานีจะอยู่กึ่งกลางแต่ก็ต้องเดินท่ออีก 100 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเรื่องสิ่งแวดล้อม พื้นที่ ค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอีก” ดร.ประเสริฐกล่าว

สอดคล้องกับ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า แม้ยังไม่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างและต้องลงโครงสร้างพื้นฐานใหม่หมด แต่ก็ไม่ได้ตัดกำลังผลิตไฟฟ้าภาคใต้ เพราะจะใช้วิธีการขยายกำลังผลิตในภาคกลางและภาคตะวันออกแล้วจ่ายไฟลงสู่ภาคใต้แทนเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้าในภาคกลางและภาคตะวันตกมีความพร้อมมากกว่า

โดยก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ขอให้บรรจุโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีไว้ในแผน PDP 2024 เนื่องจากแผน PDP 2018 ปี 2555 – 2573 ซึ่งจัดทำเป็นร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า มีการถอดถอนโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ขนาด 1,400 เมกะวัตต์

โดยให้เหตุผลว่าต้นทุนค่าก่อสร้างท่อส่งก๊าซสูงไม่คุ้มค่าการลงทุนและมีผลกระทบกับค่าไฟฟ้า อีกทั้งยังมีสายส่ง 500 เควี ที่มีความมั่นคงอยู่แล้วนั้น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลข้างต้น จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

1. กฟผ. ได้ทบทวนการออกแบบโครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีใหม่แล้ว สามารถดำเนินการได้เองทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดหาเชื้อเพลิง, การวางท่อก๊าซและการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยมีต้นทุนโครงการที่ไม่เกินกรอบค่าไฟฟ้าที่กำหนด จึงเห็นควรให้ กฟผ. ได้มีโอกาสในการดำเนินการโครงการนี้ต่อไป

2. ปัจจุบันภาคใต้มีความเจริญเติบโตทางด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอื่นสูงขึ้น และในอนาคตจะมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ เพื่อดูแลความมั่นคงและตอบสนองเหตุวิกฤตในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีกว่าการพึ่งพาจากระบบส่งไฟฟ้า

3. การมีสายส่งขนาด 500 เควี รองรับเพียงพออยู่แล้ว แต่จากสภาพความเป็นจริงสายส่งมีโอกาสเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยจากภัยธรมชาติและเหตุที่ควบคุมไม่ได้ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่จะทำให้ไฟดับได้ทันทีและตลอดเวลา ขณะที่กำลังการผลิตรวมของโรงไฟฟ้าภาคใต้ใกล้เคียงความต้องการการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ มีความเสี่ยงสูงมากหากสายส่งขัดข้องจากเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ และหรือโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่อง ก็จะกระทบต่อระบบในภาพรวมของภาคใต้ได้ อันจะทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้เหมือนกับในปี 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชน ตลอดจนภาคธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบและเสียหายอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ จากแผน PDP 2018 Rev.1 ซึ่งได้บรรจุโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีไว้ ด้วยเหตุผลที่ว่า กำลังการผลิตภาคใต้ไม่สามารถรองรับเหตุสุดวิสัยเหตุโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (N-1) ได้ ดังนั้น ต้องพึ่งพากำลังการผลิตไฟฟ้าจากภาคกลางผ่านสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างภาค เพื่อรักษาความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้จึงจำเป็นต้องจัดสรรให้มีโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี

4. ปัจจุบันโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานีได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง มีฉันทามติให้ก่อสร้างได้เรียบร้อยแล้ว และผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม (คชก.) แล้วด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้า