Skip to content

ฝนปี’68 ดันข้าวนาปีพุ่งรอบ 12 ปี กดราคาวูบ ฉุดรายได้เกษตรกรรอบ 4 ปี

14 พ.ค. 2568 | 12:08น.
ฝนปี’68 ดันข้าวนาปีพุ่งรอบ 12 ปี กดราคาวูบ ฉุดรายได้เกษตรกรรอบ 4 ปี

KResearch คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนปี’68 เพิ่มขึ้น ดันปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 12 ปี แต่กดดันราคาข้าวลดลงแรง เหลือเฉลี่ยตันละ 10,700 บาท ฉุดรายได้เกษตรกรหดตัวรอบ 4 ปี

วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เป็นวันตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดว่าจะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ และเป็นการเริ่มต้นฤดูข้าวนาปี ฤดูการทำนาปลูกข้าวตามปกติ ที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการทำนา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน

สำหรับฤดูข้าวนาปี ปี 2568 มีข้อมูลวิเคราะห์ว่า ปีนี้ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยจะมากขึ้นกว่าปีก่อน และทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 12 ปี แต่จะกดดันราคาข้าวเฉลี่ยลดลงด้วย

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนในกลางเดือนพฤษภาคม 2568 และมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงที่เหลือของปี ทำให้ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของไทยทั้งปี 2568 คาดการณ์อยู่ที่ 1,640 มิลลิเมตรต่อปี มากกว่าปีก่อน 6% และมากกว่าค่าเฉลี่ย 9%

โดยปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งประเทศ ตลอด 30 ปี ตั้งแต่ปี 2534-2563 อยู่ที่ 1,500 มิลลิเมตรต่อปี ตัวเลขเฉลี่ยปี 2563-2567 อยู่ที่ 1,555 มิลลิเมตรต่อปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเพิ่มเติมว่า ผลผลิตข้าวนาปี ในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นเป็น 27.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน แต่ด้วยปริมาณน้ำฝนที่เอื้ออำนาย ทำให้ปริมาณผลผลิตพุ่งสูงสุดในรอบ 12 ปี จากเมื่อปี 2556 ที่มีปริมาณผลผลิตข้าวนาปีไทยอยู่ที่ 27.23 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังเจอปัญหาจากจำนวนปริมาณผลผลิต กดดันราคาข้าวเฉลี่ยในปี 2568 ลดลง 14.6% อยู่ที่เฉลี่ย 10,700 บาทต่อตัน ฉุดรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี หดตัวเป็นครั้งแรกรอบ 4 ปี อยู่ที่ -13.8% เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร 4.61 ล้านครัวเรือน โดยเฉพาะเกษตรกรในภาคอีสาน ที่ครองสัดส่วนผลผลิตข้าวนาปีกว่า 49% ตามด้วยภาคเหนือที่ 31% และภาคกลางที่ 19%