นบข.รับมือข้าวนาปรังปี”63 ส่งออกลุ้นจีทูจีปินส์อีกรอบ

ข่าวดีข้าวนาปรัง ปี”63/64 นบข.ไฟเขียวประกันรายได้ คู่ขนานมาตรการรักษาเสถียรภาพชดเชยดอกเบี้ยโรงสี-ช่วยค่าขึ้นยุ้งฉาง 1,500 บาท ข้าวเปลือกส่วนเกินจากตลาด 7 ล้านตัน พร้อมหนุนค่าปัจจัยการผลิต 1,000 บาทต่อไร่ ด้านส่งออกไทยมีลุ้นประมูลจีทูจีฟิลิปปินส์อีกรอบหลังประกาศล้มประมูล 3 แสนตัน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/2564 รอบที่ 1 (หรือข้าวนาปรัง) โดยมอบให้คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพิจารณาราคาและปริมาณประกันรายได้ต่อครัวเรือน เพื่อนำเสนอ นบข.อีกครั้ง

พร้อมกันนี้ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาตลาดข้าวเปลือกเพื่อไม่ให้ราคาตลาดลดต่ำลง โดยให้ดำเนินมาตรการคู่ขนานควบคู่กับโครงการประกันรายได้ คือ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีซึ่งเกษตรกรจะได้รับสินเชื่อและไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแล้ว ทั้งยังได้รับค่าฝากเก็บอีกตันละ 1,500 บาท โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ซึ่งจะสามารถดูดซับอุปทานในช่วงที่ข้าวเปลือก เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยมีเป้าหมาย 7 ล้านตันข้าวเปลือก

นอกจากนี้ นบข.ยังได้เห็นชอบในหลักการโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยช่วยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/2564 อัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ20 ไร่ คาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 4 ล้านครัวเรือน วงเงินประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท


รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ตลาดข้าวกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศยกเลิกผลการประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% แบบรัฐบาล-รัฐบาล (จีทูจี) ปริมาณ 3 แสนตัน ที่ได้เปิดประมูลไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากอาจจะไม่สามารถจัดหางบประมาณจำนวน 7.45 พันล้านได้ โดยหลังจากนี้จะมีการพิจารณาเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เปิดเสนอราคาข้าวดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 มี 3 ประเทศชนะประมูล ประกอบด้วย อินเดียชนะประมูลปริมาณ 96,000 ตัน ราคาตันละ 484.7-485.7 เหรียญสหรัฐ เวียดนามชนะประมูล 141,000 ตัน ราคาตันละ497.3 เหรียญสหรัฐ และเมียนมาชนะประมูล ปริมาณ 33,000 ตัน ราคา 489.25 เหรียญสหรัฐ ขณะไทยเสนอขายปริมาณ 174,000 ตัน ราคาตันละ 541 เหรียญสหรัฐ สูงกว่าราคาเกณฑ์กลางที่ฟิลิปปินส์กำหนดตันละ 498 เหรียญสหรัฐ ไทยจึงแพ้การประมูล ซึ่งทั้งหมดจะต้องส่งมอบข้าวสารให้ฟิลิปปินส์ภายในเดือน ก.ค.-ส.ค. 2563 แต่ก็มาล้มไปเสียก่อน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ