เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
Economic เจอแล้วกว่า 100 ตัว! สั่งตั้งทีม “เจอ-แจ้ง-จับ” ล่าปลาหมอคางดำเขื่อนลำปาว
TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
News TEAMG ชี้น้ำ กทม.-ปริมณฑลเริ่มลด ฝนเบาลง เหลือบางจุดขังถึง 28 ก.ย.
น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
News น้ำท่วมกรุงเทพฯ กวาด 40 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ชาวเน็ตพูดถึงอะไรบ้าง ?
พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
Economic พาณิชย์ถกห้าง-ร้านสะดวกซื้อ รับมือน้ำท่วม เร่งเชื่อมโยงสินค้า จับตาผักใบอ่อนแพง
อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
Politics อนุทิน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม เจอตะโกน “รวยไม่ไหว” เผยเรียกถกครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
“วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
Economic “วัชระพล” ตั้งทีมฉุกเฉิน 24 ชม. รับมือน้ำท่วม เปิด อ.ต.ก.ช่วยระบายผลผลิตเกษตรกร
พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
Economic พาณิชย์ตั้ง Single Command รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ คุมของขาด-ห้ามฉวยขึ้นราคา
แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
Finance แบงก์ระดมมาตรการช่วยลูกค้า-SME ถูกน้ำท่วม พักหนี้ ลดค่างวด สินเชื่อใหม่ฟื้นบ้าน ธุรกิจ
BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
Finance BOI to IPO เปิดทาง New Economy สู่ตลาดทุน หนุนเศรษฐกิจไทย
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
Real Estate ซีพี แอ็กซ์ตร้า ย้ำ “แม็คโคร–โลตัส” สินค้าเพียงพอ เติมสต็อกต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

ผวา กฎหมายอียู คุมคาร์บอน CBAM ฉุดส่งออกปุ๋ย-เหล็ก-อะลูมิเนียม-ซีเมนต์

15 ต.ค. 2564 | 09:50น.
คาร์บอน

อียูงัด กฎหมายใหม่ “CBAM” ตั้งการ์ดคุมเข้มสินค้าไม่รักษ์โลก บีบผู้นำเข้าแจงรายละเอียดการปล่อยคาร์บอน 5 สินค้า ปุ๋ย เหล็ก อะลูมิเนียม ไฟฟ้า ซีเมนต์ ดีเดย์ 1 ม.ค. 66 ก่อนไต่ระดับบี้เก็บ “ค่าปล่อยคาร์บอน” ปี’69 ด้าน ส.อ.ท.หวั่นกระทบตลาดส่งออก 2 หมื่นตัน ขอเวลาปรับตัว 5 ปี เตรียมระดมสมองรับมือ พ.ย.นี้ วอนรัฐหนุน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะต้องช่วยผู้ประกอบการเตรียมพร้อมกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) บังคับใช้กฎหมายควบคุมการปล่อยคาร์บอน ในสินค้านำเข้า 5 รายการ คือ ปุ๋ย เหล็ก อะลูมิเนียม ไฟฟ้า ซีเมนต์ คาดว่าจะบังคับใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ อียูได้เผยแพร่ร่างกฎหมายมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 กำหนดให้ผู้นำเข้าอียูต้องซื้อ “ใบรับรอง CBAM” ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในช่วง 3 ปีแรก (2566-2568) จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ทางผู้นำเข้าเพียงแค่รายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น จากนั้น 1 มกราคม 2569 จะเริ่มบังคับใช้ CBAM เต็มรูปแบบ ผู้นำเข้าจะต้องซื้อและส่งมอบใบรับรอง CBAM

เบื้องต้นประเมินว่าจะกระทบการส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะเหล็ก เหล็กกล้า และอะลูมิเนียมที่ส่งออกไปอียู ในปี 2563 มูลค่า 145 ล้านเหรียญสหรัฐ (4,785 ล้านบาท) ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและเอกชนต้องร่วมกันศึกษารายละเอียดของมาตรการ กฎหมายต่าง ๆ รวมถึงหารือกับอียู เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ด้านนายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สหภาพยุโรปได้เริ่มดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องลดภาวะโลกร้อน ภายใต้กระแสเรื่อง European Green Deal อย่างเป็นรูปธรรมก่อนประเทศอื่น ๆ ซึ่ง CBAM เป็นส่วนต่อขยายระบบ EU-ETS (EU Emission Trading Scheme : EU-ETS) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 และเริ่มมีค่าใช้จ่ายจริงในวันที่ 1 มกราคม 2569

คาดว่ามีผลกระทโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอะลูมิเนียมที่มีการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าธรรมเนียมในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านทางใบแสดงสิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CBAM certificates)

“ยอมรับว่ามาตรการที่ EU จะใช้นั้นเร็วมาก ตอนนี้เราตามดูเรื่อง CBAM อยู่ เท่าที่ติดตาม embedded emissions จะมีการเก็บค่า carbon credit จริง ๆ ในปี 2569 สิ่งที่เราต้องทำคือปรับตัวตาม ในกลุ่มอะลูมิเนียมกำลังดำเนินการกันอยู่ คาดว่าภายใน 5 ปีน่าจะสามารถปรับตัวได้ ปัจจุบันไทยส่งออกอะลูมิเนียมไปยุโรป ประมาณ 20,000 ตัน/ปี ในปี 2563”

โดยค่าคาร์บอนที่ปลดปล่อย แบ่งออกตามช่วงวัฏจักรชีวิต (LCA) เป็น 3 ช่วง คือ การได้มาของวัตถุดิบ ค่าการปลดปล่อยทางอ้อมจากการผลิต (indirect emission) และค่าการปล่อยทางตรงจากการผลิต (direct emission/embedded emission) ในการบังคับใช้ช่วงแรกจะเก็บเฉพาะส่วนการปล่อยทางตรงจากการผลิตก่อน โดยดูจากราคาประมูลเฉลี่ยรายสัปดาห์จากทาง EU-ETS

ซึ่งอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมในสหภาพยุโรปมีค่าการปล่อยคาร์บอนทางตรงจากการผลิตโดยเฉลี่ยเท่ากับ 1.9 ตัน CO2 eq./ตันอะลูมิเนียม จากที่มีการผลิตต้นน้ำด้วย ส่วนประเทศไทยไม่มีการผลิตต้นน้ำ แต่จะผลิตกลางน้ำ ซึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมแผ่น 80% ซึ่งจะมีค่าการปล่อยคาร์บอนทางตรงเท่ากับ 0.5 ตัน CO2 eq./ตันอะลูมิเนียม ส่วนในกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเส้นประมาณ 50% จะมีค่าการปล่อยคาร์บอนเท่ากับ 0.5 ตัน CO2 eq./ตันอะลูมิเนียม

อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มให้ความสนใจเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ทางกลุ่มจึงประสานกับนายจุลเทพ ขจรไชยกุล ผู้อำนวยการศูนย์ M-Tech และตัวแทนทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อจัดสัมมนาให้ผู้สนใจทั่วไป ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 เพื่อเริ่มดำเนินการเก็บตัวเลขการปล่อยคาร์บอนทางตรงจากการผลิตโดยเฉลี่ย เพื่อใช้เป็นค่ากลางสำหรับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมในไทย เพื่อเป็น base line ในการปรับปรุงพัฒนา ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในอนาคต

สำหรับแนวทางการปรับตัว เราพยายามนำพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนแบบดั้งเดิม เพิ่มปริมาณการใช้เศษอะลูมิเนียมตามนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มากขึ้น จะช่วยให้ลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอนได้ค่อนข้างมาก และหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น จัดหาพลังงานสะอาดราคาต่ำ สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดให้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้

รวมถึงสนับสนุนการหมุนเวียนเศษอะลูมิเนียม เพื่อใช้สำหรับอุตสาหกรรมภายในประเทศ จะช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า และการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 95% ทันที เมื่อเทียบการใช้อะลูมิเนียมบริสุทธิ์จากกระบวนการต้นน้ำ เป็นการเสริมสร้าง circular economy ที่ตามนโยบายรัฐด้วย

ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ไทยอาจจะได้รับผลกระทบจาก CBAM น้อย เนื่องจาก 5 สินค้าที่อียูประกาศนั้น ไทยส่งออกไปน้อยมาก และบางสินค้าไทยยังต้องมีการนำเข้า แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หากอียูเพิ่มการบังคับใช้ในรายการสินค้าอื่น

ทั้งนี้ การส่งออกตลาดอียู 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม 2564) ขยายตัว 24.6% คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8% สำหรับสินค้าที่ไทยส่งออกไปอียู เช่น ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหภาพยุโรป(อียู)