เปิดข้อสงวนไทยเข้าร่วมเจรจา CPTPP ย้ำประเทศไม่เสียเปรียบ

FILE PHOTO : CLAUDIO REYES / AFP

รัชดา-รองโฆษกรัฐบาล เผยตั้งข้อสงวนไทยเข้าร่วมเจรจา CPTPP เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์พืชปลูกต่อได้ งดยกเลิก-ลดภาษีนำเข้าสูงสุด 21 ปี คงมาตรการปกป้องเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร ย้ำ ยังอยู่ในขั้นตอนการเข้าร่วมเจรจา-ประเทศไม่เสียเปรียบ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ต่อกรณีที่รัฐบาลกำลังพิจารณาเข้าร่วมเจรจาความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership : CPTPP) นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตระหนักดีถึงผลกระทบเชิงบวกและลบที่จะเกิดขึ้น และพร้อมรับฟังข้อห่วงกังวลจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่ผ่านมาได้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่การเจรจาจะเกิดขึ้น

รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ได้มีแนวทางการกำหนดเงื่อนไขของการเจรจาที่จะช่วยสร้างผลประโยชน์และดูแลทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกร ผู้ประกอบการทุกขนาด แรงงาน ประชาชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแท้จริง
“ขอย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะเข้าร่วม CPTPP หรือไม่ เป็นเพียงการพิจารณาไปเจรจา ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของไทย”

น.ส.รัชดากล่าวว่า CPTPP จะเพิ่มโอกาสการส่งออกของสินค้าไทยทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เนื่องจากเป็นการขยายเขตการค้าเสรีและการให้สิทธิพิเศษกับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศสมาชิก ในส่วนของสินค้าเกษตรที่จะได้ประโยชน์อย่างมากจากการเข้าร่วม อาทิ ยาง ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ส่วนข้อห่วงกังวลถึงผลกระทบนั้น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันความพร้อมในการร่วมเจรจาความตกลงดังกล่าว

“ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ได้ศึกษาในรายละเอียด ผลดี ผลเสีย และความพร้อมของไทยมาโดยตลอด การดำเนินการทุกอย่างต้องไม่ให้ภาคการเกษตรเสียเปรียบ และยึดผลประโยชน์เกษตรกรเป็นหลัก และหากในที่สุด ไทยตัดสินใจเข้าร่วม กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ ระยะเวลา เทคโนโลยี งบประมาณ และบุคลากร ส่วนประเด็นที่ไทยยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ หรืออาจทำให้เกิดความเสียเปรียบ จะตั้งข้อสงวนไว้เบื้องต้นในการเจรจาได้”

น.ส.รัชดากล่าวว่า ประเด็นที่มีการหยิบยก อาทิ 1.ด้านพันธุ์พืช ที่กำหนดให้ประเทศเข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญา UPOV1991 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า เกษตรกรจะไม่สามารถเก็บส่วนขยายพันธุ์พืชไว้ปลูกต่อได้ และเมล็ดพันธุ์พืชของไทยถูกผูกขาดทางการค้า ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดประเด็นที่จะเจรจาขอสงวนสิทธิ์ไว้หรือขอเว้นการปฏิบัติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นสำคัญ

เช่น การขอระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะปฏิบัติตามอนุสัญญา การกำหนดเงื่อนไขให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืชไว้ปลูกต่อได้ตามวิถีดั้งเดิมของเกษตรกร และอยู่ภายใต้ความเหมาะสมของบริบทประเทศไทย


2.ด้านการค้า ที่จะมีการยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันในระดับที่สูงมากถึงร้อยละ 95-100 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรของไทยที่มีศักยภาพทางการแข่งขันน้อย แนวทางดูแลเกษตรกร คือ การเจราเพื่อให้มีระยะเวลาในการเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โดยประเทศสมาชิก CPTPP บางประเทศได้ขอใช้ระยะเวลาในการลดภาษีนานถึง 21 ปี

3.การยกเว้นการใช้มาตรการปกป้องพิเศษ หรือ Special Safeguard (SSG) หรือการอนุญาตให้เก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่เพิ่มขึ้นกรณีมีการนำเข้าสินค้าเกษตรสูงกว่าปริมาณที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีข้อผูกพันไว้กับองค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าเกษตร 23 รายการ และจะนำ SSG มาใช้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เช่น ปี 2563 และ 2564 มีการนำเข้ามะพร้าวเกินกว่าระดับปริมาณนำเข้าที่กำหนด จึงได้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การเจรจาในประเด็นด้านการค้า กระทรวงเกษตรฯ จะขอตั้งข้อสงวนการบังคับใช้มาตรการ SSG ของไทยไว้

“ข้อตกลง CPTPP นั้นมีประโยชน์และผลด้านลบที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อกำหนดหลายอย่างสามารถเจรจาต่อรองก่อนการเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ และรัฐบาลได้เตรียมนโยบายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไปพร้อม ๆ กัน ขณะที่ข้อกำหนดบางเรื่องเป็นกฎที่เปิดโอกาสให้ประเทศสามารถปฏิรูปสถาบันเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการสนับสนุนการเติบโตระยะยาว ท่านนายกฯย้ำว่า การเข้าร่วมเจรจาเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่คนไทย การเข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้หมายถึงการตกลงเข้าร่วมในทันที”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ