“จุรินทร์” ลุยตรวจด่านหนองคายรับมือรถไฟจีน-ลาว สภาธุรกิจฯจี้รัฐเร่งเครื่องสะพานรถไฟแห่งใหม่หวังช่วยประหยัดต้นทุนขนส่งเกือบ 70% มูลค่า 8.6 พันล้าน มั่นใจเป็นจุดเปลี่ยนเชื่อมแลนด์บริดจ์ จุดเปลี่ยนเกมต่อรองจีน พร้อมขอเปิดตลาดสินค้าผลไม้ 87 รายการ-สินค้าประมง 2 รายการ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและตรวจเยี่ยมพื้นที่บริเวณด่านศุลกากรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 ว่า ในปี 2565 ไทยจะใช้โอกาสเส้นทางรถไฟจีน-ลาวเพื่อส่งสินค้าต่าง ๆ ไปยังจีนมากขึ้น
โดยปัจจุบันเส้นทางรถไฟนี้อนุญาตให้ส่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินแร่ ยางพารา และมันสำปะหลังไปยังจีนได้ ส่วนการส่งออกผลไม้ขณะนี้ไทยมีพิธีสารหรือข้อตกลงที่จีนจะเปิดด่านให้นำสินค้าผลไม้ไทย 10 ด่าน ผ่านด่านไทย 6 ด่าน ทะลุไปจีน 10 ด่าน โดยจะมีการเจรจากับทูตพาณิชย์กันต่อไป อยากเห็นผลไม้ไทยที่กำลังจะออกในฤดูกาลผลิตเดือน มี.ค.-พ.ค.สามารถส่งผ่านเส้นทางนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางรถไฟจีน-ลาวมาถึงเวียงจันทน์ใต้ยังขาดอีกเกือบ 3 กม.จะถึงที่ริมแม่น้ำฝั่งลาว ซึ่งจะมีการจัดตั้ง dry port ขึ้นมาเป็นท่าทำการบริหารจัดการทุกอย่าง ทั้งวิธีการศุลกากร การขนถ่ายตู้สินค้าต่าง ๆ เพื่อขึ้นรถไฟลาว-จีน คาดว่าเดือน ก.พ.นี้จะเสร็จ
ถ้าเสร็จไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยการขนสินค้าจากฝั่งเราข้ามผ่านสะพานหนองคายและไปลงที่ฝั่งลาวผ่านจุด dry port เปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าขึ้นรถไฟไปจีนได้ต่อไป ต้องมีการเจรจาในกระบวนการต่าง ๆ กับรัฐบาลลาวและรัฐบาลจีนเป็นหน้าที่ของภาครัฐหารือกับเอกชนและจังหวัดเจรจากันต่อไปว่าทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นโดยคล่องตัวที่สุด
สำหรับในปีที่ผ่านมาการค้าชายแดนไทย-ลาวมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 200,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.58% ไทยส่งออกไปลาว 112,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.13% ประเทศไทยได้ดุลการค้าประมาณ 31,000 ล้านบาท
ด้าน ดร.จตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้ร่วมประชุมพร้อมเสนอแนวทางผลักดันการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-ลาว-จีน โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยประสานเร่งรัดการก่อสร้างสะพานรถไฟแห่งใหม่เพื่อลดต้นทุนการขนส่งลงได้มูลค่า 8,671 ล้านบาท หรือลดลง 69.37% จากปัจจุบันที่ใช้เส้นทาง R9 และ R12 จะใช้ตู้คอนเทนเนอร์ 35,000 ตู้ ค่าขนส่งตู้ละ 200,000 บาท
และใช้เส้นทาง R3A อีก 20,000 ตู้ ค่าขนส่งตู้ละ 270,000 บาท รวมเป็นงบประมาณในการขนส่งประมาณ 12,500 บาท ขณะที่ระยะเวลาในการขนส่งก็จะลดลงครึ่งหนึ่งกล่าวคือ เดิม R9, R12 และ R3A ใช้เวลาขนส่งเฉลี่ย 40 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 วัน แต่หากเชื่อมต่อเส้นทางสะพานรถไฟใหม่ได้จะลดลงเหลือเพียงแค่ 20 ชม. หรือประมาณไม่ถึง 1 วัน (จากแหลมฉบังไปหนองคายใช้เวลา 10 ชั่วโมง ต่อไปลาวใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง และไปคุนหมิงอีก 6 ชั่วโมง)
“ประโยชน์สำคัญ คือ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า เพราะเส้นทางรถไฟจะมีความยาวขบวน 14 ตู้ต่อขบวน จากปกติเราจะขนส่งได้ 7 ขบวนต่อวัน 20 ตู้ ตู้ขนาด 20 ตัน คิดเป็นปริมาณ 2,800 ตันต่อวัน แต่ถ้าขนส่งจากรถไฟจะมีความจุเพิ่มขึ้นเพราะขบวนละ 14 ตู้ จุตู้ละ 46 ตัน รวม 45,000 ตัน เพิ่มขึ้นมหาศาล แต่ถ้าสะพานไม่เสร็จเราจะเสียโอกาส
และที่สำคัญสะพานนี้จะเชื่อมต่อไปยังโครงการแลนด์บริดจ์ที่เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย ทำให้ขนส่งสินค้าต่อไปทางใต้ ลงเรือไปยุโรปได้ การเชื่อมโยงระบบได้จะเป็นเกมเชนเจอร์ หรือจุดเปลี่ยนที่จะทำให้จีนหันมามองไทยมากขึ้น แต่หากไทยยังคงพึ่งพาระบบโลจิสติกส์ที่เพื่อนบ้านคอนโทรลทั้งหมด จะทำให้เกิดต้นทุนกับภาคธุรกิจและก็ยังไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้อีกด้วย”
“ท่านรองนายกฯได้ตอบรับและประสานทางคมนาคม ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่า ล่าสุดการประชุมร่วมในลาว จีนถึงขั้นตอนก่อสร้างซึ่งเป็นช่วงที่เป็นค่าใช้จ่ายของไทยและลาวต้องจัดการคนละครึ่ง ส่วนจีนจะรับหน้าที่ออกแบบตามเทคโนโลยีของจีน คาดว่าแบบจะเสร็จใน 3-4 เดือน เริ่มก่อสร้างปลายปี 2565 และในปี 2568 แล้วเสร็จ ต้องอดทนรอและแบกรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นไปอีก 3 ปี”
ดร.จตุรงค์กล่าวว่า สภายังได้เสนอขอให้เจรจาเปิดตลาสินค้าเกษตรไทยไปจีนมากขึ้น จากปัจจุบันไทยจะได้รับอนุญาตให้ค้าขายผลไม้ได้ 22 รายการ แต่ไทยขอเพิ่มจำนวนสินค้าให้ได้เท่ากับ สปป.ลาวที่กำลังเจรจาและได้รับอนุญาต 87 รายการ เพื่อจะส่งเสริมให้ 2 ประเทศมีการผลิตร่วมกันมากขึ้น
พร้อมทั้งสมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลขอให้เปิดตลาดสินค้าสัตว์น้ำเพิ่ม 2 รายการ จากเดิมที่ได้รับอนุญาต 195 ราย คือ ปลากะพงแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป จากเดิมที่มีปลากะพงที่มีชีวิต และเพิ่มสินค้ากุ้งก้ามกรามที่มีชีวิต จากเดิมที่ส่งไปได้เพียงลูกกุ้งและกุ้งตายเพราะสามารถขนส่งทางรถไฟได้เร็วขึ้น ซึ่งบทสรุปที่ประชุมให้เราทำหนังสือประสานไปยังกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามเรื่องอีกครั้ง