บีโอไอหนุนเอกชนลงทุนเพิ่ม รับ “สิทธิประโยชน์ท็อปอัพ”

บีโอไอ
แฟ้มภาพ

บีโอไอแนะ “นักลงทุนกลุ่มลูกค้าเดิม” ขอรับสิทธิเพิ่ม ได้ประโยชน์สองเด้ง ทั้งยกระดับกิจการ พร้อมท็อปอัพสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ ผ่านมาตรการ Merit-based Incentives และปรับปรุงประสิทธิภาพ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 นายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอในปัจจุบัน นอกจากจะให้สิทธิประโยชน์แก่โครงการลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุนแล้ว ยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกลุ่มนักลงทุนรายเดิมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไออยู่แล้ว ให้ลงทุนเพิ่มเติมบางส่วนในโครงการเดิม โดยสามารถนำเงินลงทุนนั้น มาขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากบีโอไอได้ ผ่าน 2 มาตรการคือ (1) Merit-based Incentives และ (2) มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ

อรรจน์สิทธิ สร้อยทอง

มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน หรือ Merit-based Incentives คือการดำเนินการของผู้ประกอบการในด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน ใน 7 ด้าน ได้แก่ (1) การวิจัยและพัฒนา (R&D) เทคโนโลยีและนวัตกรรม (2) การสนับสนุนกองทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร สถาบันการศึกษา ศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

(3) การฝึกอบรมหรือฝึกการทำงานเพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับนักศึกษาฝึกงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (4) ค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศ (5) การฝึกอบรมเทคโนโลยีขั้นสูง (6) การพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ และ (7) การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

ทั้งนี้ ผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้ง “เพิ่มวงเงินและเพิ่มระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล” โดยจะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมตั้งแต่ร้อยละ 100-300 ระยะเวลาตั้งแต่ 1-3 ปี ในกรณีลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมสูงสุดถึง 5 ปี

Advertisment

สำหรับ “มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ” ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการประหยัดพลังงาน (2) ด้านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร (3) ด้านการวิจัยและพัฒนาหรือออกแบบทางวิศวกรรม (4) ด้านการยกระดับไปสู่มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล (5) ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ (6) ด้านการยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

โดยผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมจะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุนที่ใช้ในการปรับปรุง เฉพาะด้านที่ (6) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของเงินลงทุนที่ใช้ในการปรับปรุง

นอกจากนี้ ยังผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ SMEs โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500,000 บาท จากปกติที่กำหนด 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน)

“หลังจากการระบาดของโควิด-19 พฤติกรรมของผู้บริโภคจึงเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการจะลงทุนเพิ่มเติม และด้วยในขณะนี้ การลงทุนด้วยเงินจำนวนมากยังไม่สามารถกระทำได้ แต่การลงทุนบางส่วนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากได้สิทธิประโยชน์ท็อปอัพจากบีโอไอแล้ว ยังช่วยสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานไปสู่อนาคตอีกด้วย” นายอรรจน์สิทธิกล่าว

Advertisment

ทั้งนี้ กองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมเพื่อออกไปลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยรายเล็กกับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะมีการจัดสัมมนาออนไลน์ หัวข้อ “ท็อปอัพสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ ด้วย Merit Incentives” ในวันพุธที่ 2 มีนาคม 2565 เวลา 13.30-15.00 น.

“การสัมมนาในครั้งนี้ เป็นการให้ความรู้ผู้ประกอบการถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของบีโอไอที่จะช่วยเพิ่มแต้มต่อ และยกระดับขีดความสามารถขององค์กรเพื่อรับมือการแข่งขันในตลาดโลกได้”