เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 64,800 บาท
ทองคำวันนี้ (20 ก.ค.) แนวโน้ม ‘Sideways’ สงครามเดือดดันเงินเฟ้อ-ราคาน้ำมัน-ดอกเบี้ย
Finance ทองคำวันนี้ (20 ก.ค.) แนวโน้ม ‘Sideways’ สงครามเดือดดันเงินเฟ้อ-ราคาน้ำมัน-ดอกเบี้ย
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางสูงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางสูงขึ้น
ธุรกิจการบินไม่หวั่นน้ำมันพุ่ง หน้าใหม่จ่อคิวรอใบอนุญาตอีกกว่า 10 ราย
Business ธุรกิจการบินไม่หวั่นน้ำมันพุ่ง หน้าใหม่จ่อคิวรอใบอนุญาตอีกกว่า 10 ราย
SET วันนี้ (20 ก.ค.) กรอบ 1,630-1,650 จุด บาทอ่อนค่า-น้ำมันดิบขยับขึ้น กดดัน Fund Flow
Finance SET วันนี้ (20 ก.ค.) กรอบ 1,630-1,650 จุด บาทอ่อนค่า-น้ำมันดิบขยับขึ้น กดดัน Fund Flow
สตาร์บัคส์มุ่งปูพรมสาขาภูธร ส่งเมนู 95 บาทขยายฐานลูกค้าใหม่
Business สตาร์บัคส์มุ่งปูพรมสาขาภูธร ส่งเมนู 95 บาทขยายฐานลูกค้าใหม่
บสย.โชว์ผลงานครึ่งแรกปี’69 ค้ำฯทะลุ 4.4 หมื่นล้าน-เปิดตัว ‘เครดิตพลัส’ วงเงิน 2 หมื่นล้าน ช่วย SMEs ครึ่งปีหลัง
Finance บสย.โชว์ผลงานครึ่งแรกปี’69 ค้ำฯทะลุ 4.4 หมื่นล้าน-เปิดตัว ‘เครดิตพลัส’ วงเงิน 2 หมื่นล้าน ช่วย SMEs ครึ่งปีหลัง
ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (20 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค. 69) ฝนน้อยลง กทม. ฝนตก 10% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ก.ค. 69) ฝนน้อยลง กทม. ฝนตก 10% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

งัดกฎหมายพาณิชย์คุมค่ากลั่น กบง.หาช่องอุ้มราคาดีเซล

05 มิ.ย. 2565 | 09:16น.
โรงกลั่น

สหพันธ์ขนส่งทางบกจี้รัฐทบทวนค่าการกลั่นน้ำมันพุ่ง 5 บ./ลิตร หวังนำส่วนลดช่วยอุดหนุนราคาดีเซล กบง.ตั้งปลัดพาณิชย์อนุกรรมการดูแล งัดพรบ.สินค้าบริการคุม ขีดเส้นจบ มิ.ย.65 ด้านโรงกลั่นฯ แจงยึดกลไกตลาดโลก นักวิเคราะห์หวั่นลดค่าการกลั่นฉุดกำลังผลิต หันส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศขาดแคลน

ท่ามกลางความกดดันจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศที่แพงขึ้นจนเกินไปกว่าที่ รัฐบาล จะใช้มาตรการ “อุดหนุน” ราคาน้ำมันด้วยการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกินลิตรละ 35 บาท ในขณะที่กลไกในการบริหารจัดการในการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่าง “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ก็กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต ฐานะกองทุนติดลบไปแล้ว -81,395 ล้านบาท และไม่มีสถาบันการเงินแห่งใดยอมที่จะปล่อยเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง (20,000 ล้านบาท)

ส่งผลให้ผู้ใช้น้ำมันส่วนหนึ่งหันไปตรวจสอบผลประกอบการของโรงกลั่นน้ำมัน และพบข้อเท็จจริงที่ว่า ทุกโรงกลั่นน้ำมันมีผลกำไรสุทธินับพันล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำไรจาก “ค่าการกลั่นน้ำมัน (GRM-gross refining margin)” ซึ่งเป็นอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงกลั่น “ยิ่งค่าการกลั่นสูงขึ้นเท่าใดก็หมายความว่า โรงกลั่นน้ำมันแห่งนั้นสามารถทำกำไรได้ดีขึ้นเท่านั้น”

จับผิดค่าการกลั่น

ความเคลื่อนไหวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย โดย นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอเข้าพบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอหารือการพิจารณาทบทวน “ค่าการกลั่นน้ำมัน (GRM)” ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากสหพันธ์พบว่า กลุ่มโรงกลั่นได้มีการปรับขึ้นค่าการกลั่นจาก 1.35 บาท/ลิตร ในเดือนมกราคม 2565 มาอยู่ที่ 5.15/ลิตร ในเดือนเมษายน และขึ้นเป็น 5.82 บาท/ลิตร ในเดือนพฤษภาคมนี้

โดยสมาพันธ์ถือเป็น “การฉวยโอกาส” ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับสูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงไปแล้ว 5 บาท/ลิตร เพื่อช่วยลดโครงสร้างต้นทุนราคาน้ำมันดีเซล ถือเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

“ผมอยากทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่า ทำไมรัฐบาลจะดูแลค่าการกลั่นไม่ได้ ตอนนี้ค่าการกลั่นขยับขึ้นไปเป็น 400-500% นอกจากนี้ โรงกลั่นยังได้สินค้าที่เป็นบายโปรดักต์จากน้ำมัน ทั้งน้ำมันเครื่อง-จารบีไปขายอีก รวมถึงคาร์บอนไดออกไซด์ ทำไมจะควบคุมค่าการกลั่นไม่ได้ ต้องอธิบายให้กระจ่าง เรากำลังถูกเขายึดน้ำมันดิบที่เป็นทรัพยากรของเรา

ถ้าหากสามารถลดค่าการกลั่นลงลิตรละ 2-3 บาท แล้วเอามาชดเชยราคาน้ำมันก็อาจจะลดลงอยู่ในระดับ 30-32 บาท/ลิตรก็ได้ หรือหากโรงกลั่นยอมลดค่าการกลั่นลง แต่รัฐบาลยังเอาไปชดเชยให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เหมือนกับที่ลดภาษีสรรพสามิต (5 บาท/ลิตร) อีก เราไม่ยอมแน่นอน และหากกระทรวงพาณิชย์ไม่ให้ความชัดเจนเรื่องนี้ ทางสมาพันธ์พร้อมจะพิจารณายกระดับมาตรการเพื่อกดดันรัฐบาลต่อไป” นายอภิชาติกล่าว

ให้ใช้ กม.พาณิชย์เข้าควบคุม

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการบริหารจัดการราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤต” ขึ้นมา โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาประเด็นเรื่อง “ค่าการกลั่นน้ำมัน” ที่กำลังเป็นข้อกังขาในสังคมว่า โรงกลั่นฉวยโอกาสขึ้นค่าการกลั่นแพงเกินไปหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมิถุนายนนี้

วัฒนพงษ์ คุโรวาท
วัฒนพงษ์ คุโรวาท

“เดิมเราเข้าไปดูค่าการกลั่น พบว่าเป็นระบบการค้าแบบเสรี ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี กระทรวงพลังงานไม่ได้ควบคุมค่าการกลั่น แต่จะใช้วิธีติดตามและประเมินสถานการณ์กำหนดเป็น reference ไว้เท่านั้น โดยสูตรค่าการกลั่นจะดูจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหักลบกับน้ำมันสำเร็จรูป เดิมจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

แต่ปัจจุบันปรับขึ้นไป 30-40-50 เหรียญ/บาร์เรล หมายถึงแกปมันห่างมากขึ้น ซึ่งค่าเฉลี่ยเบื้องต้นคำนวณเป็นรูปเงินบาทออกมาจะอยู่ที่ 1 บาทกว่าไม่เกิน 2 บาท อีกทั้งแต่ละโรงกลั่นน้ำมันก็จะมีอัตราค่าการกลั่นต่างกันตามเทคนิคของแต่ละโรงงาน และยังมีสเป็กน้ำมันที่ไม่เหมือนกันด้วย”

ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้ประกาศอัตราค่าการกลั่นเฉลี่ยล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 5.72 บาท/ลิตร จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 105-110 เหรียญ/บาร์เรล และในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 110 เหรียญ/บาร์เรล บนสมมติฐานค่าเงินบาทอยู่ในกรอบ 33.3-34.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ “ค่าการกลั่น” ในปัจจุบันปรับสูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมัน แต่ตอนนี้โรงกลั่นโดน “ค่าพรีเมี่ยม” ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ซัพพลายลดลง หายาก ค่าขนส่งปรับสูง ซึ่งก็กลับกลายเป็นว่าต้นทุนโรงกลั่นสูงขึ้น แต่กำไรยังเท่าเดิม จากก่อนหน้านี้ที่ “ค่าการกลั่นติดลบ” แต่ กบง.หวังว่า กระทรวงพาณิชย์จะสามารถใช้เครื่องมือกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เข้ามาดูแลโครงสร้างราคาได้ ซึ่งมีหลาย ๆ แนวทางในการดูแล ต้องไปดูว่าโครงสร้างราคาเป็นอย่างไร ค่าการกลั่นเท่านี้พอหรือไม่ และที่เกินจากนี้เอาไปลดราคาน้ำมันได้ไหม อาจจะลดก็ได้ แต่จะลดเท่าไรต้องมาดูกัน

“หากให้เขา 2 บาท อีก 3 บาทมาช่วยขายปลีกได้ไหม นั่นเป็นสิ่งที่คณะอนุฯจะพิจารณา แต่หากจะให้กระทรวงพลังงานใช้กฎหมายที่มีอยู่ไปดูแลค่าการกลั่นก็จะเป็นคนละวัตถุประสงค์ เพราะกฎหมายพลังงานจะเน้นดูเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐาน” นายวัฒนพงษ์กล่าว

และมาตรการที่จะกำหนดออกมาต้องบาลานซ์ทั้งสองฝ่าย เพราะหากบีบให้โรงกลั่นน้ำมันมีการปรับลดค่าการกลั่นมากเกินไปก็อาจจะส่งผลให้โรงกลั่นจำเป็นต้องปรับลดกำลังการผลิต จากปัจจุบันที่โรงกลั่นของไทยมี 6 โรง มีการใช้กำลังการผลิตที่ 85% หรือประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากทั้งหมดที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือโรงกลั่นอาจจะต้องผ่องถ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันบางตัวไปสู่ตลาดส่งออกแทนก็ได้

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามผลประกอบการของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศจำนวน 6 แห่งพบว่า ในไตรมาส 1/2565 ทุกโรงมีกำไรสุทธิอยู่ในระดับ 1,000-7,000 ล้านบาท และหากจะพิจารณาจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจการกลั่น หรือค่าการกลั่น (GRM) จะพบว่า โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่มีค่าการกลั่นที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็น โรงกลั่น ESSO-SPRC ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีค่าการกลั่นอยู่ระหว่าง 4-8 เหรียญ/บาร์เรล

ส่วนบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็แจ้งอัตราค่าการกลั่นในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมและการกลั่นไว้ที่ระดับ 8.8 เหรียญ/บาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2564 ที่ 6.9 เหรียญ/บาร์เรล โดยเหตุผลที่แจ้งในผลประกอบการถึงค่าการกลั่นที่สูงขึ้นของแต่ละโรงกลั่นส่วนใหญ่ก็คือ ส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ต้นทุนน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น แต่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันที่กลั่นได้ก็เพิ่มขึ้นในระดับสูงตามไปด้วย

โรงกลั่น

โรงกลั่นแจงยึดกลไกตลาด

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่าการกลั่น เป็นไปตามกลไกตลาดจากดีมานด์และซัพพลาย เช่น พอมีสงครามเกิดขึ้นก็ส่งผลต่อราคาพลังงาน แต่สุดท้ายที่จะต้องมาหาทางออกร่วมกัน

“มีอะไรที่ช่วยกันได้ก็ต้องช่วยกัน ต้องรอการพิจารณาของทางคณะอนุกรรมการบริหารจัดการราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤต ว่าจะมีแนวทางอย่างไร แต่ว่าทุกอย่างเป็นกลไกตลาด ก่อนหน้านี้ค่าการกลั่นติดลบ การปรับขึ้นเป็นไปตามภาวะราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น วันนี้สถานการณ์ฝุ่นตลบ ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ส่วนน้ำมันใสมีโรงงานที่โดนระเบิดบ้าง ทำให้เกิดฝุ่นตลบ รอฝุ่นสงบแล้วก็จะดีขึ้น เราพร้อมจะให้ข้อมูลกับภาครัฐ และที่ผ่านมาเราก็มีมาตรการช่วยดูแลผู้บริโภค มีคูปองน้ำมันช่วยประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง” นายชัยวัฒน์กล่าว

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช

ก่อนหน้านี้ นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว “ค่าการกลั่น” ไม่ได้คำนวณจากส่วนต่างราคาของน้ำมันเบนซินและดีเซล เทียบกับราคาน้ำมันดิบอ้างอิงเท่านั้น แต่ต้องนำส่วนต่างราคาเฉลี่ยของน้ำมันสำเร็จรูปทุกชนิดตามสัดส่วนการผลิตที่โรงกลั่นผลิตได้

รวมทั้งก๊าซหุงต้มหรือน้ำมันเตาที่มีราคาต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบมาคำนวณรวมทั้งหมดเทียบกับราคาน้ำมันดิบที่ซื้อจริง ซึ่งรวมค่าพรีเมี่ยมของน้ำมันดิบหรือราคาส่วนเพิ่มเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบอ้างอิง และค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากแหล่งผลิตมายังประเทศไทย เช่น ค่าขนส่งน้ำมันดิบทางเรือ ค่าประกันภัย รวมถึงต้องหักลบต้นทุนค่าพลังงานความร้อน ค่าน้ำและค่าไฟที่ใช้ในการกลั่น

นอกจากนี้ ค่าการกลั่นก็ไม่ได้สะท้อนกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่น เนื่องจากยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและภาษี เป็นต้น เมื่อนำค่าการกลั่นมาหักลบกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงกำไร ขาดทุน จากการบริหารความเสี่ยงด้านราคา และสต๊อกน้ำมัน จึงจะสะท้อนกำไรสุทธิที่โรงกลั่นน้ำมันได้รับจริง

“กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีกำไรสูงตามราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2565 แต่อย่างใด อีกทั้งกลุ่มโรงกลั่นยังต้องเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา หากราคาน้ำมันมีทิศทางปรับตัวลดลงในอนาคต ซึ่งก็เป็นไปตามวงจรของธุรกิจน้ำมันที่มีทั้งขาขึ้นและขาลง โดยสามารถดูได้จากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี’63 เป็นต้นมา ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดและกลุ่มโรงกลั่นขาดทุนสต๊อกน้ำมันในปี 2563 รวมสูงกว่า 30,000 ล้านบาทด้วย” นายบัณฑิตกล่าว

ลดค่าการกลั่นทำได้ยาก

ด้านนายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงค่าการกลั่นน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในขณะนี้ว่า จะหนุนกำไรในธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งแต่ละโรงกลั่นจะได้กำไรมากน้อยไม่เท่ากัน โดยบางโรงกลั่นมีการป้องกันความเสี่ยง หรือ “hedging” เอาไว้ ส่งผลให้กำไรจากโอเปอเรชั่นจะเจอผลเสียจาก hedging loss โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงกลั่นน้ำมันในกลุ่ม ปตท. ที่มีการทำ hedging ไว้มาก มีสัดส่วนตั้งแต่ 20-60% ทำให้เสียโอกาสจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

โรงกลั่นที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจาก “ค่าการกลั่น” ตอนนี้น่าจะเป็น โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เพราะทำธุรกิจโรงกลั่น 100% และไม่มีการทำ hedging เลย ดังนั้นจะหนุนกำไรเต็ม ๆ ขณะที่ผู้ที่ได้ประโยชน์น้อยสุดจะเป็นบริษัทที่มีโรงกลั่นเล็ก ๆ เช่น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ที่ทำ hedging ไว้ถึง 60%

“ตอนนี้ค่าการกลั่นที่สิงคโปร์อยู่แถว ๆ 19-20 เหรียญ/บาร์เรล แต่โรงกลั่นไทยอยู่ประมาณ 15-16 เหรียญ/บาร์เรล เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสิงคโปร์ ยังไม่รวมในส่วนของค่าเชื้อเพลิงและค่าพรีเมี่ยมของน้ำมันดิบ (crude premium) ซึ่งตอนนี้แพงมาก” นายจักรพงศ์กล่าว

ส่วนกรณีการเรียกร้องให้ “ลดค่าการกลั่น” ลงนั้น นายจักรพงศ์เห็นว่า “ทำได้ค่อนข้างยาก” เพราะที่ผ่านมาทุกสมัยที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงก็จะมีการพูดถึงการลดค่าการกลั่นมาตลอด แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จเลยสักรัฐบาล เนื่องจากธุรกิจการกลั่นน้ำมันเปิดเสรี และมีสูตรราคาที่ใช้มาประมาณร่วม 30 ปีแล้ว โดยในอดีตตอนที่ประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศก็ต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากทางสิงคโปร์เข้ามาใช้ ดังนั้นรัฐบาลจึงกำหนดนโยบายเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ จึงเป็นที่มาของการกำหนดสูตรค่าการกลั่นให้เปรียบเสมือนนำเข้ามาจากสิงคโปร์ และใช้สูตรนี้มาโดยตลอด

“ถามว่าถ้าเราไม่ใช้ราคานี้แล้วไปฟิกซ์ค่าการกลั่น จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่าง ราคาน้ำมันดีเซลสูงกว่าราคาน้ำมันดิบประมาณเกือบ ๆ 40 เหรียญ ถ้าไปฟิกซ์ไว้ที่ 20 เหรียญ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ โรงกลั่นจะไม่ขายน้ำมันในประเทศ แต่จะส่งออกกันหมด เพราะค่าขนส่งแค่ 1 เหรียญ ฉะนั้นพอส่งออกหมด น้ำมันในไทยก็จะขาด และพอขาด สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือต้องมีบริษัทไปนำเข้าน้ำมันมาขาย เพื่อให้มีน้ำมันในประเทศ สุดท้ายก็ต้องไปนำเข้าที่ราคา 40 เหรียญ บวกค่าขนส่งเข้ามา กลายเป็น 41 เหรียญด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็คือราคาเดียวกันกับที่โรงกลั่นในประเทศขายอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีความแตกต่างเลย ดังนั้นการเข้าไปแทรกแซงไม่มีผล” นายจักรพงศ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งในสมัยอดีตรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่มีการ “ขอความร่วมมือ” จากโรงกลั่นน้ำมันช่วยบริจาคเงินจากกำไรค่าการกลั่นเข้า “กองทุนทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยปีนั้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริจาคเงิน 1,200 ล้านบาท ขณะที่ SPRC กับ ESSO บริจาค 700-800 ล้านบาท บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP บริจาค 300 ล้านบาท เมื่อรวมกันแล้วได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท และหากเอาสถานการณ์นั้นมาเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่พบว่า กองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่ -81,395 ล้านบาท ก็ช่วยได้นิดเดียว

“ดังนั้น ผมจึงมองว่าทำไม่ได้ เพราะปัญหาน้ำมันแพงเจอกันทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ถ้าไปบล็อกไม่ให้ส่งออก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ โรงกลั่น กระบวนการกลั่น จะมีโปรดักต์ออกมาหลายตัว บางโปรดักต์ในไทยเหลือ แต่บางโปรดักต์ก็ขาด เพราะฉะนั้น ส่วนที่เหลือจำเป็นจะต้องส่งออก ถ้าไม่ให้ส่งออก

สุดท้ายถังมันก็เต็มก็ต้องลดหลั่นลงมา ส่วนโปรดักต์ที่ขาดก็ต้องไปนำเข้ามาอยู่ดีในราคาสากล แล้วใครจะเป็นผู้รับภาระ เพราะว่านำเข้ามาแต่ต้องขายในราคาที่ถูกลง ไม่มีใครทำแน่นอน ดังนั้น ซัพพลายน้ำมันในไทยก็จะขาดแคลน จึงกลายเป็นที่มาว่า ทุกรัฐบาลพอทำความเข้าใจแล้วก็จะไม่มีใครมายุ่งกับค่าการกลั่นอีก” นายจักรพงศ์กล่าว