ส่งออกตลาด RCEP ครึ่งปีแรก ทะลุ 1.69 แสนล้านเหรียญ โต 13%

ส่งออก
ภาพ Pixabay

“สินิตย์” เปิดตัวเลขการค้า RCEP ครึ่งปีแรก มูลค่ากว่า 1.69 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โตกว่า 13% เผยการขอใช้สิทธิ RCEP มูลค่ากว่า 204.13 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าที่ขอใช้สิทธิส่งออกสูงสุด อาทิ น้ำมันดิบ ปลากระป๋องและแปรรูป มันสำปะหลัง พร้อมหนุนใช้ประโยชน์จาก RCEP เพิ่มช่องทางนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากแหล่งนำเข้าที่หลากหลาย

วันที่ 3 สิงหาคม 2565 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับรายงานว่า นับจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2565) มีมูลค่ารวม 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิก RCEP มูลค่า 78,172 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี อาทิ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

สินิตย์ เลิศไกร
สินิตย์ เลิศไกร

“การขยายตัวของมูลค่าการค้า RCEP ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศสมาชิก RCEP ดังนั้น จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยจะใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP เพื่อขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตขึ้น ทำให้สินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่จะใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าส่งออก ซึ่งการใช้ประโยชน์จาก RCEP จะช่วยเพิ่มช่องทางการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากแหล่งนำเข้าที่หลากหลายด้วยเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ยืดหยุ่นขึ้น”

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปที่ส่งออกไปตลาด RCEP มีการขยายตัวได้ดี อาทิ น้ำตาลทราย ขยายตัว 145% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 19% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป ขยายตัว 10% อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว
9% และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 4% กลุ่มสินค้าเกษตร

อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัว 14% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 24% ข้าว ขยายตัว 12% และไก่แปรรูป ขยายตัว 4% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 19% เม็ดพลาสติก ขยายตัว 12% และผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัว 3%

นอกจากนี้ การนำเข้าจากกลุ่มสมาชิก RCEP มีมูลค่า 90,869 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แหล่งนำเข้าสำคัญ อาทิ จีน อาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจาก RCEP ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 9% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 1% และกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป อาทิ เคมีภัณฑ์ ขยายตัว 14%) เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัว 12% และแผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัว 35%

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งออกภายใต้ความตกลง RCEP ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 2565 มีมูลค่า 204.13 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2,296% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการมีผลบังคับใช้ความตกลง RCEP โดยมีผู้ส่งออกขอใช้สิทธิ RCEP ไปยังญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ มากที่สุด และสินค้าที่ขอใช้สิทธิ์ส่งออกสูงสุด


อาทิ น้ำมันดิบ ปลากระป๋องและแปรรูป มันสำปะหลัง ทุเรียนสด และรถจักรยานยนต์ สำหรับการนำเข้าโดยใช้สิทธิ RCEP มีมูลค่า 72.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1,887% และรายการสินค้าที่ใช้สิทธินำเข้าสูงสุด อาทิ ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ เคมีภัณฑ์ ไม้อัด เม็ดพลาสติก และส่วนประกอบเครื่องยนต์ (ลูกสูบ)