เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ประถม เดินหน้าโครงการส่งนักเรียนไปญี่ปุ่น

11 ก.ย. 2565 | 12:11น.
สาธิตจุฬาฯ

โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม เดินหน้าโครงการ Sister School ร่วมกับเมืองโคเงะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ปีที่ 7 ส่งนักเรียนไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ เตรียมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกัน 

วันที่ 11 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม สานต่อโครงการ Sister School หรือโรงเรียนพี่น้อง ร่วมกับเมืองโคเงะ (Koge Town) จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ปีที่ 7 ซึ่งเป็นโครงการที่จัดส่งเด็กนักเรียนไปใช้ชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ อาศัยอยู่ร่วมกับโฮสต์แฟมิลี่ชาวญี่ปุ่น โดยเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Mr.Tsubone Shusuke นายกเทศมนตรีเมืองโคเงะ เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ พร้อมกับร่วมลงนาม MOU สานต่อโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมาใช้ชีวิตต่างประเทศ พร้อมกับวางแผนโครงการเกี่ยวกับการเรียนการสอนระหว่างสองประเทศ  

จุดเริ่มต้นโครงการ

รศ.พัชรี วรจรัสรังสี ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม เปิดเผยว่าโครงการโรงเรียนพี่น้อง หรือ Sister Schools ระหว่างโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม กับเมืองโคเงะ จังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม 2558 

ในครั้งนั้นนักเรียนพร้อมด้วยนายกเทศมนตรี คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา และคณะครูจากโรงเรียนของเมืองโคเงะจำนวน 4 โรงเรียนได้มาเยือนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ และโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ก็ได้เดินทางไปเยือนเมืองโคเงะ จึงนำมาสู่การลงนาม MOU โครงการเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2560

โดยที่โครงการนี้มุ่งหวังให้นักเรียนทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และขนมธรรมเนียมอันงดงามของทั้งสองประเทศ อีกทั้งเพื่อให้นักเรียนเมืองโคเงะได้เรียนรู้การสื่อสารภาษาอังกฤษ ผ่านการเรียนรู้ร่วมกันกับนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม

“เป็นระยะเวลาราวกว่า 6 ปี ที่โรงเรียนได้นำนักเรียนเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนในเมืองโคเงะ ประเทศญี่ปุ่น โดยนักเรียนได้ไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น มีการแลกเปลี่ยนทางด้านศิลปะ การวาดภาพ การแสดงดนตรีไทยและญี่ปุ่น รวมถึงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปีที่แล้วเราไม่สามารถส่งนักเรียนไปประเทศญี่ปุ่นได้ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางออนไลน์ทั้งหมด คาดว่าในปี 2566 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโครงการจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม” 

ด้าน Mr.Tsubone Shusuke นายกเทศมนตรีเมืองโคเงะ กล่าวว่าความร่วมมือโรงเรียนพี่น้องระหว่างโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถมและเมืองโคเงะ สำเร็จเป็นจริงครั้งแรกเมื่อปี 2560 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น 

ที่ผ่านมามีนักเรียนจากเมืองโคเงะเดินทางมาแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมกับโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม จำนวน 4 ครั้ง รวม 103 คน และนักเรียนจากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม เดินทางไปแลกเปลี่ยนและทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนประถม 4 แห่งในเมืองโคเงะ จำนวน 5 ครั้ง รวม 122 คน ในอนาคตอันใกล้มีแผนจะจัดโครงการห้องเรียนออนไลน์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ให้นักเรียนได้แบ่งปันและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ดนตรี ศิลปะและกีฬาระหว่างกัน

“กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นนี้ นอกจากจะสร้างเสริมประสบการณ์และความประทับใจให้นักเรียนทั้งสองประเทศได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่างกันแล้ว ในอนาคตยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนทั้งสองประเทศจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนระดมความคิดเห็นระหว่างกันในหลากหลายสาขา อาทิ สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อให้การแลกเปลี่ยนนี้ต่อยอดไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น”

สาธิตจุฬาฯ

อาจารย์รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิรัชกิจและกิจการพิเศษ และหัวหน้าหน่วยประชาสัมพันธ์ โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม กล่าวว่าโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม มีการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 เรามีกิจกรรมการเรียนการสอนที่สนับสนุนให้เด็กได้มีการพัฒนาตนเองหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือโครงการ Sister School ซึ่งเราส่งเสริมให้เด็กนักเรียนของได้มีประสบการณ์ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ

ซึ่งโครงการนี้เริ่มมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน โดยร่วมแลกเปลี่ยนนักเรียนกับหลายประเทศ แต่ไม่มีความต่อเนื่อง ทำแล้วหยุด จนกระทั่งเมื่อ 6-7 ปีก่อน โรงเรียนได้พบกับ Mr.Tsubone Shusuke นายกเทศมนตรีเมืองโคเงะ ประเทศญี่ปุ่น และได้มีการไปศึกษาดูงานกันไปมาระหว่างสองประเทศ จึงทำให้ตัดสินใจจะดำเนินการโรงเรียนพี่น้องกับโรงเรียนในเมืองโคเงะ 

นักเรียนอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่

โดยรูปแบบของโครงการ จะจัดส่งเด็กไปที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 7 วัน ขณะเดี่ยวกัน ทางญี่ปุ่นก็จัดส่งเด็กมาเรียนกับเรา เรียกว่าส่งเด็กไปมาหาสู่กันทุกปี แต่ละปีทางสาธิตจุฬาฯ มีการจัดส่งไป 20-30 คนโดยประมาณ ก่อนที่เด็กจะได้ไปจะเปิดรับสมัครผู้ที่มีความสนใจ โดยเฉพาะนักเรียน ป.5-ป.6 และต้องเป็นนักเรียนที่ครอบครัวมีความพร้อมระดับหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าผู้ปกครองจะต้องเป็นโฮสต์แฟมิลี่ต้อนรับนักเรียนญี่ปุ่นด้วย 

จากนั้นคัดเลือกนักเรียน ในการคัดเลือกเราก็จะเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถพิเศษ ดูความกล้าแสดงออก ความมั่นใจในตนเอง รวมถึงการตอบคำถามจากคณะกรรมการ เป็นคำถามเรื่องการแก้ไขปัญหา เช่น ถ้าไปหลงทางที่ต่างประเทศ จะแก้ปัญหาอย่างไร จากนั้นก็จะเข้าค่าย ฝึกทำกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมของนักเรียน ในการเตรียมความพร้อมไปใช้ชีวิตต่างถิ่น เพราะเขาจะต้องไปอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่ของนักเรียนญี่ปุ่น 

ฝึกภาษาอังกฤษ

อาจารย์รัตนาภรณ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่สาธิตจุฬาฯ และนักเรียนญี่ปุ่นจะได้รับคือ เป็นกำลังใจให้กันและกัน เพราะนักเรียนญี่ปุ่นเขาอยากเก่งในเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษ แล้วเด็กไทยของเราก็มีความกล้า ดิฉันมั่นใจว่าเด็กสาธิตจุฬาฯ มีความกล้าอย่างมากที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษ รวมถึงกล้าแสดงออกเมื่ออยู่ในชั้นเรียน เรียกว่าเป็นการผลักดันกันและกัน

ส่วนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แม้เป็นเอเชียเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างบางส่วน ก็เลยอยากให้นักเรียนได้ลองไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก ทำให้รู้จักการปรับตัว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตนเองได้ 

ทั้งนี้ มองว่าความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนหลังจากกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น ทุกคนมีความกระตือรือร้น มีความมั่นใจในตนเอง เด็กหลาย ๆ คนไม่เคยห่างบ้าน แต่กลับมาก็กล้าเรียนรู้อะไรหลายอย่าง ตอนเริ่มโครงการ โฮสต์ญี่ปุ่นไม่กล้ารับเด็กไทยไปอยู่ด้วย แต่พอทำมาสักพักเขาก็ต้องการเด็กเรามากขึ้น จึงเป็นที่มาที่เราได้ร่วมกันเดินหน้าโครงการสู่ปีที่ 7

“ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งจริง ๆ สาธิตจุฬาฯ ประถม มีร่วมกับโรงเรียนที่นิวซีแลนด์ด้วย รวมถึงกำลังมองหาประเทศอื่น ๆ เพื่อทดลองโครงการ มองว่าในส่วนความร่วมมือกับญี่ปุ่นคิดว่าลงตัวแล้ว ปีนี้คาดว่าจะส่งเด็กทั้งสองประเทศมาแลกเปลี่ยนได้ และเราก็จะมีการพัฒนารูปแบบกิจกรรมมากขึ้น รวมถึงออกแบบการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ร่วมกัน”

อย่างไรก็ตาม อาจารย์รัตนาภรณ์กล่าวอีกว่า ทิศทางการเรียนการสอนของสาธิตจุฬาฯ จากนี้ไปโรงเรียนให้อิสระกับครูผู้สอนมากขึ้น ปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ทันสมัย มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เราจะสอนแบบเดิมไม่ได้อีกแล้วเพราะยุคสมัยเปลี่ยน ต้องไม่ปิดกั้นความคิดเด็ก ให้เด็กเรียนรู้กระบวนการคิดสร้างสรรค์มากกว่าบทเรียนเชิงวิชาการ 

นักเรียนสาธิตจุฬาฯ

 

สาธิตจุฬาฯ

โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นักเรียน โรงเรียน