เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

อธิการบดี ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ชี้ทำไมควรยกเลิกการจัดอันดับในชั้นเรียน ?

10 เม.ย. 2566 | 12:52น.
โรงเรียน ห้องเรียน

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หนุนยกเลิกการจัดอันดับในชั้นเรียน เพราะสร้างแรงกดดันต่อเด็กเกินไป การศึกษาไม่ใช่การแข่งขัน แต่ต้องตอบโจทย์การเรียนรู้แบบ Personalized

วันที่ 10 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โพสต์ข้อความถึงการจัดอันดับในชั้นเรียน ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงกดดันแก่เด็กมากเกินไป เพราะการศึกษาไม่ใช่การแข่งขัน ควรจะส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้แบบ Personalized หาศักยภาพตนเอง โดยระบุว่า 

ทำไมเราควรยกเลิกการจัดอันดับในชั้นเรียน ?

ยังจำได้ดีตอนเรียนอยู่ชั้นประถม สมัยนั้นโรงเรียนจะมีการประกาศผลการเรียนว่าใครได้ลำดับที่เท่าไหร่ ไล่ไปตั้งแต่ที่ 1 2 3 ไปจนถึงที่โหล่ของห้อง ซึ่งตอนนั้นก็ลุ้นกันสนุกตามภาษาเด็ก แต่ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าการจัดอันดับแบบนี้ทำไปทำไม แล้วเพื่อนที่ได้ลำดับท้าย ๆ จะรู้สึกยังไง

ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าในบ้านเรายังมีการจัดอันดับผลการเรียนแบบเดิมอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่าหลาย ๆ โรงเรียนเลิกใช้วิธีประกาศผลแบบนี้แล้ว ซึ่งเราเห็นด้วยมาก ๆ ด้วยเหตุผลหลายประการ

สร้างแรงกดดันเกินไป

ลองจินตนาการว่า ถ้าเราคือคนที่อยู่อันดับท้าย ๆ จะรู้สึกยังไง เราคงเฟลไม่น้อย คงเครียด และรู้สึกกดดัน จนอาจทำให้หมดกำลังใจ เพราะในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่เจอเรื่องแบบนี้แล้วจะนำมาเป็นแรงผลักดัน ทำให้ตัวเองตั้งใจเรียนมากขึ้น จริงมั้ย

การศึกษาไม่ใช่การแข่งขัน

จริงอยู่ที่ชีวิตคนเราไม่อาจหลีกเลี่ยงการแข่งขันได้ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องใส่การแข่งขันเข้าไปในทุกมิติของชีวิตขนาดนั้น ควรส่งเสริมให้ชั้นเรียนเป็นพื้นที่ของการค้นหาตัวเอง พัฒนาตัวเองในแบบที่ชอบมากกว่า

ไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้แบบ Personalized

แต่ละคนมีศักยภาพแตกต่างกัน มีสิ่งที่สนใจไม่เหมือนกัน ดังนั้นเป้าหมายของการเรียนรู้จึงเป็นการพัฒนาตัวเองแบบ Personalized การจัดอันดับผลการเรียนด้วย GPA หรืออะไรก็ตาม ทำให้เด็กรู้สึกถูกเปรียบเทียบ ต้องรักษามาตรฐานกับผู้อื่นตลอดเวลา แล้วไม่โฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองสนใจและทำได้ดีอย่างเต็มที่

อีกประเด็นที่ต้องใส่ใจคือเรื่องการดูแลข้อมูลส่วนบุคคล หรือเรื่อง PDPA ที่เรามักได้ยินกันบ่อย ๆ ทุกวันนี้  เพราะข้อมูลที่แสดงความอ่อนด้อย หรือทำให้เกิดการเปรียบเทียบเกิดการแพ้ชนะ และมีบุคคลที่สามมารับรู้ มันเป็นข้อมูลที่ต้องระมัดระวังในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อน 

ทั้งนี้ สิ่งที่ทางโรงเรียนควรประเมินอยู่เสมอ คือ แรงจูงใจและความพยายาม (Motivation) ตามมาด้วยทัศนคติของเด็ก (Attitude) และความสำเร็จในการเรียน (Achievement) เช่น ผ่านเกณฑ์ปานกลาง หรือมากกว่าที่คาดหวัง เป็นต้น โดยที่โรงเรียนต้องรู้ให้ได้ว่าเด็กแต่ละคน มีจุดเด่น มีความชอบ มีเรื่องไหนที่ทำได้ดี เพื่อผลักดันให้สำเร็จต่อไป

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์
ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ นักบริหารการศึกษา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

สำหรับน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ อยากบอกว่า สิ่งสำคัญมากกว่าผลการเรียนคือการตั้งเป้าหมายว่าเราจะทำอะไร เราอยากพัฒนาตัวเองไปถึงจุดไหนในวันข้างหน้า เมื่อเรามีเป้าหมายแล้วก็จะรู้ว่าสิ่งที่ต้องโฟกัสคืออะไร บางคนอาจจะไม่ต้องเรียนได้ A หมดก็ได้ ขอแค่ประคับประคองไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนใครที่ยังไม่เจอสิ่งที่ตัวเองสนใจและทำได้ดี ก็ยังมีเวลาค้นหาและค่อย ๆ พัฒนาตัวเองต่อไปได้ค่ะ