มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (SGU) ประเทศเกรนาดา เผย 7 เคล็ดลับการสื่อสารแพทย์-ผู้ป่วยให้นักศึกษาแพทย์ไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและความพึงพอใจของผู้ป่วย
การสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้แพทย์สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้ป่วย และส่งผลต่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของทักษะระหว่างบุคคลในการเป็นแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (St. George’s University – SGU) ประเทศเกรนาดา หมู่เกาะเวสต์อินดิส จึงขอแบ่งปันเคล็ดลับด้านการสื่อสารที่นำไปใช้ได้จริงสำหรับนักศึกษาแพทย์ไทย
Dr. Lisa Doggett ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์วิถีชีวิต ประจำศูนย์ Multiple Sclerosis and Neuroimmunology Center ณ UT Health Austin เปิดเผยว่า การพบผู้ป่วยครั้งแรกมักเป็นจุดเริ่มต้นที่กำหนดรูปแบบของความสัมพันธ์ในระยะยาว ท่าทางเล็กน้อยสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก “เมื่อพบผู้ป่วยครั้งแรก ควรพูดชื่อและออกเสียงให้ถูกต้องหากไม่แน่ใจเรื่องการออกเสียง ควรถามตรง ๆ
อย่าลืมทักทายญาติหรือเพื่อนที่มากับผู้ป่วยด้วย อย่ามองข้ามคนอื่นในห้องนอกจากผู้ป่วย แสดงการรับรู้ถึงญาติ อาจจับมือหรือให้เด็กเล็กแตะมือก็ได้
แม้เวลาจะเป็นข้อจำกัดในทุกสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ แต่ผู้ป่วยไม่ควรรู้สึกว่ากำลังถูกเร่งรัด วิธีง่าย ๆ ที่แสดงถึงความใส่ใจคือการนั่งลงขณะพูดคุยกับผู้ป่วย “การยืนทำให้ดูเหมือนเร่งรีบ”
“แม้คุณจะมีเวลาจำกัด แต่ผู้ป่วยไม่ควรรู้สึกแบบนั้น บทสนทนาสั้น ๆ ในระดับสายตาเดียวกันสามารถสร้างความประทับใจได้มาก”
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำที่ให้พยายามหาเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ป่วยได้ อย่ากลัวที่จะเริ่มบทสนทนาเล็ก ๆ กับผู้ป่วยที่เครียดหรือเข้าถึงยาก ลองถามถึงครอบครัว งาน หรือกิจกรรมที่ดูว่าผู้ป่วยจะสนใจ
การสื่อสารกับผู้ป่วยไม่ได้หมายถึงแค่การพูด แต่รวมถึงการฟังอย่างตั้งใจด้วย การฟังอย่างกระตือรือร้นเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยแสดงความกังวลออกมา และช่วยให้แพทย์รวบรวมข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Dr. Doggett แนะนำทิ้งท้ายว่า แม้การใช้คอมพิวเตอร์หรือจดบันทึกระหว่างการตรวจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ควรลดความสำคัญของการสบตา อย่าหลบอยู่หลังหน้าจอหากต้องพิมพ์ขณะตรวจ ควรจัดวางคอมพิวเตอร์ให้สามารถหันหน้าเข้าหาผู้ป่วยได้ สิ่งนี้แสดงถึงความเคารพและช่วยสร้างความไว้วางใจ

ด้าน Dr. Bernard Remakus แพทย์อายุรกรรมและนักเขียน กล่าวเสริมว่า ท่าทางและน้ำเสียงของแพทย์สามารถส่งเสริมหรือบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ป่วยได้ การมองตาผู้ป่วยเมื่อพูดเรื่องสำคัญ ควรใส่ใจภาษากาย และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ป่วยสงสัยในความมั่นใจหรือความจริงใจ
“ถ้าคุณรู้สึกว่าผู้ป่วยมีเรื่องไม่สบายใจ ควรสังเกตสีหน้าอารมณ์ และพูดคุยถึงปัญหานั้นก่อนที่จะกระทบต่อการซักประวัติหรือการตรวจร่างกาย”
ในช่วงเวลาที่ต้องสนทนาเรื่องยาก ผู้ป่วยอาจรู้สึกตกใจ สับสน หรือเสียใจ แพทย์ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีจะไม่เพียงเข้าใจสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ยังแสดงออกว่าสามารถรับรู้และเคารพความรู้สึกนั้นด้วย
หากผู้ป่วยร้องไห้หรือมีอารมณ์รุนแรง อย่าทิ้งไว้คนเดียว ให้พื้นที่ในการประมวลอารมณ์ และแสดงออกว่าคุณเข้าใจและเห็นใจ ความเห็นอกเห็นใจของคุณมีความหมายมากกว่าที่คิด
การสื่อสารที่ดีกับผู้ป่วยไม่ใช่แค่เรื่องมารยาท แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยตรง SGU ยังคงมุ่งมั่นในการเตรียมนักศึกษาแพทย์ชาวไทยให้พร้อมด้วยทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์และประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในสายอาชีพแพทย์ระดับโลก