กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าโครงการ Sandbox ทดลองใช้สูตรจัดสรรงบประมาณรูปแบบใหม่ มุ่งเป้าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนขนาดเล็กพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่เผชิญวิกฤตขาดแคลนทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณอย่างรุนแรงที่สุดในระบบการศึกษาไทย
ศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการต่อเนื่อง 3 ปี โดยมีเป้าหมายประเมินว่าการอุดหนุนงบประมาณในรูปแบบใหม่จะช่วยยกระดับคุณภาพโรงเรียนและผู้เรียนได้จริงหรือไม่ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโรงเรียน ความเสมอภาคในระดับโรงเรียนซึ่งวัดจากอัตราการออกกลางคันและการเรียนต่อ รวมถึงคุณภาพผู้เรียนในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาการตามวัย
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ใช้ข้อมูลจากโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล 989 แห่ง โดยมีส่วนที่ใช้วิธีการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Trial) จำนวน 180 โรงเรียน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 60 โรงเรียน และกลุ่มควบคุม 120 โรงเรียน เพื่อให้การเปรียบเทียบผลลัพธ์มีความแม่นยำ

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่า โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงระบบในหลายมิติ ทั้งงบประมาณที่ไม่เพียงพอสำหรับนักเรียนทุกคน สื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์ที่ขาดแคลน ตลอดจนภาระงานนอกห้องเรียนของครูที่สูงมาก นอกจากนี้ โรงเรียนถึง 73% ต้องจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น ส่งผลให้ครูหนึ่งคนต้องรับผิดชอบนักเรียนหลายระดับชั้นพร้อมกัน
“ระบบจัดสรรงบแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โครงการนี้จึงเปิดโอกาสให้โรงเรียนใช้งบประมาณใหม่ได้อย่าง ‘ยืดหยุ่น’ ตามบริบทจริง การปลดล็อกงบประมาณสู่การใช้งานจริงภายใต้โครงการ Sandbox นี้ โรงเรียนที่ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมสามารถนำเงินไปใช้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่าง ยืดหยุ่นตามบริบทของพื้นที่ เช่น สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้,จัดหาอุปกรณ์การเรียนและสื่อการเรียนรู้, พัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียน, ช่วยเหลือนักเรียนยากจนและนักเรียนพิการ”
ศิรีระบุทิศทางในอนาคตว่า การทดลองนโยบายครั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูประบบงบประมาณการศึกษาไทยให้มีความเสมอภาค โดยมุ่งเน้น 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความแตกต่างของพื้นที่ ขนาดของโรงเรียน และความเปราะบางของผู้เรียน เพื่อนำไปสู่ระบบงบประมาณที่ลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืนและตอบสนองความจำเป็นของโรงเรียนและผู้เรียนทั่วประเทศ
