ศธ. หารือ ‘ปอเนาะ-ตาดีกา’ เล็งตั้งบอร์ดการศึกษาชายแดนภาคใต้
ก.ศึกษา หารือ ”ปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ – ศูนย์ประสานงานตาดีกา” เล็งตั้งบอร์ดการศึกษาพื้นที่ภาคใต้ – ผู้ช่วยเลขาฯ ศอ.บต. ด้านการศึกษา วางกรอบพัฒนาการศึกษาพื้นที่อย่างยั่งยืน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการศึกษาเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีกลุ่มโรงเรียนเอกชนภาคใต้ อาทิ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนใต้ มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
นายประเสริฐ กล่าวว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการ รู้สึกเป็นเกียรติที่ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามได้เดินทางมายังกระทรวงศึกษา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาได้พบกัน จากการลงพื้นที่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพราะมีความสำคัญ ต่อการพัฒนาทาง ด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ซึ่งมีความเป็นบริบทพหุวัฒนธรรม เป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ซึ่งกระทรวงศึกษาจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงปัญหาของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า จะดำเนินการอย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ความต้องการของพื้นที่และเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต การหารือในวันนี้เพื่อการดำเนินการกำหนดกรอบแนวทางการทำงานในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยจะรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกคน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในการบูรณาการร่วมกับพื้นที่

จากนั้นหลังการหารือ นายประเสริฐ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การประชุมวันนี้มีความเห็นพ้องตรงกัน เกี่ยวกับภารกิจด้านการศึกษา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหน้าที่หลักในการจัดการศึกษาเป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพในมิติด้านการพัฒนามนุษย์
วันนี้กระทรวงศึกษาฯ ได้รับฟังข้อเสนอที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ครูเอกชน นักเรียน การเทียบโอนหลักสูตร วุฒิการศึกษา ซึ่งก็ต้องทำให้รวดเร็ว รวมถึงการอบรมให้ความรู้ ครูนักเรียน การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และการอัปเดตหลักสูตรให้เข้ากับสังคมในปัจจุบัน
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาฯ ยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณตามความเหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานในด้านการศึกษา โดยในที่ประชุมเห็นว่า เพื่อการพัฒนาการศึกษาโดยการมีส่วนร่วม ควรให้เกิดการมีส่วนร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาอย่างเป็นระบบ เช่น การตั้งบอร์ดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้คนที่อยู่ในพื้นที่เข้ามาเป็นบอร์ดนี้ทั้งหมด และที่ประชุมได้เสนอให้มีการตั้งผู้ช่วยเลขาฯ ศอ.บต.ด้านการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมแชร์ข้อมูลในวันนี้ และขอย้ำว่าทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อยู่ในทีมการพัฒนาการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาฯ พร้อมเปิดกว้างเสมอในการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี สร้างสรรค์ และอบอุ่น
ส่วนประเด็นปัญหาความเข้าใจผิดที่มีการกล่าวหาว่าโรงเรียนปอเนาะ เป็นแหล่งบ่มเพราะผู้ก่อการร้าย วันนี้ได้มีการพูดคุยและทำความเข้าใจกันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ทำการตรวจสอบโดยตลอด และยังไม่พบปัญหา
แต่เน้นย้ำว่าทางการกระทรวงฯ มีการกำกับดูแลมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อสารข้อมูลให้ตรงกัน เพราะการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนทำให้เกิดการไม่เข้าใจกันของหลายฝ่ายและส่งผลไปถึงการพัฒนาในพื้นที่
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ต่อไปจะต้องทำงานร่วมกัน โดยทาง สช. ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมในการบูรณาการงานต่างๆ และข้อเสนอให้ตั้งผู้ช่วย ศอ.บต.ด้านการศึกษา ขึ้นมาเพื่อเพิ่มคุณภาพด้านการศึกษาและเมื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็สามารถสื่อสารกันได้โดยตรง
ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่าจากการหารือกับหลายหน่วยงาน จะต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งยินดีที่จะให้ทำการตรวจสอบอย่างเปิดเผยและเมื่อสิ้นข้อสงสัยก็จะได้เกิดการพัฒนา พร้อมย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลดีมายังเยาวชน แต่ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาทั้งทางบวกทางลบ ก็ขอให้มาพิสูจน์กัน
ขณะที่ นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวว่า มีความสบายใจตั้งแต่เดินทางมา วันนี้การพูดคุยก็เหมือนกับการพูดคุยแบบพี่แบบน้อง ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงการพัฒนาในจุดที่บริบทไม่เหมือนกับที่อื่นว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่าจะทำอย่างไร
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ และเชื่อว่าในอนาคตปัญหาที่เกิดน่าจะดับได้ในพื้นที่ภาคใต้เอง โดยจัดให้มีองค์กรที่คอยตรวจสอบเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะมีการกระจายออกไปสู่สังคมภายนอก