รร.นานาชาติ โตไม่แผ่ว EtonHouse เปิด ‘มิดเดิลตัน’ บุกปิ่นเกล้ารับดีมานด์ใหม่
20-1pok
โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั้งครอบครัวชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองหาระบบการศึกษาที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการ สุขภาวะของผู้เรียน และความเข้าใจในรากฐานทางวัฒนธรรม
โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ (Middleton International School Bangkok: MISB) ภายใต้กลุ่มการศึกษา EtonHouse International Education Group สิงคโปร์ ประกาศเปิดตัวแคมปัสแห่งใหม่ในย่านปิ่นเกล้า บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ขานรับการขยายตัวของตลาดการศึกษานานาชาติในไทย

พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้อง Atelier และสตูดิโอดนตรี รองรับนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery 1 ถึง Grade 4 พร้อมแผนขยายสู่ระดับ K-12 ในอนาคต ด้วยหลักสูตรสามภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาจีนกลาง
โดยใช้แนวการสอนแบบเรียนรู้เชิงสืบค้น (Inquiry-led Pedagogy) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Reggio Emilia ควบคู่กับหลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ UK IPC, Cambridge IGCSE และ International A-Levels มุ่งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง บนรากฐานที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับสุขภาวะของผู้เรียนและบริบทวัฒนธรรมไทย

ขยายตัวออกนอกใจกลางเมือง
Ng Yi-Xian ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม EtonHouse International Education Group เปิดเผยว่า ทีมงานใช้เวลาหลายปีในการมองหาทำเลที่เหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ พื้นที่ขนาดใหญ่พอสำหรับนักเรียน การเดินทางที่สะดวก และความเชื่อมโยงกับใจกลางกรุงเทพฯ

“เราพบว่ามีครอบครัวจำนวนมากที่เคยย้ายออกจากพื้นที่นี้เพราะไม่มีโรงเรียนนานาชาติ แต่เมื่อมีโรงเรียนแล้วพวกเขาก็อยากกลับมา ครอบครัวหนุ่มสาวมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กำลังมองหาพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น ห่างออกมาจากใจกลางเมืองที่แออัด แต่ยังคงเข้าถึงเมืองได้สะดวก และที่สำคัญคือต้องการโรงเรียนที่ดีสำหรับลูก”
เขาระบุว่าปัญหาการจราจรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทีมงานให้น้ำหนักในการพิจารณาการเข้าถึงทางการจราจรที่ดีคือเรื่องสำคัญมาก โดยไม่ต้องการให้การเดินทางมาโรงเรียนเป็นภาระของครอบครัว
เมื่อถามถึงสภาวะอัตราการเกิดที่ลดลงในไทย และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดโรงเรียนนานาชาติ Ng Yi-Xian มองว่าปรากฏการณ์เดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในสิงคโปร์และจีนมาก่อน และพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้บั่นทอนความต้องการด้านการศึกษาคุณภาพสูง

“เมื่อโลกซับซ้อนขึ้น พ่อแม่ยิ่งตระหนักว่าต้องลงทุนในคนรุ่นต่อไปมากขึ้น โรงเรียนที่สามารถเตรียมความพร้อมให้เด็กรับมือกับโลกที่หลากหลายได้ยิ่งมีความสำคัญ”
ส่วนเรื่องการแข่งขันกับโรงเรียนนานาชาติอื่น เขาปฏิเสธที่จะมองในกรอบนั้น ตนไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขัน เพราะสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์คือพ่อแม่และเด็ก ประเทศไทยมีตลาดการศึกษาเอกชนที่น่าสนใจและคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
สิ่งที่เขาสังเกตเห็นคือพ่อแม่ชาวไทยพิถีพิถันและถามคำถามที่ฉลาดมาก โดยเมื่อ 3 เดือนที่แล้วได้จัด Open Day ขึ้น ผู้ปกครองบอกว่าฟังดูดี แต่ต้องขอมาดูโรงเรียนด้วยตัวเองก่อน นั่นคือสิ่งที่บอกให้รู้ว่าต้องทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามถึงความท้าทายในการเปิดโรงเรียนใหม่ Ng Yi-Xian ยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน แต่สิ่งที่ยากกว่าและสำคัญกว่าคือการสร้างทีมที่ใช่
ซึ่ง Atima Joshi Executive Principal and Group Head of Pedagogy ได้กล่าวเสริมว่า เมื่อก่อตั้งโรงเรียนใหม่โรงเรียนอื่น ๆ ในกลุ่มจากทั่วโลกจะมาช่วยสนับสนุน กระบวนการคือสร้างทีมก่อน จากนั้นโรงเรียนจึงเริ่มต้นได้ เขาย้ำว่าสิ่งที่คนมักไม่รู้คือเบื้องหลังโรงเรียนที่ดีคือคน ไม่ใช่แค่อาคาร
ทีมที่นำมาประจำที่กรุงเทพฯ ล้วนมีความผูกพันกับประเทศไทยมายาวนาน ตนอยู่ในองค์กรนี้มา 24 ปีแล้ว ถูกเรียกว่าไดโนเสาร์ของบริษัท สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ในทุกองค์กร และสิ่งที่ดีคือทีมนี้มีความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาร่วมกัน เพื่อนำมามอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับกรุงเทพฯ

หลักสูตรเชิงสืบค้น
Atima Joshi อธิบายต่อว่า หัวใจของหลักสูตรคือการเรียนรู้เชิงสืบค้นที่ให้เด็กแต่ละคนเป็นผู้กำหนดทิศทางการเรียนรู้ของตัวเอง โดยยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า หากเรียนเรื่องมหาสมุทรเด็กที่มาจากสหรัฐอาจนำความรู้เกี่ยวกับมหาสมุทรใกล้บ้านเกิดมาแชร์ ขณะที่เด็กอีกคนอาจตั้งคำถามว่าขยะของมนุษย์ทำให้ความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ละคนขุดลึกในแบบที่ตัวเองสนใจ
“เด็กทุกคนมีพรสวรรค์ และเป็นหน้าที่ของครูที่จะค้นพบและพัฒนาสิ่งนั้น ไม่ว่าจะในชั้นเรียนหรือในกิจกรรมนอกหลักสูตร เราออกแบบทุกอย่างเพื่อให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสฉายความสามารถ”
สมดุล AI กับทักษะพื้นฐาน
โรงเรียนยังใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับแนวทางการเรียนให้เหมาะกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะในระดับมัธยม ด้วยการพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ส่วนตัวผ่าน AI รวมถึงเปิดพื้นที่ให้นักเรียนที่ต้องการทำโปรเจ็กต์พิเศษได้รับการสนับสนุนจากที่ปรึกษาภายในโรงเรียนโดยเฉพาะ
Edward Wyn Jones ผู้อำนวยการโรงเรียน EH Middleton Education ยกตัวอย่างว่าโรงเรียนนำ AI มาใช้อย่างมีความหมายจริง ๆ อย่างไร โดยเล่าถึงโปรเจ็กต์ที่นักเรียนชั้น ป.3 ถึง ม.6 ร่วมมือกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อศึกษาเรื่องความสามัคคีทางเชื้อชาติ แล้วนำแนวคิดนี้ถ่ายทอดให้เด็กอนุบาลอายุ 3 ขวบได้เข้าใจ จนพัฒนาเป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้จริงในโรงเรียนปัจจุบัน

“ผมเองก็ใช้ AI เขียนเพลงประจำโรงเรียน Middleton ผมเขียนเนื้อเพลงขึ้นมาก่อน แล้วให้ AI ช่วยปรับปรุง แต่ถ้าไม่มีทักษะพื้นฐานในการสร้างร่างแรก AI ก็ช่วยอะไรไม่ได้ จากนั้นผมก็ต้องกลับมาปรับแต่งอีกครั้งเมื่อนำไปใส่ทำนอง นั่นคือสิ่งที่เราสอนเด็ก ทักษะและ AI ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แทนที่กัน”
เขายังเน้นย้ำว่าคำสำคัญในการจัดการเรื่องนี้คือสมดุล โดยโรงเรียนมีทั้งการทำ AI Workshop และการจัดเวลาปลอดหน้าจอ เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะพื้นฐานและดูแลสุขภาวะของตัวเองควบคู่กันไป
ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่เข้าเป็นสมาชิกเครือข่าย Reggio Children International Network และทำหน้าที่เป็นโรงเรียนแกนนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ The Contentment Foundation
มีแผนรองรับนักเรียนสูงสุด 1,500 คน ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการร่วมทุนที่ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของ EtonHouse เข้ากับพันธมิตรในประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาไทยในระยะยาว
โดยมีค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 396,000-594,000 บาทต่อปี ยังไม่รวมค่าแรกเข้า 260,000 บาท เปิดสอนอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคม 2569