เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
Uncategorized พยากรณ์อากาศ (26 ก.ย.) เกือบทุกภาคฝนตกหนัก 70-80% กทม.ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่ว
“ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
World “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” ปิดฉากซัมมิต AI สหรัฐดึงอียูร่วมสู้ขาดดุลจีน
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
Tech ‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Biz Movement เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
Economic บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
News ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
ดูทั้งหมด

ศธ.ผุดสถาบันไทยโคเซ็น ผลิตวิศวกรนักปฏิบัติป้อน EEC

30 ธ.ค. 2561 | 14:11น.

ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมกะโปรเจ็กต์ด้านการศึกษา โครงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค ภายใต้งบประมาณ 4,700 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 13 ปี จึงทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นในการนำความสำเร็จของสถาบันโคเซ็น 51 แห่งของญี่ปุ่นมาจัดตั้งสถาบันโคเซ็นแห่งที่ 52 และ 53 ในประเทศไทย

สถาบันดังกล่าวจะเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ให้กับประเทศอื่น ๆ ที่พร้อมจะร่วมดำเนินการผลิตกำลังคน เพื่อรองรับการเพิ่มปริมาณการลงทุนของอุตสาหกรรมต่างชาติในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของประเทศ ตามนโยบายการขับเคลื่อนประเทศ และพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ

โดยล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการ เปิดตัว โครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น เพื่อผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ พร้อมกับการลงนามความร่วมมือระหว่างสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยร่วมผลิต โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.อิซาโอะ ทานิกูชิ ประธานสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น, ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

ดร.อัมพร พินะสา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น วิทยาเขตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือโคเซ็น สจล. (KOSEN Kmitl) ซึ่งจะเปิดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2562 และสถาบันไทยโคเซ็น วิทยาเขตพระจอมเกล้าธนบุรี (KOSEN KMUTT) ที่จะเปิดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2563

“นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า สถาบันไทยโคเซ็นถือเป็นสถาบันที่สำคัญต่อการผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ เนื่องจากหลักสูตรโคเซ็นมีความแตกต่างจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยทั่วไป โดยเฉพาะระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตร 5 ปี ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติควบคู่กับภาคทฤษฎี และการสร้างพื้นฐานความรู้ในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมศาสตร์ ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่จะทำให้นักศึกษาเข้าใจความเป็นมนุษย์ มีจิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีความสามารถทางการสื่อสารทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น

“อีกทั้งการเรียนการสอนของสถาบันโคเซ็นจะเน้นการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ การฝึกอบรมทักษะที่เหมาะสมกับการผลิตในอุตสาหกรรม เน้นการจัดการศึกษาให้นักศึกษามีพื้นฐานวิชาการด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์วิศวกรรมศาสตร์ที่เข้มข้น เน้นการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem-based learning) และส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม (work-integrated learning) โดยนำโจทย์วิจัยจากภาคอุตสาหกรรมมาใช้ในการเรียนการสอน และการทำวิจัยเพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม”

“ดังนั้น โคเซ็น สจล.จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการพัฒนาหลักสูตร และดำเนินการสอนโดยคณาจารย์ของสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 24 คน ในหลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) ที่บูรณาการศาสตร์เกี่ยวกับระบบเครื่องกล ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุม และคอมพิวเตอร์ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์”

“อีกทั้งนักศึกษาทุกคนจะได้ไปแลกเปลี่ยนในสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมโอกาสฝึกงานในภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญจะคัดเลือกนักศึกษา 15% ไปศึกษาต่อในสถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 3 ปีอีกด้วย”

“รศ.ดร.คมสัน มาลีสี” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.กล่าวเสริมว่า สถาบันโคเซ็น สจล.ถือเป็นสถาบันแรกของประเทศไทยที่ได้รับการออกแบบหลักสูตรด้านวิศวกรรรมศาสตร์ที่เข้มข้น ทั้งภาควิชาการ และภาคปฏิบัติกับประเทศญี่ปุ่น โดยจะนำร่องการเรียนการสอนในสาขาวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) หรือการเรียนด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ซึ่งจะเป็นการบูรณาการศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมในหลากหลายแขนง

“ความพิเศษของสถาบันโคเซ็น สจล.คือการเป็นสถาบันเชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย โดยตลอดหลักสูตร 5 ปี ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันโคเซ็น ควบอนุปริญญาวิศวกรรมศาสตร์จาก สจล. โดยการเรียนการสอนในช่วงปี 1-2 จะทำการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และปีที่ 3-5 เป็นภาษาญี่ปุ่น และในช่วงก่อนสำเร็จการศึกษา นักศึกษาจะได้เดินทางไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น”

“ส่วนเนื้อหาของหลักสูตรจะยึดตามแนวทางของระบบโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น 100% และหลังจากสำเร็จการศึกษาสามารถเลือกบัณฑิตที่สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีอีก 2 ปี ในสถาบันชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศต่อไป”

“ที่สำคัญหลักสูตรนี้ยังฝึกให้นักศึกษาเป็นนักวิจัยที่มีความสามารถตรงตามความต้องการของบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำ โดยนักศึกษาที่จบจากหลักสูตรโคเซ็นจะได้รับการยอมรับว่ามีความรู้ความสามารถที่โดดเด่นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมชั้นนำของญี่ปุ่น เนื่องจากมีพาร์ตเนอร์จากภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่จะมาร่วมเป็นเทรนเนอร์ให้กับนักศึกษาสำหรับการปฏิบัติงานจริง โดยในปี 2562 สถาบันโคเซ็น สจล.จะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 24 คนในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนจากรัฐบาลอีกด้วย”

จึงนับเป็นการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยและภูมิภาคต่อไป