ส่องสิงคโปร์ ทำไมการศึกษาถึงเป็นธุรกิจมีแนวโน้มดีที่สุดของประเทศ

ที่มาภาพ: REUTERS/Feline Lim

การศึกษาเป็น 1 ในอุตสาหกรรมหลักของสิงคโปร์ที่มีแนวโน้มดีที่สุด เพราะเป็นประเทศที่มีความเป็นอินเตอร์สูง และมีความเอเชียอยู่ในตัว บวกกับมีการเรียนการสอนที่เป็นระเบียบ คนไทยและประเทศเพื่อนบ้านจึงนิยมไปเรียนที่นั่น

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศแทบเอเชียที่ประสบความสำเร็จกับการเปลี่ยนตัวเอง จากประเทศด้อยพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยระหว่างปฏิวัติอุตสาหกรรม สิงคโปร์ก็ไม่ได้ทิ้งระบบการศึกษาของประเทศไว้ข้างหลัง พยายามพัฒนาการศึกษาไปพร้อม ๆ กัน

“ประชาชาติธุรกิจ” จึงรวมรวมข้อมูลด้านการศึกษาที่น่าสนใจของสิงคโปร์สำหรับนนักเรียนไทย ดังนี้

1 ในอุสาหกรรมทำเงินของประเทศ

ปัจจุบันระบบการศึกษาของสิงคโปร์ถือว่าดีระดับโลก ทั้งในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย พอ ๆ กับเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง และฟินแลนด์ มหาวิทยาลัย 3 แห่งของสิงคโปร์อยู่ใน 500 อันดับ จากการจัดอันดับมหาลัยระดับโลกของ QS World University Rankings ประจำปี 2019 โดยอันดับสูงสุดคือ National University of Singapore (NUS) อยู่ในอันดับที่ 11 ถัดไปคือ Nanyang Technological University (NTU) อยู่ในอันดับที่ 12 และ Singapore Management University (SMU) อยู่ในอันดับที่ 500

นอกจากนั้น สิงค์โปรเป็นประเทศที่มีความเป็นอินเตอร์สูง เพราะประชากรในประเทศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง มีระบบการเรียนการสอนที่เป็นระเบียบ เน้นการลงมือทำ ทั้งยังผสานความรู้และสไตล์การสอนของตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน รวมถึงมีหลักสูตรให้เลือกเรียนหลากหลาย ทั้งภาคภาษาอังกฤษ และภาษาจีน

ด้วยเหตุนี้สิงคโปร์จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักศึกษาต่างชาติประมาณ 50,000 คนจากทั่วโลก (ตัวเลขล่าสุด 15 ก.พ. 2021 จากเว็บไวต์ The International Trade Administration, U.S. Department of Commerce) ส่วนใหญ่มาจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ ที่มีอายุระหว่าง 13-23 ปี ทำให้การศึกษาเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีที่สุดสำหรับประเทศนี้

ที่มาภาพ: เรียนสิงคโปร์ดอทคอม

ทำไมคนไทยชอบไปเรียนสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศทีมีมาตรฐานการศึกษาสูง ใช้ภาษาอังกฤษและอยู่ใกล้ไทยมากที่สุด ซึ่งคำว่า “ใกลบ้าน” เป็นเหตุผลสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ผู้ปกครองไทยใช้ประกอบการตัดสินใจ เพราะเอื้อให้ไปหาบุตรหลานได้สะดวก ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ และอยู่ในสิงคโปร์ได ้30 วัน

เด็กไทยที่ไปเรียนสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะไปเรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีนช่วงซัมเมอร์ รวมถึงเรียนระดับมัธยม และปริญญาตรี ตามลำดับ

ถึงแม้ว่าค่าครองชีพในสิงคโปร์แทบจะสูงที่สุดในเอเชีย แต่ยังถูกกว่าไปเรียนในประเทศแทบตะวันตกมาก ยกตัวอย่าง ค่าเรียนภาษาอังกฤษช่วงซัมเมอร์ระยะเวลา 4 สัปดาห์ เริ่มที่ประมาณ 37,500 บาท ค่าเรียนภาษาจีนช่วงซัมเมอร์ระยะเวลา 4 สัปดาห์ เริ่มที่ประมาณ 52,500 บาท

ค่าเรียน ม.1 หากเป็นโรงเรียนรัฐบาล ค่าเรียนประมาณ 210,000 – 220,000 บาทต่อปี หากเป็นโรงเรียนเอกชนค่าเรียนอยู่ระหว่าง 400,000-500,000 บาทต่อปี

ส่วนค่าเรียนปริญญาตรีขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เลือก ยกตัวอย่างคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมแล้วประมาณ 320,000 บาทต่อปี และระดับปริญญาโท ประมาณ 450,000 บาทต่อปี

โควิด-19 ทำลายฝันไปเรียนนอก?

โควิด -19 ขัดขวางการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้นักเรียน-นักศึกษาจำนวนหลายคนที่สนใจไปเรียนที่สิงค์โปร์ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาดต้องเลื่อนแผนออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตอนนี้เริ่มคลี่คลายและมีแน้วโน้มว่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากประเทศต่าง ๆ เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชน

ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ได้ผ่อนปรนมาตรการเข้าประเทศสำหรับผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน แต่อาจมีขั้นตอนขั้นตอนเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น การคัดกรองโควิด-19

“เฉลิมศักดิ์ อธิปัญญาสฤษดิ์” ที่ปรึกษาการเรียนต่อประเทศสิงคโปร์ เรียนสิงคโปร์ดอทคอม ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อสิงคโปร์ กล่าวว่า จำนวนนักเรียน-นักศึกษาไทยที่เดินทางไปสิงคโปร์ทั้งแบบไปเองและผ่านเอเย่นซี่ต่าง ๆ ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีประมาณปีละ 1 พันคน แต่ในปี 2563 มีเด็กที่มาขอคำปรึกษาน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนบางส่วนที่มีแผนจะไปเมื่อปี 2563 ก็เลื่อน และบางส่วนเรียนออนไลน์ไปก่อน พอสถานการณ์คลี่คลายถึงจะไป

“ตอนนี้สิงคโปร์เปิดอนุญาติให้นักเรียนไทย รวมถึงนักเรียนต่างชาติ ยื่นขอวีซ่านักเรียนเพื่อเข้าไปเรียนในสิงคโปร์ได้แล้ว โดยเพิ่งมาผ่อนปรนให้นักเรียนต่างชาติขอวีซ่าเข้าไปเรียนได้ตอนช่วงครึ่งหลังของปี 2563 แต่เป็นในลักษณะค่อย ๆ เพิ่มโคต้า”

การขอวีซ่านักเรียนเพิ่มเงื่อนไขมากขึ้น เช่น พอผ่านขั้นตอนได้วีซ่าแล้ว ก่อนเดินทางเข้าสิงคโปร์ต้องตรวจโควิด-19 กับโรงพยาบาลในไทย และใบรับรองว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ต้องมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนแสดงที่ด่านที่สนามบินในสิงคโปร์

จากนั้นตอนผ่านด่านแล้วทางสิงคโปร์จะตรวจเชื้ออีกรอบหนึ่ง แล้วเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ในที่พักที่ทางรัฐบาลสิงคโปร์จัดไว้ และเรียกเก็บเงินประมาณ 2,200 เหรียญสิงคโปร์ต่อคน (ประมาณ 5.5 หมื่นบาท) เพื่อเป็นค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่า swab ตรวจโควิดอีก 2 ครั้งระหว่างถูกกักตัว และตรวจอีกรอบก่อนปล่อยตัวไปใช้ชีวิตในประเทศ

รัฐบาลสิงคโปร์ยังไม่ได้มีมาตรการจูงใจให้นักเรียนต่างชาติกลับมามากนัก เพราะอยากให้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นก่อน จึงให้ความสำคัญกับเรื่องฉีดวัคซีนภายในประเทศมากกว่า ดังนั้น ถ้านักเรียน-นักศึกษาคนไหนต้องการไปเรียนในปีนี้ สถาบันการศึกษาในสิงคโปร์แนะนำให้ซื้อประกันเพื่อคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีติดโควิด-19 มีราคาตั้งแต่ 12-54 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 280-1,200 บาท)

ที่มาภาพ: เรียนสิงคโปร์ดอทคอม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ