ตะลุยญี่ปุ่น ค้นใจกลางเมือง Mie สักการะศาลเจ้า 2 พันปี นักเที่ยว “สายบุญ” ห้ามพลาด
ญี่ปุ่น…..เมืองแห่งแสงสี สีสัน วัฒนธรรม เทคโนโลยี และหนังเอวี
ญี่ปุ่น…. คือเมืองที่คนไทยที่เคยไปเหยียบแล้ว ต้องอยากกลับไปเป็นรอบ 2 รอบ 3 รอบ 4
โตเกียว เกียวโต ซัปโปโร โอซากา เป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวไทยนิยม “ปักหมุด” ไว้เป็นที่ท่องเที่ยวแห่งแรกๆ
แล้วถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว ตรงกับเทศกาลหยุดยาวละก็ คุณๆ ลองเลื่อนฟีดบนเฟซบุ๊ก มักจะเห็นเพื่อนเช็คอินถ่ายรูปกับสถานที่สุดฮิตในแดนญี่ปุ่นมากมาย
ถ้าเป็นพวกสายแสงสีก็ถ่ายกับป้ายไฟนีออนที่โตเกียวย่านชินจูกุ – กูลิโกะที่โอซากา
แต่ประเภท “สายบุญ” ก็ถ่ายรูปที่ประตูทางเข้าศาลเจ้าเมจิ – โคมยักษ์หน้าศาลเจ้าอาซากุสะ

มีกิจกรรมอย่างหนึ่งเมื่อแวะเข้าศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น นอกจากซื้อเครื่องรางเก็บใส่กระเป๋าแล้ว สิ่งที่ “ควรลอง” แม้จะละลาบละล้วงไปบ้าง เผือกไปนิด ก็คือการไปยื่นอ่านแผ่นป้ายไม้เล็กๆ ไว้เขียนอธิษฐาน จะรู้ว่าคำขอของคนไทยน่ารักน่าชังขนาดไหน
แต่วัดที่ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” จะพาไปเยือนครั้งนี้ ป้ายคำอธิษฐานไม่มีคำขอเป็นภาษาไทยให้อ่าน ไม่มีเสียงคนไทยคอยเจ๊าะแจะจอแจ ให้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในกรุงเทพฯ ย่านเจแปนทาวน์อย่างพร้อมพงศ์

ไม่มีจ๊ะเอ๋กับเพื่อนที่เคยคุ้นเคยสมัยเรียน สมัยวัยว้าวุ่น แล้วทักทายว่า…. “เฮ้ย…เมืองไทยไม่เจอ แต่ดันมาเจอที่ญี่ปุ่นเนี่ยนะ”
เพราะเมือง Mie (มิเอะ) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ห่างจากจุดโฟกัสของกรุ๊ปทัวร์คนไทย

และเมือง “มิเอะ” นี่เอง เป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้านิกายชินโต Ise Jingu “อิเสะจินกุ” มีอายุเก่าแก่ 2,000 ปี ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสน และลำธารใสสะอาด ว่ากันว่า ศาลเจ้าแห่งนี้คือศาลเจ้าที่เป็น “จุดสูงสุดของศาลเจ้าทั้งหลาย” ในญี่ปุ่น ที่คนแดนปลาดิบตั้งเป้าว่าต้องมาถึงให้ได้สักครั้งในชีวิต

ตามตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาและไกด์ผู้นำทางเล่าต่ออีกทีว่า เมื่อผู้นำสูงสุดของศาสนาชินโต เหยียบอยู่ตรงผิวโลก ได้มอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามอย่าง คันฉ่องสำริด พระแสงดาบ และพระรัตนมณี แต่เดิมเก็บไว้ในพระราชวังอิมพีเรียล ก่อนที่จะนำมาเก็บไว้ที่อาคารโคไตจิงงุ ตามความเชื่อนั้น หากอยู่รวมกันในพระราชวังจะทำให้เดือดร้อน ของทั้ง 3 สิ่งจึงถูกจับแยกออกจากกัน ซึ่งศาลเจ้าอิเสะแห่งนี้ยังใช้เป็นที่เก็บคันฉ่องสำริดหนึ่งในสามสิ่งศักดิ์สิทธิอีกด้วย

ชาวญี่ปุ่นมักเดินทางมาสักการบูชาเทพเจ้าอะมะเตะระสุ โอมิคามิ (Amaterasu) “เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์” ณ ศาลเจ้าอิเสะในทุกๆ ปี นอกจากเป็นวัดประจำราชวงศ์แล้ว ยังมีสิ่งที่พิเศษกว่าศาลเจ้าอื่นๆ คือจะมีการรื้อและย้ายศาลเจ้าไปตั้งตามจุดต่างๆ ของวัด ทุกๆ 20 ปี ตามความเชื่อว่าสร้างบ้านใหม่ให้เทพเจ้า ย้ายบ้านทำให้เทพจ้าได้มีพลัง ให้พร เสริมพลังให้แก่มนุษย์
ตัวศาลเจ้าจึงทำด้วยหญ้าคาใช้เวลาสร้างใหม่แต่ละครั้งนาน 6 เดือน ใช้นักบวชที่เรียกว่า “ชีโชกุ” กว่า 100 คน มาทำพิธี ก่อนทำพิธีต้องทำความสะอาดร่างกายให้เอี่ยมก่อน
ถ้ากรีซมีมหาวิหารพาร์เธนอน ที่ญี่ปุ่นก็มีศาลเจ้าอิเสะนี่แหละ ที่จะยิ่งใหญ่และเทียบเคียงกันได้
ยิ่งใหญ่แค่ไหน..?? ขนาดพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จมายังต้องเดินลงจากรถเพื่อเข้าไปในศาลเจ้า ซึ่งระยะทางไกลหลายร้อยเมตร และในตัวศาลเจ้าหลักก็ห้ามถ่ายรูปโดยเด็ดขาด ต้องเก็บภาพไว้กับเมมโมรี่ในสมองเท่านั้น

เกร็ดความรู้เพิ่มเติมคือ ก่อนเข้าประตูศาลเจ้า สิ่งหนึ่งที่คนญี่ปุ่นจะปฏิบัติคือการ “โค้งคำนับ” ก็เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา เหมือนกับเราไปบ้านใครต้องโค้งคำนับให้ความเคารพเจ้าของบ้าน คนญี่ปุ่นจึงโค้งคำนับก่อนเดินเข้าศาลเจ้า และ ก่อนกลับก็ต้องหันกลับไปโค้งคำนับเหมือนกัน

และคำว่า Jingu แปลว่า “วัด” หรือ “ศาลเจ้า” ตามปกติวัดจะไม่มีชื่อเพราะๆ สวยๆ มีความหมายเหมือนเมืองไทย แต่ที่มีคำนำหน้า ตัวอย่างเช่น Ise Jingu ก็เพราะ “อิเสะ” เป็นชื่อเมือง วัดแห่งนี้จึงมีชื่อ อิเสะจินกุ

และด้วยความที่มิเอะเป็นเมืองเล็กๆ และศาลเจ้าอิเสะเดินทางค่อนข้างยากจึงไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวไทยมามากนัก แม้แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวก็ยังไม่ค่อยเห็น – เห็นแต่นักท่องเที่ยวจีน อาตี๋ อาม่า อากง และคนญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะด้านหน้าศาลเจ้าอิเสะ ที่มีถนน Oharaimachi พาดผ่าน

เป็นย่าน “ช็อปปิ้ง” เก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี รวบรวมของอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นที่ตกทอดกันมานับร้อยปีไว้มากมาย ว่ากันว่า แม้ย่านนี้เป็นย่านที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1993 แต่ทั้งหมดถูกสร้างให้ดูเหมือนว่าเราหลงไปอยู่ยุคโบราณ หรือ ยุคที่ญี่ปุ่นเต็มไปด้วย “นินจา”

หากใครจะแวะเวียนมาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และสนใจว่าจะเดินทางไปอย่างไร… ไม่ยาก…. ลองเสริ์ชจากกูเกิล – รีวิวจากพันธุ์ทิปช่วยคุณได้

แถมรูปให้อีกนิด…นี่คือ “หินแต่งงาน” เป็น หินแต่งงาน หรือ Wedding Rocks ตั้งอยู่ในศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ (Futami Okitama Shrine) เป็นหิน 2 ก้อนอยู่ริมทะเล อยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้าอิเสะมากนะ

