เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
Economic ร่าง พ.ร.บ. แรงงานใหม่ กับโจทย์ใหญ่ผู้ประกอบการ เพิ่มสิทธิอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจแบกต้นทุน
ดูทั้งหมด

วิบากกรรมปาล์ม “อินโดฯ-มาเลย์” พิษมาตรการ Zero Palm Oil-

01 ต.ค. 2561 | 07:00น.

เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันใน “อินโดนีเซียและมาเลเซีย” ผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกยังเผชิญปัญหาต่อเนื่อง หลัง “สหภาพยุโรป” (อียู) หนึ่งในผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด ประกาศจะใช้มาตรการ “zero palm oil” เลิกใช้น้ำมันปาล์มภายในปี 2020-2021 และได้จำกัดการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มในการผลิต “เชื้อเพลิงชีวภาพ”

กระแสแบนการใช้น้ำมันปาล์มเกิดขึ้นตั้งแต่สภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของรัฐบาลเบลเยียม เปิดรายงานเมื่อ 3 ปีก่อน โดยระบุว่า น้ำมันปาล์มมีกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fat) เป็นสาเหตุให้เกิด “โรคหัวใจ” จนเป็นปรากฏการณ์ให้สินค้าทุกประเภทในยุโรป ต้องติดฉลาก “no palm oil”

ล่าสุดรัฐสภายุโรปของสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมเสนอร่างกฎหมายห้ามใช้น้ำมันปาล์มในการผลิต “เชื้อเพลิงชีวภาพ” โดยเฉพาะที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ สร้างแรงกดดันต่อเนื่องจากที่ได้ประกาศต่อต้านการใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภค

เดอะ การ์เดียน รายงานว่า กรณีดังกล่าวผู้แทนของสภาปาล์มน้ำมันมาเลเซียออกมาตอบโต้ทันทีว่า เกษตรกรชาวมาเลเซียกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากมาตรการของอียู ซึ่งตั้งเป้าจะลดการใช้น้ำมันปาล์มให้เป็นศูนย์ (zero palm oil) ภายในปี 2020 หรือที่บางสื่อระบุว่าภายในปี 2021

ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันอันดับสองของโลก มูลค่าการส่งออกแต่ละปีสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากคณะกรรมาธิการของอียูอนุมัติคาดว่า จะส่งผลกระทบต่อชาวสวนรายเล็กกว่า 650,000 คน ยังไม่นับชาวสวนขนาดกลางและขนาดใหญ่ในประเทศอีกจำนวนหนึ่ง

ขณะที่ฟากของ “อินโดนีเซีย” ผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก เคยโดนโจมตีจากกลุ่มกรีนพีซอ้างว่า เฉพาะในอินโดนีเซียประเทศเดียวแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อปลูกปาล์มขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 145 สนาม ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง เกษตรกรอินโดนีเซียจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกัน

“กาวัล ซูร์บักตี” เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน 12.6 ไร่ บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เปิดใจกับจาการ์ตาโพสต์ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามออกนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่นบูมการท่องเที่ยว เพื่อชดเชยรายได้ที่มาจากการส่งออกปาล์มน้ำมัน แต่แทบจะทดแทนกันไม่ได้

ทั้งนี้ สมาคมน้ำมันปาล์มอินโดนีเซียระบุว่า มีชาวอินโดนีเซียทำงานในอุตสาหกรรมกว่า 3 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนที่ปลูกปาล์มน้ำมันมานานเกินชั่วชีวิต ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะเปลี่ยนงานไปทำอุตสาหกรรมอื่น ขณะที่ตลาดส่งออกอื่น ๆ เช่น จีน และอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดนำเข้าเบอร์ 2 และ 3 ของโลกก็ชะลอการนำเข้า ตามกระแสต่อต้านปาล์มน้ำมันเช่นกัน

นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียพยายามชดเชยรายได้ด้วยการผลักดันการท่องเที่ยว แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านภูมิประเทศที่เกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง รวมถึงสภาพความเป็นเกาะแก่งมากกว่าในอินโดนีเซีย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจึงต้องใช้งบฯลงทุนค่อนข้างสูง

ล่าสุดรัฐบาลโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย สั่งระงับการพัฒนาสวนปาล์มน้ำมันใหม่เป็นเวลา 3 ปี แม้จะได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และอียูไม่น้อย ทว่าความกังขาจากชาวสวนปาล์มกลับดังกระหึ่ม เพราะไม่มีนโยบายอื่นที่ชัดเจน

ความกังวลมากขึ้น หลังจากที่องค์กร Statista เปิดเผยข้อมูลว่า อียูกลายเป็นกลุ่มประเทศที่ใช้น้ำมันปาล์มมากที่สุดของโลก โดยเฉลี่ยใช้น้ำมันปาล์มปีละ 6.3 ล้านตัน ในจำนวนนี้ราว 46% ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ส่วนอีก 45% นำไปใช้กับส่วนประกอบของอาหารคนและสัตว์ และอีก 9% สำหรับการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อน

สำหรับประเทศหลักที่ใช้น้ำมันปาล์มมากที่สุดในกลุ่มสมาชิกอียู ได้แก่ อิตาลี สเปน ไอร์แลนด์ และ
เนเธอร์แลนด์ รวมกันแล้วเท่ากับ 38% ของการใช้น้ำมันปาล์มทั้งหมดภายในอียู

อย่างไรก็ตาม เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา “ไอซ์แลนด์” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “ร้านขายของชำ” ของอียู เป็นประเทศแรกที่ประกาศมาตรการแบนน้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อาหาร โดย “ไอซ์แลนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต” ในสหราชอาณาจักร ให้คำมั่นจะไม่ใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อของตนเอง ทั้งหมด 130 ชนิด ปัจจุบันสินค้าอาหารของซูเปอร์มาร์เก็ตไอซ์แลนด์ปลอดน้ำมันปาล์มแล้ว 50%

พร้อมระบุว่า จะหันไปใช้น้ำมันอื่นทดแทน เช่น เรปซี้ด คาดว่าหากลดการใช้น้ำมันปาล์มได้ 100% ในปีนี้จะช่วยลดปริมาณความต้องการน้ำมันปาล์มของโลกได้ 500 ตันต่อปี

น่าสนใจว่าประเทศที่กระทบจากมาตรการดังกล่าว อาจไม่ใช่แค่อินโดนีเซีย หรือมาเลเซียเท่านั้น ในส่วนของไทยเองแม้ไม่ได้ส่งออกเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม และผลผลิตทางการเกษตรอื่นไปยังตลาดอียู แต่ไทยก็ส่งออกอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์มไปทั่วโลก จึงต้องจับตามองกระแสการต่อต้านน้ำมันปาล์มว่าจะได้รับผลกระทบทางตรง หรือทางอ้อมมากน้อยแค่ไหน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”