เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
ดูทั้งหมด

วิกฤตปาล์ม-ยาง-มะพร้าว ฉุดกำลังซื้อภาคใต้ดิ่งเหว-

25 ต.ค. 2561 | 07:00น.

สภาเกษตรกรแห่งชาติจี้รัฐเร่งแก้ราคาสินค้าเกษตรภาคใต้ร่วงยกแผง ทั้งปาล์ม-มะพร้าว-ยางพารา ลามไปถึงอ้อย-ยาสูบ จากปัญหาราคาตลาดโลกตกต่ำ ปล่อยสต๊อกใน ปท.ล้นไม่ยอมแก้กันมาตั้งแต่ต้น หวั่นกระทบกำลังซื้อภาคใต้ทั้งภาค ส่วนมาตรการแก้ปัญหายังเปะปะ แถมยังมาช้าแก้ที่ปลายเหตุ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกษตรกรในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ได้เริ่มออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ภาครัฐดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาปาล์มน้ำมันที่ปรับลดลงเหลือ กก.ละ 2.50-2.60 บาท จากต้นทุนเกษตรกรที่ กก.ละ 3.10 บาท ก่อนหน้านี้ราคามะพร้าวได้ปรับลดลงเหลือ กก.ละ 3-4 บาท จากปัญหาการลักลอบนำเข้ามะพร้าว ขณะที่ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ กก.ละ 42 บาท จากปีก่อนที่เคยสูงเกินกว่า กก.ละ 50 เป็นผลจากการส่งออกที่ชะลอตัว โดยล่าสุดในเดือนกันยายน ส่งออกยางลดลง 6.2% และ 9 เดือนแรกส่งออกได้เพียง 1.1% ส่วนราคาขั้นต้นก็เหลืออยู่ตันละ 680 บาท ถือว่า “ต่ำสุดในรอบ 10 ปี” ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ โดยล่าสุดในเดือนกันยายนไทยส่งออกน้ำตาลลดลง 19.1% และ 9 เดือนแรกส่งออกติดลบ -8.8% ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของเกษตรกรในช่วงปลายปีนี้

ภาคใต้เศรษฐกิจทรุดหนัก

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สินค้าเกษตรที่สำคัญของทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน-มะพร้าว-ยางพารา ต่างมีราคาตกต่ำลงทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายด้าน “การตลาดนำการผลิต” แต่ก็ยังไม่เห็นผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ถ้าหากรัฐไม่เร่งแก้ไขสถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในภาคใต้ ในช่วงปลายปีปรับลดลงแน่นอน

“ตอนนี้ปาล์ม-ยางพารา-มะพร้าวปรับราคาลดลงหมด ปาล์มน้ำมันเกษตรกรขายได้เพียง กก.ละ 2 บาท ส่วนยางพารา ราคาน้ำยางลดลงไปตอนนี้เหลือ 3 กิโลกรัม ราคา 100 บาทแล้ว สต๊อกก็เป็นแรงกดดันตลาด ขณะที่มะพร้าวเกษตรกรที่สวนจะได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 2.50 บาทถึง 3 บาทเท่านั้น นายประพัฒน์กล่าว

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรทั้ง 3 ชนิดในส่วนปาล์มน้ำมัน “จะต้องสร้างดีมานด์เพื่อดึงซัพพลายออกจากตลาด” ทั้งการผลักดันการส่งออกและการเร่งผลิตไบโอดีเซล B20 ขณะที่มะพร้าวรัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาโดยการเช็กสต๊อกและสั่งให้ระงับการนำเข้าเป็นเวลา 1 ปี

ยางพาราจะเป็นสินค้าที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะมีปัญหาอย่างรุนแรงและยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน จนทำให้ราคาน้ำยางลดลงไปเหลือ 3 กิโลกรัม 100 บาท ปริมาณสต๊อกยางพาราเก่า (104,550 ตัน) ของรัฐบาลส่งผลในแง่จิตวิทยาต่อราคาตลาด การส่งออกลดลง ส่วนการกระตุ้นความต้องการใช้ยางภายในประเทศก็ยังไม่ได้เกิดผล รัฐบาลต้องกระตุ้นการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น

ปาล์มหวัง B20 ช่วย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ได้ตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการการนำเข้ามะพร้าว เพื่อพิจารณามาตรการดูแลการนำเข้ามะพร้าว ซึ่งจะต้องสรุปให้ได้ภายในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ก่อนที่จะเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ให้ขึ้นบัญชีมะพร้าวและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุมและกำหนดมาตรการดูแลการขนย้ายมะพร้าว

ส่วนคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ก็ได้พิจารณาขยายระยะเวลาในการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ จากเดิมที่จะสิ้นสุดโครงการในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ออกไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณกลางวงเงิน 525 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้สนับสนุนต้นทุนค่าขนส่งและค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการปาล์ม กก.ละ 1.75 บาท ช่วยผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 300,000 ตันภายใน 3 เดือน จากจำนวนสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั้งประเทศ 3.5-3.8 ล้านตัน หรือ “สูงกว่า” ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ควรจะมีไม่เกิน 250,000 ตัน

ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานจะต้องเร่งผลักดันการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่-จูงใจรถบรรทุกขนาดเล็ก-รถไฟ โดยเชื่อกันว่า การใช้ B20 จะสามารถ “ดูดซับ” น้ำมันปาล์ม “ส่วนเกิน” ให้ได้มากขึ้น ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมต้องยกร่างประกาศกระทรวง เรื่อง กำหนดวัตถุดิบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรง A ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 18% และโรง B ต้องสกัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 30% เพื่อผลักดันให้มีการบังคับใช้โดยเร็ว “ถ้าทำตามมาตรการที่กำหนดราคาผลปาล์มจะปรับตัวสูงขึ้นเป็น กก.ละ 3-3.20 บาท จากต้นทุนการผลิตที่ กก.ละ 3.10 บาท

เกษตรกรรวมพลกดดันรัฐ

ด้านแหล่งข่าวในกลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เปิดเผยว่า การสนับสนุนส่งออกน้ำมันปาล์มดิบที่ กก.ละ 1.75 บาทนั้น “ไม่ใช่เรื่องง่าย” ที่จะผลักดันสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 300,000 ตันออกไปนอกประเทศได้ เพราะตลาดส่งออกปาล์มชะลอตัวจากประเทศผู้นำเข้าทั้งสหภาพยุโรปและอินเดียมีมาตรการลดภาษี ส่งผลให้ปริมาณซัพพลายน้ำมันปาล์มในตลาดโลก “ล้น” ราคา CPO ลดลงไปเหลือ กก.ละ 17-18 บาท ซึ่งราคาน้ำมันปาล์มดิบในไทยก็ไม่ต่างกัน “บางวันราคาไทยถูกกว่าราคาในตลาดโลกด้วยซ้ำ” ส่วนการกระตุ้นการใช้ B20 จากการเปิดตัวโครงการของกระทรวงพลังงานเมื่อเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2561 ปรากฏมีการใช้น้ำมัน B20 เพียง 6-7 ล้านลิตร หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเพียง 1,199 ตันเท่านั้น

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรภาคใต้ ปรากฏนายสมเกียรติ เหล่านาค นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวจังหวัดชุมพร (พท.ปลูกมะพร้าวแกง 100,000 ไร่) ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรไปยังรัฐบาลเพื่อขอให้เร่งแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ส่วนนายสัญญา ปานสวี นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดชุมพร ก็ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเช่นเดียวกัน โดยขอให้มีการรับซื้อผลปาล์ม กก.ละ 4.50 บาท (18%) ยกเลิกการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง และให้โรงไฟฟ้ากระบี่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นเชื้อเพลิง และจะรอฟังผลก่อนเคลื่อนไหวใหญ่ในอาทิตย์นี้

ส่วนนายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาอ้อยขั้นต้นปี 2561/62 ตกลงมาอยู่ 680 บาท/ตัน ซึ่งต่ำมาก หากทิศทางราคาผลผลิตอ้อยตกต่ำแบบนี้ทุกปี ชาวไร่ก็คงต้องให้รัฐเข้ามาช่วยในลักษณะของปัจจัยการผลิตเช่นนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยปีนี้รัฐบาลได้นำเงินจากงบประมาณช่วยค่าปัจจัยการผลิต 50 บาท/ตัน+เงินจากกองทุนอ้อยอีก 70 บาท/ตัน รวมเป็น 120 บาท/ตัน

นายสุครีพ บุญชุ่ม นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จ.สุโขทัย กล่าวว่า กลุ่มชาวไร่ยาสูบก็ได้รับความเดือดร้อนจากการลด “โควตา” รับซื้อใบยาของทางโรงงานยาสูบ โดยแต่ละรายถูกลดโควตาลงไปถึงราว 50% และร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. …(บัตรทอง) เรียกเก็บเงินสมทบจากบุหรี่ 10 สตางค์/มวนเข้ามาอีก “ถ้าเรื่องราคาใบยา (เบอร์เลย์) จริง ๆ เราพออยู่กันได้ที่ 71 บาท/กก. แต่ผลกระทบจริงก็คือ การถูกตัดโควตา ทางสมาคมจึงยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการ สศค.ให้ช่วยทบทวนร่างกฎหมายฉบับนี้”

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”