เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

อสังหาชูโปรหนีกฎเหล็กปี’62 เร่งโอนปลายปี/ธปท.สรุปมาตรการฯ พ.ย.-

25 ต.ค. 2561 | 07:00น.

อสังหาฯเด้งรับแบงก์ชาติแจงกู้ก่อนมาตรการบังคับดาวน์ 20% ต้นปีหน้าได้สิทธิ์จ่ายดาวน์เท่าเดิม 5-10% “พฤกษาฯ” เปิดเกมดัมพ์แคมเปญเร่งโอน 1.4 หมื่นล้าน แจกฟรีพลัมคอนโด-ทองคำ เผยยูนิตพร้อมโอน+สต๊อกเก่าไตรมาส 4 ทะลัก 2.1 แสนล้าน “อิสระ บุญยัง” ฟันธงสินเชื่อบ้านโตกระฉูดเกิน 7 แสนล้าน แบงก์ชาติเร่งสรุปผลเฮียริ่งในต้น พ.ย. 61

นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติเตรียมบังคับจ่ายเงินดาวน์ 20% ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 เป็นต้นไปภายในวันที่ 1 มกราคม 2562 ถ้าหากไม่เลื่อนกำหนดออกไป คาดว่าอาจเป็นการเร่งให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2561 เนื่องจากได้ชี้แจงแล้วว่าการกู้เงินก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ยังสามารถใช้เงินดาวน์ 5-10% ตามเดิม ในทางปฏิบัติเท่ากับมีเวลายื่นกู้ภายใน 31 ธันวาคม 2561

นอกจากจะเกิดการเร่งโอนแล้ว อาจมีการเร่งการก่อสร้างของโครงการที่มีกำหนดแล้วเสร็จต้นปีหน้าให้มาทันโอนภายในปีนี้มากขึ้นอีก ส่งผลให้จำนวนและมูลค่าโครงการที่จะโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปกติ 10-20% โดยสำรวจพบว่ามีโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สร้างเสร็จพร้อมโอนบวกกับสต๊อกสะสมอยู่เดิมมีมูลค่ารวมกัน 2.1 แสนล้านบาท คาดว่าเร่งโอนสัดส่วน 70-80% ในปีนี้

รายละเอียดยูนิตพร้อมโอน 2.1 แสนล้านบาท กระจายอยู่ในเขต กทม. 50,698 ล้านบาท นนทบุรี 41,037 ล้านบาท ปทุมธานี 26,142 ล้านบาท สมุทรปราการ 68,184 ล้านบาท สมุทรสาคร 12,216 ล้านบาท และนครปฐม 11,756 ล้านบาท

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเร่งโอนภายใน 2 เดือนสุดท้ายของปี คาดว่าทำให้มูลค่าตลาดสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดฯเดิมเคยคาดการณ์ในปีนี้เติบโตจากปีที่แล้ว 10% กว่า จาก 6.3 แสนล้านบาทในปี 2560 ก่อนหน้านี้คาดว่าเพิ่มเป็น 6.5 แสนล้านบาท ล่าสุด ประเมินว่าสินเชื่อบ้านน่าจะทะลุ 7 แสนล้านบาทได้ไม่ยาก

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น บริษัทปรับแผนเร่งสร้างเร่งโอน ตั้งเป้าไตรมาส 4/61 โอนรวม 14,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสต๊อกสะสม 30% อีก 70% เป็นยูนิตสร้างใหม่

พร้อมกันนี้ ได้จัดแคมเปญเร่งโอนโดยนำบ้าน-คอนโดฯ 161 โครงการจัดโปรโมชั่นมูลค่ารวม 200 ล้านบาท รางวัลใหญ่สุดทุกราคาที่ซื้อ 1 แสนบาทรับ 1 สิทธิ์เพื่อลุ้นรับฟรี “พลัมคอนโด” รวม 3 ยูนิต, ทองคำหนัก 5 บาทรวม 30 รางวัล และสมาร์ทโฟน Note 9 รวม 75 รางวัล

นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธปท.เปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว พบว่ามีผู้ให้ข้อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก ทั้งจากประชาชนผู้บริโภค สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอสังหาฯ ซึ่งความเห็นที่ได้รับครอบคลุมหลายประเด็น อาทิ วันที่เริ่มบังคับใช้ ความหมายของบ้านหลังที่ 2 หรือสัญญาที่ 2 อัตราการวางเงินดาวน์ของสัญญาที่ 2 หรือสัญญาที่ 3 เป็นต้น ซึ่ง ธปท.จะนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณา ก่อนจะกำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. 2561 นี้

อย่างไรก็ตาม ธปท.ขอทำความเข้าใจกับหลายประเด็นที่ประชาชนอาจจะยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนการใช้มาตรการข้างต้นก่อน ดังนี้ (1) ธปท.จะใช้บังคับเฉพาะกรณีการผ่อนที่อยู่อาศัย 2 หลังขึ้นไป พร้อม ๆ กัน ดังนั้น จะไม่กระทบกรณีผ่อนหลังที่ 1 หมดแล้ว เพราะหากเป็นการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ก็จะนับเป็นสัญญาที่ 1 (2) การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จะไม่กระทบการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยที่ซื้อบ้านหลังแรก เพราะมาตรการนี้ใช้บังคับเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป และ (3) จะไม่กระทบผู้ที่กู้ก่อนเกณฑ์ใหม่มีผลบังคับใช้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือจะไม่มีผลย้อนหลังสำหรับผู้ที่กู้ไปแล้ว

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”