ความงามที่แท้จริง
คอลัมน์ Inside out story
โดย วิรัสนันท์ ถึงถิ่น
เมื่อไม่นาน ดิฉันได้มีโอกาสพบ influencer ท่านหนึ่ง ในกิจกรรม “มาหาสมุทร-เรียนรู้คุณค่า และรู้จักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน” ที่เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย ซึ่งเธอคนนี้เรียนจบด้านออกแบบการแสดงจากมหาวิทยาลัยสายแฟชั่น Central Saint Mar-tins, University of the Arts London ประเทศอังกฤษ และเธอเคยเป็นที่รู้จักในวงการ make-up artist และ beauty blogger เธอคนนั้นคือ “แพรี่พาย หรือ อมตา จิตตะเสนีย์”
แต่การได้พบเธอครั้งนั้นทำให้ดิฉันรู้ว่า ชีวิตเธอไม่ได้เหมือนเมื่อเดิมอีกแล้ว อดีตต่างกับปัจจุบันอย่างคนละขั้ว เพราะเธอบอกว่า เมื่อก่อนเธอใช้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า ใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนมและเครื่องสำอางมากมาย ตั้งแต่ระดับ high end ไปยัง drug store เพราะเธอมีอาชีพแต่งหน้าให้นางแบบระดับอินเตอร์เดินสวย ๆ บน
แคตวอล์กในต่างประเทศ อย่างเวที London Fashion Week นอกจากนั้น ยังชอบทำวิดีโอสอนแต่งหน้าเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียด้วย
ด้วยฝีมือระดับมืออาชีพบวกกับความน่ารักของเธอ ทำให้มีคนติดตามเธอจำนวนมาก โดยบนเฟซบุ๊กมีคนติดตาม 1.3 ล้านคน, ยูทูบ 3.4 แสนคน และอินสตาแกรม 1.5 ล้านคน จากความดังระดับประเทศในฐานะ
บิวตี้บล็อกเกอร์ เธอเริ่มก้าวสู่ความดังระดับเอเชีย ได้พบเซเลบริตี้ของญี่ปุ่นและเกาหลีมากมาย และพวกเขาให้ความยอมรับเธอ
เมื่อเป็นเช่นนั้น บริษัทเครื่องสำอางต่างเห็นช่องทางในการโปรโมตสินค้า จึงแห่ส่งของให้เธอใช้จำนวนมาก นับเป็นเวลาหลายปีที่ “แพรี่พาย” ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเครื่องสำอาง ก่อนมาถึงจุดเปลี่ยน ที่เธอบอกว่า เริ่มจากการที่ทุกครั้งเมื่อเธอเข้าออฟฟิศ เหมือนกับว่าเป็นวันเทศกาลพิเศษ เพราะจะมีกล่องของขวัญตั้งอยู่บนโต๊ะมากมาย ซึ่งข้างในเป็นผลิตภัณฑ์ความงามต่าง ๆ ที่หลายแบรนด์ส่งมาให้เธอใช้เพื่อการรีวิว เธอยกตัวอย่างว่า บางแบรนด์ออกรองพื้นตัวใหม่ 60 เฉดสี ก็จะส่งมาให้เธอทั้ง 60 ขวด หากออกลิปสติกร้อยสี เธอก็จะได้รับ 100 แท่ง
จากแพ็กเกจที่เคยเรียบง่าย แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มแข่งขันกันสร้างความสะดุดตา ด้วยหีบห่อที่ยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้นทุกวัน ราวกับว่าทำมาเพื่องานฉลอง เธอจึงเริ่มไม่แน่ใจว่าการทำวิดีโอแต่งหน้าเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้โลกหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วเครื่องสำอางรอบตัวเธอจะกลายเป็นขยะในที่สุด
เธอรู้สึกแย่กับตัวเองว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขยะ และเริ่มมองว่า ความสวยมันไม่ได้อยู่บนใบหน้า จนอยากเริ่มหาเส้นทางเดินที่มีคุณค่ามากกว่า
“เกือบ 1 ปีที่เราไม่ได้โพสต์อะไรในยูทูบเลย เราอยู่ในภาวะหัวใจแตกสลาย มองตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาขยะ ปัญหาโลกร้อน เราอยากหยุดการสร้างขยะ เริ่มมองหาอะไรใหม่ ๆ ทำจนวันหนึ่งได้มีโอกาสไปสอนเกี่ยวกับการสร้างบุคลิกที่ดีด้วยการแต่งหน้าที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้เราเห็นทางเดินใหม่ เพราะเราได้ผ้าไหมเป็นของขวัญจากการสอน แล้วสวยมาก และเพิ่งรู้ว่าผ้าไหมเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดขอนแก่น หลังจากสอนเสร็จ เราเลยบอกเพื่อนว่า เราไปตามหาหมู่บ้านที่ทอผ้าไหมกัน”
“จากนั้นเราเริ่มตกหลุมรักผ้าไทย จากขอนแก่น เราเดินทางต่อไปจังหวัดเชียงใหม่ น่าน บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อุดรธานี ได้พบเจอคนหลายชุมชน และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยมากขึ้น ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ทำนาเสร็จ ชาวบ้านกลับมานั่งทอผ้าไหมใต้ถุนบ้าน เปิดโลกเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่เป็นกันเอง ทุกคนใจดีมาก และเราได้แลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว” ซึ่งเธอเล่าให้ฟังจากความรู้สึกลึก ๆ ของเธอ
“แพรี่พาย” เริ่มมีความสุขมากขึ้น เพราะเธอมองเห็นวิถีชีวิตที่ถูกต้องสไตล์การแต่งตัวของเธอทุกวันนี้จะเน้นผ้าไทยจากท้องถิ่นต่าง ๆ โดยเธอจะสเกตช์แบบที่ร่วมสมัย แล้วให้ช่างส่วนตัวตัด เพื่อใส่ไปเที่ยว ใส่ไปทำงาน และที่ผ่านมาได้ใส่ไปงานใหญ่ ๆ อย่างงานแฟชั่นโชว์ของ Dior ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในงานวันนั้นมีหลายคนเข้ามาถามเธอเรื่องชุดที่ใส่ พวกเขาชอบผ้าไทยมาก ทำให้เธอมีความสุขที่ทำให้คนสนใจผ้าไทย และได้ช่วยคนในชุมชน รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบเห็นว่า ผ้าไทยสามารถทำแบบออกมาดูทันสมัยได้
หลังจากได้พูดคุยกับเธอ ดิฉันก็เกิดคำถามในใจว่ามีเครื่องสำอางยี่ห้อไหนที่ใส่ใจกับเรื่องลดขยะบ้าง จึงได้ค้นคว้าข้อมูลจนได้พบตัวอย่างดังนี้
Antonym เป็นเครื่องสำอางจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นออร์แกนิก ที่สำคัญกว่านั้น เครื่องสำอางแบรนด์นี้ถูกบรรจุในไม้ไผ่ หรือใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบของด้ามจับ รวมถึงหีบห่อที่เป็นกระดาษที่ได้การรับรองจาก FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งหมายถึงการใช้กระดาษจากแหล่งป่าปลูกที่มีมาตรฐานระดับสากล เป็นระบบหมุนเวียนไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ต่อด้วยแบรนด์ Elate สัญชาติแคนาเดียน ซึ่งดังมากในแวดวงเครื่องสำอาง zero waste โดยแบรนด์นี้เป็นเครื่องสำอาง vegan คือ หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่ทำมาจากส่วนประกอบจากทั้งทางตรงและทางอ้อมของสัตว์ และไม่ใช้สัตว์ในการทดลอง ซึ่งมีความคล้ายกับ Anto-nym ตรงที่ใช้ไม้ไผ่เป็นบรรจุภัณฑ์ แต่ความแตกต่างอยู่ที่ Elate เน้นการทำบรรจุภัณฑ์ให้รีฟิวได้ โดยที่ฐานของที่ใส่เครื่องสำอางจะเป็นแม่เหล็ก เมื่อซื้อรีฟิวมาก็สามารถวางบนบรรจุภัณฑ์อันเก่าได้เลย ซึ่งทางแบรนด์ยังชักจูงให้ผู้ซื้อใช้ชีวิตแบบปราศจากพลาสติกตามช่องทางต่าง ๆ อีกด้วย
เครื่องสำอางเป็นตัวช่วยให้ผู้หญิงสวยงามขึ้น จนเราอาจลืมไปว่า สร้างปัญหาขยะ สร้างความน่าเกลียดน่าชังให้กับโลกใบนี้ ดังนั้น ในการซื้อแต่ละครั้งคงต้องคิดมากขึ้น ซื้อพอเหมาะ ใช้แต่พอดี และถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกที่มีบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
